Loading

การเคหะฯเร่งเครื่องฟื้นองค์กร กวักมือเรียกเอกชนร่วมลงทุ

วันที่ : 30 พฤษภาคม 2554
การเคหะฯเร่งเครื่องฟื้นองค์กร กวักมือเรียกเอกชนร่วมลงทุน

กคช.เดินหน้าฟื้นองค์กร  เร่งดำเนินการหารายได้ทุกช่องทาง  พร้อมเปิดช่องเอกชนร่วมลงทุนในโครงการสินทรัพย์รอการขายผ่านโครงการนำร่อง  11  โครงการ มูลค่ากว่า  5  พันล้านบาท  ตั้งเป้าปีนี้กำไรกว่า  1,000  ล้านบาท  ชงบอร์ด  26  พ.ค.นี้จัดตั้งฝ่ายบริหารสินเชื่อและหนี้  เพื่อดำเนินการจัดหาและปล่อยสินเชื่อในโครงการเช่าซื้อเต็มรูปแบบ นายวิทูรย์  เจียสกุล  ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ  (กคช.)  เปิดเผยว่า  แนวทางการดำเนินงานของ กคช.ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรี  (ครม.)  มีมติเห็นชอบแผนพลิกฟื้นของ กคช.เมื่อวันที่  26  เมษายน  2554  ยังได้เห็นชอบให้คงธุรกรรมโครงการบ้านเอื้ออาทรต่อไป  พร้อมกับให้ดำเนินการอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้กระทบต่อองค์กรในอนาคต  ตามแผนพลิกฟื้นฯ ดังกล่าวประกอบด้วย  1.  บริหารจัดการโครงการบ้านเอื้ออาทรจำนวนกว่า  281,000 หน่วย  ภายในปี  2556  ปัจจุบันดำเนินการสร้างเสร็จแล้ว  253  โครงการ  จำนวนกว่า  242,000  หน่วย

2.  แผนบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขายที่เกิดจากโครงการบ้านเอื้ออาทร 143 โครงการ และ 3.  แผนการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการทั้งรายรับและลดค่าใช้จ่าย  โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มรายได้จากการบริหารอาคารเช่าที่มีอยู่กว่า  51,700  หน่วย  ปัจจุบันมีรายได้  600-700  ล้านบาท/ปีเป็นต้น  นอกจากนี้ยังมีโครงการพัฒนาภายใต้โครงการชุมชนรักษ์สิ่งแวดล้อมจำนวน  29  โครงการ  รวมถึงโครงการร่วมทุนกับภาคเอกชนโดยจะมีการแบ่งผลประโยชน์กัน  การร่วมลงทุนนั้นมีทั้งในรูปแบบที่อยู่อาศัยและโครงการประเภทเชิงพาณิชย์ที่เอกชนเช่าที่ดินระยะยาว  30  ปี  คาดว่าในเดือนตุลาคมนี้  คงจะสรุปได้อย่างน้อย  3  โครงการจากเป้าหมายทั้งหมดที่มีแผนร่วมทุนทั้งสิ้น  11  โครงการ  รวมมูลค่า  5,700  ล้านบาท

นายวิทูรย์  กล่าวอีกว่า  โครงการที่เมืองใหม่บางพลีที่มีมูลค่ากว่า  1,000  ล้านบาทนั้นขณะนี้คณะกรรมการ  กคช.เห็นชอบแผนการดำเนินการแล้วคาดว่าจะประกาศเชิญชวนให้ภาคเอกชนที่สนใจร่วมลงทุนได้ประมาณเดือนกันยายนนี้  ขณะที่แผนการพัฒนาสินทรัพย์รอการพัฒนาของโครงการบ้านเอื้ออาทรนั้น  แบ่งเป็น  2  กลุ่มคือกลุ่มที่มีศักยภาพดำเนินการในปี  2554-2558  กว่า  35,800  หน่วย  วงเงินลงทุนรวมกว่า  31,600  ล้านบาท  และกลุ่มที่จะพัฒนาหลังปี  2558  จำนวน  76  โครงการ  ปัจจุบัน กคช.มีที่ดินรอการพัฒนารวมทั้งสิ้น  15,000  ไร่  โดยเป็นที่ดินจากโครงการบ้านเอื้ออาทร  7,000-8,000  ไร่  ซึ่งตามแผนจะมีทั้งนำที่ดินออกขาย  และนำมาพัฒนาใหม่ในบางโครงการที่มีศักยภาพและมีการก่อสร้างไปแล้วบางส่วนพร้อมกับกำหนดราคาขายใหม่  เป็น  600,000  บาท/หน่วย  ซึ่ง ครม.อนุมัติแล้ว  45,000  หน่วย  เล็งปล่อยกู้  เพื่อยกระดับปล่อยเช่าเต็มรูปแบบ

"ต้องยอมรับว่าในการดำเนินการโครงการเช่าซื้อที่ กคช.ทำกับลูกค้าในบางกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้นั้นมีปัญหา  เนื่องจากมีลูกค้าที่คิดเป็นสัดส่วน  8%  ค้างชำระที่ต้องติดตามทวงหนี้อย่างใกล้ชิดรวมถึงต้องยกเลิกในกรณีที่ลูกค้าค้างชำระติดต่อกัน  3  งวด  และต้องเสียค่าปรับ  2%  จากค่างวดแต่ละเดือนในกรณีผิดนัดชำระ  โดยปัจจุบันมีลูกค้าจากโครงการเช่าซื้ออยู่ประมาณ  30,000  หน่วย  โดย กคช.จัดเก็บดอกเบี้ยจากลูกค้าอยู่ที่  7%  จากการที่  กคช.ต้องทำที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยและปานกลางอย่างต่อเนื่องนั้น  พบว่าลูกค้าบางรายมีความเสี่ยงเรื่องคุณสมบัติ  ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้  แม้ว่าจะมีความสามารถในการผ่อนชำระ"  นายวิทูรย์  กล่าวและว่า

กคช.จึงมีแนวคิดที่จะจัดตั้งฝ่ายบริหารสินเชื่อและหนี้  เพื่อดำเนินการจัดหาและปล่อยสินเชื่อในโครงการเช่าซื้อเต็มรูปแบบ  สำหรับลูกค้าที่ซื้อบ้านของ กคช.  ทั้งบ้านเอื้ออาทรและโครงการเคหะชุมชน  โดยจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อคณะกรรมการในวันที่  26  พฤษภาคมที่ผ่านมา  เพื่อให้อนุมัติ  ทั้งนี้  กคช.สามารถจัดหาแหล่งเงินเพื่อมาทำโครงการเช่าซื้อ  ซึ่งสามารถดำเนินการได้  เพราะกฎหมายของ  กคช.มีการกำหนดกฎเกณฑ์เรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว

ทั้งนี้  ในการดำเนินการเพื่อเพิ่มสภาพคล่องจากแผนงานทั้งหมดนั้นได้ขอวงเงินสินเชื้อหมุนเวียนเพิ่มจาก  750  ล้านบาท  เป็น  2,240  ล้านบาท  รวมถึงเงินอุดหนุนชดเชยดอกเบี้ย  รวมถึงเงินอุดหนุนชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับสินทรัพย์รอการพัฒนาในลักษณะเงินกู้ยืมไม่เกิน  2  ปีด้วยเพื่อให้ กคช.นำทรัพย์สินมาจำหน่ายให้เกิดรายได้  โดยในปีงบประมาณปี  2554  นี้ตั้งเป้ารายได้ประมาณ  2  หมื่นล้านบาทในช่วงครึ่งปีแรกทำได้  8,000  ล้านบาท  คาดมีกำไรประมาณ  1,000  ล้านบาท  ซึ่งต้องนำกำไรส่งเข้ารัฐบาลประมาณ  40%  มีค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน  2,900  ล้านบาท  ภาระดอกเบี้ยจ่าย  1,500  ล้านบาท  และปัจจุบันมีภาระหนี้สินประมาณ  40,000  ล้านบาท

ที่มา : หนังสือพิมพ์ดอกเบี้ยธุรกิจ

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ