Loading

ประเมินที่ดินใหม่ลิ่ว7แสน/ตร.ว.แนวรถไฟฟ้า-ย่านซีบีดีพุ่ง50

วันที่ : 5 มิถุนายน 2554
ประเมินที่ดินใหม่ลิ่ว7แสน/ตร.ว.แนวรถไฟฟ้า-ย่านซีบีดีพุ่ง50%

นายวินัย วิทวัสการเวช อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ผลจากการดำเนินงานการจัดทำบัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์รอบปี2555-2558 เพื่อใช้ประกาศวันที่ 1 มกราคม2555 ขณะนี้คืบหน้าไปกว่า  65% จากจำนวน 29.301 ล้านแปลง แบ่งเป็นพื้นที่กทม. จำนวน 1,911,100 แปลงครอบคลุม 50 เขตปกครอง โดยสำนักประเมินราคาทรัพย์สินเป็นผู้ดำเนินการและส่วนภูมิภาคจำนวน 27,389,900 แปลง ซึ่งดำเนินการครอบคลุมพื้นที่ 75 จังหวัด

สำหรับพื้นที่ที่คาดว่าจะเป็นทำเลทองในอนาคตและมีราคาขยับขึ้นสูงสุดได้แก่พื้นที่ที่ดินย่านสถานีรถไฟฟ้าสยามสแควร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดอาทิ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ จามจุรีสแควร์ เป็นต้น ทั้งนี้ราคาประเมินของถนนในบริเวณดังกล่าวโดยเริ่มจากถนนเพลินจิต ถึงพระราม 1 (แยกปทุมวัน) ตารางวาละ 700,000 บาท ถนนราชดำริ ตารางวาละ 500,000 บาท  ถนนพญาไท ถนนพระราม 4ตารางวาละ450,000 บาท โดยราคาที่ดินปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยมากกว่า 50%หรือเทียบกับราคาที่เดิมอยู่ที่ตารางวาละ 200,000-300,000 บาท

อย่างไรก็ดี ที่น่าสนใจคือที่ดินในพื้นที่อยู่บริเวณแนวรถไฟฟ้าทั้งสายเก่าอย่างรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียวที่เปิดให้บริการปัจจุบัน สายสีลม และสายสุขุมวิทรถไฟฟ้าใต้ดินบีอาร์ทีและรถไฟฟ้าสายใหม่สายสีม่วงช่วงบางใหญ่-บางซื่อที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและสายสีเขียวส่วนต่อขยาย อ่อนนุช-แบริ่งที่จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการวันที่ 12 สิงหาคม 2554 นี้ โดยราคาที่ดินปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 50%ยกตัวอย่างจังหวัดนนทบุรี โดยราคาสูงสุดอยู่บริเวณ เดอะมอลล์งามวงศ์วาน จากตารางวาละ 96,000 บาทเป็น ตารางวาละ150,000 บาท  ที่สำคัญบริเวณที่มีรถไฟฟ้าสีม่วง(บางซื่อ-บางใหญ่) พาดผ่านพื้นที่มีการเปลี่ยนแปลงราคาสูงที่สุดอยู่ช่วงถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี ถึงแยกแครายเช่น ถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี จากตารางวาละ 64,000 บาทเป็นตารางวาละ100,000บาทถนนรัตนาธิเบศร์จากศาลากลางจังหวัดนนทบุรี ถึงห้างเซ็นทรัลทาวน์ จากตารางวาละ 80,000 บาทเป็นตารางวาละ 120,000 บาท

ส่วนที่ดินจากบริเวณห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลทาวน์เป็นต้นไปจากตารางวาละ 65,000 บาทเป็นตารางวาละ80,000 บาท ถนนราชพฤกษ์ตัดใหม่จากตารางวาละ 50,000 บาท เป็นตารางวาละ 65,000 บาทช่วงแยกแครายปากเกร็ดอนาคตมีรถไฟฟ้าสีชมพู(แคราย-ปากเกร็ด-มีนบุรี)จากตารางวาละ56,000 บาท เป็น 80,000 บาท

อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่าสำหรับราคาประเมินที่ดินในพื้นที่กทม.ในบริเวณอื่นจะปรับเพิ่มอยู่ในช่วง15-30% เว้นแต่ทำเลที่ก่อสร้างและขยายเส้นทางรถไฟฟ้าจะมีอัตราการเพิ่มของราคาประมาณ 50% เช่น สายสีม่วงช่วงถนนประชาราษฎร์สาย2 และกรุงเทพฯ-นนทบุรี ซึ่งอัตราการเพิ่มดังกล่าว ครอบ คลุมไปถึงพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ในช่วงที่มีแนวรถไฟฟ้า สายสีม่วงและสีชมพู ช่วงถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนติวานนท์ ถนนแจ้งวัฒนะและบริเวณใกล้เคียง สำหรับเส้นทางขยายรถไฟฟ้าบีทีเอส ได้แก่ ถนนสุขุมวิท(สถานีอ่อนนุชถึงสถานีแบริ่ง) ถนนกรุงธนบุรีถนนตากสิน(สถานีสะพานตากสินถึงสถานีตากสิน)

อย่างไรก็ดี สำหรับทำเลที่ราคาประเมินที่ดินสูงสุด ในพื้นที่กรุงเทพฯที่อยู่ใน 3 ทำเลหลัก ได้แก่ บริเวณถนนสีลมถนนเพลินจิตและถนนเยาวราชโดยที่ราคาประเมินใหม่สูงถึงตารางวาละ 700,000บาทนั้นเนื่องจากอยู่ติดรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีอีกทั้งตั้งในย่านธุรกิจใจกลางเมืองหรือย่านซีบีดี(Central BusinessDistrict :CBD)ที่มีอาคารสำนักงานห้างสรรพสินค้า สถาบันการเงิน โรงแรม และแหล่งการค้าเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ นายวินัย ยังกล่าวถึงแนวโน้มราคาห้องชุดและที่ดิน จากการสำรวจและเก็บข้อมูลของกรมคาดว่า ปี2555เขตกทม.ราคาประเมินปรับเฉลี่ย15%ซึ่งเป็นผลมาจากใกล้สถานีรถไฟฟ้าและการบริหารจัดการอาคารของนิติบุคคลอาคารชุดค่อนข้างดีโดยในปี2554 จะต้องดำเนินการปรับราคาประเมินทุนทรัพย์ห้องชุดสำหรับอาคารชุดที่ประกาศใช้บัญชีราคาฯก่อนปี 2551 จำนวน 1,571 อาคารชุดทั่วประเทศ โดยเป็นอาคารชุดในพื้นที่กทม.จำนวน 1,343 อาคารชุด และอาคารชุดต่างจังหวัด 228 อาคารได้แก่ จังหวัดสมุทรปราการชลบุรีเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์

ทั้งนี้ ราคาประเมินทุนทรัพย์ห้องชุดจะขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งและคุณภาพห้องชุดโดยราคาประเมินปัจจุบันสูงสุดจะอยู่ในทำเลย่านถนนสุขุมวิท ถนนราชดำริ ถนนสาทรติดสถานีรถไฟฟ้าอาคารชุดที่จัดอยู่ในระดับคุณภาพดี จะมีราคาประเมินเฉลี่ยตารางเมตรละ 100,000 บาทสำหรับถนนสายอื่นๆ ที่เป็นเส้นทางรถไฟฟ้า ทั้ง บีทีเอส และ เอ็มอาร์ที อาทิถนนพญาไท ถนนพหลโยธิน  ถนนพระราม4 ถนนลาดพร้าว ถนนรัชดาภิเษกอาคารชุดที่จัดอยู่ในระดับคุณภาพดีจะมีราคาประเมินเฉลี่ยตารางเมตรละ 70,000 บาท

ทางด้านแนวโน้มราคาประเมินที่ดินทั่วประเทศ ในปี2555จะปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย15% โดยจากการวิเคราะห์จากการเคลื่อนไหวของการซื้อขายทรัพย์สิน และการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศราคาประเมินที่กำหนดรอบใหม่นี้ จะใกล้เคียงกับราคาซื้อขายตลอดเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและประโยชน์สูงสุดกับผู้ใช้บริการและประชาชนตามนโยบายของกรมธนารักษ์ ส่วนราคาที่ดินในพื้นที่ภูมิภาคต่างจังหวัดที่จะปรับเพิ่มขึ้นเป็นเมืองชายทะเล ที่เป็นเมืองชายทะเลที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเช่น ภูเก็ต ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ คาดว่าอัตราการเพิ่มเฉลี่ยโดยประมาณ 30%

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ