Loading

ชงสผ.เอกซเรย์ที่ดินก่อนจัดซื้อยื่นEIAเบื้องต้นเลี่ยงผลกระท

วันที่ : 8 พฤษภาคม 2554
ชงสผ.เอกซเรย์ที่ดินก่อนจัดซื้อยื่นEIAเบื้องต้นเลี่ยงผลกระทบ

นายธำรง  ปัญญาสกุลวงศ์  นายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า จากผลกระทบกรณีบริษัทพัฒนาที่ดินโดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมที่ขณะนี้มักถูกคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านอาคารการจัดสรรที่ดิน และบริการชุมชน(คชก.)ที่มีเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)เป็นเลขานุการ ใช้ดุลพินิจจนกระทั่งไม่ผ่านการพิจารณาอีไอเอหรือตีกลับให้แก้ไขใหม่จนกว่าที่ประชุมจะพอใจ

โดยเฉพาะล่าสุด ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านการบดบังทัศนียภาพหรือ มลพิษทางทัศนวิสัย ซึ่งมองว่าแม้ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครหรือผัง เมืองรวมจังหวัดต่างๆตลอดจนพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมอาคารพ.ศ. 2522 ให้อำนาจสามารถพัฒนาได้และมีสิทธิ์เลือกซื้อที่ดินรอการพัฒนา แต่มีปัญหาว่า เมื่อซื้อที่ดินทำเลดีตารางวาละหลายแสนบาทแต่กลับพัฒนาไม่ได้ หรือพัฒนาได้ไม่เต็มศักยภาพเนื่องจากขั้นตอนการขออนุญาต ทำอีไอเอกลับมีคณะกรรมการท่านใดท่านหนึ่งเห็นต่าง ว่าจะกระทบต่อคนรอบข้าง หรือชุมชน

"สมาคมเตรียมเสนอทางออก ต่อสผ.ด้วยการ ตั้งคณะทำงานชุดเล็กขึ้นมาหรือให้คชก.เอง เพื่อทำอีไอเอเบื้องต้นก่อนทำอีไอเอภาพรวมจริงเพื่อช่วยสกรีน  แปลงที่ดินหรือทำเลที่ตั้งโครงการให้กับเอกชนก่อนว่า ทำเลที่เลือกสามารถพัฒนาได้หรือไม่ มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรอบข้างหรือไม่แต่จะเป็นลักษณะการใช้เอกสารหลักฐาน ภาพถ่ายสถานที่จริงรูปแปลงที่ดิน พร้อมกับให้คณะทำงาน หรือ คชก.ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบทำเลอย่างละเอียดก่อน

หากตรวจสอบแล้วพบว่าทำได้ผู้ประกอบการก็จะตัดสินใจซื้อที่ดินแปลงนั้นและยื่นอีไอเอได้ทันที แต่ถ้าพิจารณาเบื้องต้นแล้วพบว่าไม่สามารถทำได้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวม ผู้ประกอบการก็จะไม่เลือกซื้อที่ดินแปลงนั้น และปรับเปลี่ยนไปหาที่ดินแปลงอื่น ทั้งนี้ ผู้ประกอบการอาจมองหาทำเลเผื่อเลือกและยื่นทำอีไอเอเบื้องต้นเฉพาะที่ดินก่อนหลายๆ แปลง ซึ่งน่าจะเป็นผลดีมากกว่าผลเสีย"

ทั้งนี้เกิดจากกรณีตัวอย่างในประเด็นที่ตั้งของทำเล ที่กระทบกับชุม ชนรอบข้างเดิมแต่ผู้ที่จะเข้ามาพัฒนาทีหลังกลับถูกต่อต้าน หรือทำเลที่เป็นข้อห้ามที่ใกล้กับสถานที่ราชการ ที่อาจก่อสร้าง แล้วบดบังทัศนียภาพ ตัวอย่าง 2 โครงการที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ โครงการเดอะทรีเกียกกาย สเตชั่น  ซึ่งที่ผ่าน มา คชก. ยื้อเรื่องไว้เพราะเห็นว่า บริเวณดังกล่าวจะมีการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่จนกระทั่งกรมโยธาธิการและผังเมืองออกประกาศกระทรวงมหาดไทย ห้ามก่อสร้างดัดแปลงอาคารสูงสุดเกิน 23 เมตร เป็นต้น

อีกโครงการคือบริษัท ศุภาลัย จำกัด(มหาชน)ที่ซื้อที่ดินพัฒนาโครงการบริเวณทำเลเจริญนครแปลงที่ดินติดกับคอนโดมิเนียมตรีทศ และมีปัญหาฟ้องร้องและคชก.พิจารณาให้กลับไปแก้ไขปรับแบบเข้ามาใหม่เพราะมองว่าเป็นมลพิษทางวิสัยทัศน์หรือบดบังวิวกับลูกบ้านที่ซื้อคอนโดมิเนียมของตรีทศทั้งที่ทำเลดังกล่าวทั้งผังเมืองรวมและกฎหมายควบคุมอาคารสามารถทำได้

ขณะที่นายเลิศมงคล  วราเวณุชย์  เลขาธิการสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่ากรณีที่นำแปลงที่ดินยื่นเรื่องให้คชก.ตรวจสอบเบื้องต้นก่อนตัดสินใจซื้อย่อมเป็นไปได้ยาก เนื่องจากการพิจารณาส่วนใหญ่ใช้ดุลพินิจและกฎระเบียบของอีไอเอ จะต้องประกอบด้วย แปลงที่ดินพร้อมแบบก่อสร้างรวมถึงแนวทางที่จะแก้ไขผลกระทบชุมชนอย่างไรที่เจ้าของโครงการหรือบริษัทที่ปรึกษาต้องคำนวณเช่น พื้นที่จอดรถที่สอดคล้องกับคนอยู่อาศัยหรือขนาดถนนที่สอดคล้องกับปริมาณรถ ฯลฯ ทางออกสผ.ต้องกำหนดเป็นมาตรฐานที่ชัดเจนเป็นข้อๆเหมือนข้อกำหนดจัดสรรของกรมที่ดินเพราะปัจจุบันยังมีปัญหาการพิจารณาล่าช้าไม่ต่ำกว่า 7-8 เดือน

ด้าน นางนิศากร โฆษิตรัตน์ เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กล่าวว่าไม่สามารถเปิดให้ดำเนินการเช่นนั้นได้เนื่องจาก ระเบียบอีไอเอไม่ได้กำหนดสาระสำคัญเกี่ยวกับการตรวจสอบที่ดินก่อนซื้อทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบได้เอง ว่าทำเลที่ตั้งเหมาะสมหรือไม่จะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแก่ชุมชนรอบข้างหรือไม่ อย่างไรก็ดี หากผู้ประกอบการจะขอทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ เบื้องต้นหรือ ไออีอี  ก็สามารถทำได้ซึ่งจะเป็นลักษณะปรึกษาหารือกันก่อนที่จะยื่นอีไอเอเข้ามาแต่มองว่าทุกอย่างอยู่ที่ผู้ประกอบการ ไม่ใช่สผ.หรือ คชก. เพราะ  สผ.ไม่สามารถห้ามเอกชนไม่ให้พัฒนาบนที่ดินแปลงนั้นได้ ซึ่งผลที่ตามมา อาจเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องต่อศาลปกครอง

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ