Loading

เอกชนตีปีกรับกู้บ้านหลังแรก0%2ปี ธอส.ดีเดย์ปล่อยพ.ค.ยาวสิ้น54วงเงิน2.5หมื่นล้าน

วันที่ : 4 พฤษภาคม 2554
เอกชนตีปีกรับกู้บ้านหลังแรก0%2ปี ธอส.ดีเดย์ปล่อยพ.ค.ยาวสิ้น54วงเงิน2.5หมื่นล้าน

นายกรณ์  จาติกวณิช  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ครม.อนุมัติโครงการบ้านธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพื่อที่อยู่อาศัยแห่งแรก ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยผู้กู้ต้องมีคุณสมบัติมีความต้องการที่อยู่อาศัยแห่งแรกเป็นของตนเอง ต้องย้ายชื่อเข้าเป็น "เจ้าบ้าน" และอยู่อาศัยจริงในที่อยู่อาศัยที่ขอกู้ตามโครงการนี้ และไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง และไม่มีชื่อเป็นหรือเคยเป็น "เจ้าของบ้าน" ในทะเบียนบ้าน ที่นำมา แสดงเป็นหลักฐานการยื่นกู้กับ ธอส. เพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคาร หรือห้องชุด หรือเพื่อปลูกสร้างอาคาร หรือเพื่อซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างอาคารทั้งนี้ คำว่า "อาคาร" หมายถึง บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ อาคารพาณิชย์เพื่อที่อยู่อาศัยแล้วต้องไม่ใช่ลักษณะการรีไฟแนนซ์

โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินโครงการผู้กู้ติดต่อยื่นคำขอกู้เงินได้ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ค.54 จนถึงวันที่ 30 ธ.ค.54 และต้องทำนิติกรรมกับ ธอส. ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 เม.ย.55 วงเงินให้กู้ ไม่เกินรายละ3,000,000 บาท, ไม่เกินร้อยละ 100 ของราคาประเมินที่ดินพร้อมอาคารหรืออาคารหรือห้องชุด และไม่เกินร้อยละ 100 ของราคาซื้อขายหรือราคาค่าก่อสร้างกำหนดวงเงินปล่อยกู้ตามโครงการไม่เกิน25,000 ล้านบาท

สำหรับระยะเวลาการกู้ ไม่เกิน 30 ปี และอายุผู้กู้หลักที่ใช้สิทธิรวมกับจำนวนปีที่ขอกู้ต้องไม่เกิน 65 ปี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ปีที่ 1 - ปีที่ 2 เท่ากับร้อยละ 0 ต่อปี, ปีที่ 3- ปีที่ 5 กรณีสวัสดิการ เท่ากับ MRR-0.50 ต่อปี กรณีรายย่อย เท่ากับ MRR , ปีที่ 6 เป็นต้นไป กรณีสวัสดิการ เท่ากับ MRR-1.00 ต่อปี กรณีรายย่อย เท่ากับ MRR-0.50 ต่อปี ในส่วนค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง ธอส. จะรับภาระสำรองจ่ายครึ่งหนึ่งของค่าจดทะเบียนโอนร้อยละ 2 ของราคาประเมิน และรับภาระสำรองจ่ายค่าจดทะเบียนการจำนองร้อยละ 1 ของวงเงินจำนอง

"โครงการดังกล่าวจะไม่กระทบต่อการดำเนินงานของธอส.และรัฐไม่ต้องจ่ายเงินชดเชย แต่จะอาจเว้นให้ธอส.งดนำส่งรายได้เข้ารัฐตามสัดส่วนรายได้ดอกเบี้ยที่คาดว่าจะเสียไปซึ่งสามารถนำเงินกลับไปเป็นเงินทุน เพื่อนำไปปล่อยสินเชื่อได้"รมว.คลัง กล่าว

ด้านนายเศรษฐา  ทวีสิน  กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. แสนสิริ (SIRI) กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะช่วยเหลือประชาชนให้มีบ้านเป็นของตนเองได้ง่ายขึ้น รวมถึงน่าจะส่งผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยระดับกลางล่างมีการอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นในปีนี้ ซึ่งแสนสิริมีนโครงการที่อยู่อาศัยที่มีระดับราคาขายเฉลี่ยตั้งแต่ 1.21-3 ล้านบาท โดยลูกค้าตัดสินใจซื้อและพร้อมโอนในปีนี้อยู่ประมาณ 1,050 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,540 ล้านบาท รวมไปถึงมีบ้านสร้างเสร็จพร้อมอยู่ในโครงการฮาบิทาวน์วัชรพล ราคาเริ่มต้น 2.3 ล้านบาท และ VVillage เฟส1 ราคาเริ่มต้น 1.1 ล้านบาทซึ่งเปิดการขายแล้วอีกด้วย

นายโอภาส  ศรีพยัคฆ์  กรรมการผู้จัดการบมจ.แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) กล่าวว่า โครงการนี้จะเป็นผลดีต่อลูกค้าของบริษัทซึ่งลูกค้าทั้งหมดเป็นกลุ่มลูกค้าที่ซื้อบ้านต่ำกว่าราคา 3 ล้านบาท นอกจากนี้จะช่วยกระตุ้นให้แบงก์เอกชนมีการปรับตัว และปรับเปลี่ยนรูปแบบสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมเพื่อมาแข่งขันกับธอส.ได้

ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ