Loading

มท.ต่ออายุ1ปียกเว้นโอน-จดจำนองลูกหนี้เฮไม่มีค่าเปลี่ยนมืออสังหาฯสิ้นสุด31ธ.ค.5

วันที่ : 14 เมษายน 2554
มท.ต่ออายุ1ปียกเว้นโอน-จดจำนองลูกหนี้เฮไม่มีค่าเปลี่ยนมืออสังหาฯสิ้นสุด31ธ.ค.54

จากที่ได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องหลักเกณฑ์การลดหย่อนค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเป็นพิเศษตามประมวลกฎหมายที่ดิน และกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด สำหรับกรณีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ลงวันที่ 30 มีนาคม2554 จำนวน 2 ฉบับ ซึ่งมีผลบังคับใช้2554 จำนวน 2 ฉบับ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-31 ธันวาคม2554 นั้น กรมที่ดินได้ออกประกาศชี้แจงเพิ่มเติมว่า ขณะนี้พนักงานเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถลดหย่อนค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมฯตามประกาศได้  เนื่องจากต้องรอการออกพระราชกฤษฎีกาตามความในประมวลรัษฎากร และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร  ซึ่งขณะนี้กรมสรรพากรอยู่ระหว่างดำเนินการก่อน

สาเหตุมาจากประกาศ 2 ฉบับข้างต้นกำหนดให้ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องแสดง 1.หนังสือรับรองหนี้ที่ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)กำหนด 2.หนังสือรับรองการโอนกำหนด 2.หนังสือรับรองการโอนอสังหาฯของลูกหนี้ของสถาบันการเงินมายื่นประกอบการขอรับสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนและภาษีอากร จึงต้องรอให้พระราชกฤษฎีกาและประกาศอธิบดีกรมสรรพากรมีผลบังคับใช้ก่อน

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามในประกาศกระทรวงมหาดไทย 2 ฉบับประกอบด้วยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องหลักเกณฑ์การลดหย่อนค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเป็นพิเศษตามประมวลกฎหมายที่ดิน สำหรับกรณีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด และประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องหลักเกณฑ์การลดหย่อนรัฐมนตรีกำหนด และประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องหลักเกณฑ์การลดหย่อนค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเป็นพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด สำหรับกรณีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรี กำหนด โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่1 มกราคม-31 ธันวาคม 2554 สาระสำคัญเป็นการขยายระยะเวลาการลดหย่อนค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมการโอนและการจำนองอสังหาริมทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน และการโอนและการจำนองอาคารชุดตามกฎหมายอาคารชุด สำหรับกรณีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2554 หลังจากประกาศฉบับเดิมสิ้นสุดระยะเวลาลงตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2553 ที่ผ่านมา โดยให้มีผลใช้บังคับย้อนหลังไปถึงวันที่ 1 มกราคม 2554 ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2553

ซึ่งจะส่งผลให้การตีโอนอสังหาฯและห้องชุดชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ หลังจากก่อนหน้านี้ ลูกหนี้รวมทั้งเจ้าหนี้สถาบันการเงิน ได้แก่ธนาคารออมสิน บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย บรรษัทบริหารสินทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์ สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินสถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม และนิติบุคคลอื่นที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด ฯลฯ ต่างชะลอจดทะเบียนนิติกรรมการโอนและจำนองอสังหาฯ หลังจากที่มาตรการลดหย่อนค่าโอนและภาษีธุรกิจเฉพาะสิ้นสุดลง รอให้มีการออกประกาศฉบับใหม่ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนโอน จำนอง และยกเว้นการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ ภาษีรายได้หัก ณ ที่จ่าย และอากรแสตมป์ จากเดิมต้องเสียค่าโอน จำนอง 2% และ 1% ตามลำดับ เหลือ 0.01% และเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% โดยในส่วนของการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ ภาษีรายได้หัก ณ ที่จ่าย และอากรแสตมป์ อยู่ระหว่างรอการออกพระราชกฤษฎีกาตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ซึ่งกรมสรรพากรจะเป็นผู้ดำเนินการ

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ