Loading

ไฟเขียวแบงก์ซื้อหนี้ดีคื

วันที่ : 14 เมษายน 2554
ไฟเขียวแบงก์ซื้อหนี้ดีคืน

นางจุไรรัตน์  ปันยารชุน  กรรมการผู้จัดการ บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) เปิดเผยถึงผลการดำเนินว่า ในช่วงไตรมาแรกของปีมีรายได้รวม 1.2 หมื่นล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าในวันที่จะปิดกิจการวันที่ 8 มิ.ย. 2554 จะสามารถทำรายได้ 1.03 หมื่นล้านบาท ถือว่าทำรายได้สูงกว่าเป้าหมาย 117% และคาดว่าเมื่อถึงเดือน มิ.ย. จะมีรายได้ทั้งสิ้น 1.3 หมื่นล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 1.5 เท่า

สำหรับรายได้รวม 1.2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นการรับชำระหนี้ตามแผน 4,146 ล้านบาท จากเป้าหมาย 7,500 ล้านบาท และการจำหน่ายสินทรัพย์ 7,936 ล้านบาท จากเป้าหมายที่กำหนดไว้ 2,800 ล้านบาท และมีรายได้จากการปรับโครงสร้างหนี้ 56.23%

นางจุไรรัตน์ กล่าวถึงแผนการยุบกิจการ บสท. ได้วางแนวทางการจัดการสินทรัพย์หลังจากที่ บสท. จะต้องยุบกิจการว่า จะเสนอให้มีการประมูลสินทรัพย์แบบเฉพาะเจาะจง โดยเฉพาะในส่วนบัญชีลูกหนี้ที่มีการปรับโครงสร้างหนี้แล้วซึ่งมีอยู่ประมาณ 5 หมื่นล้านบาท

บสท.ได้วางแนวทางไว้ 2 แนวทาง แนวทางแรก จะเปิดให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ของรัฐ เช่น บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ (บสก.) หรือบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (บบส.สุขุมวิท) เข้ามาประมูลสินทรัพย์ออกไปเท่านั้น

แนวทางที่สอง เปิดให้สถาบันการเงินผู้โอนหนี้มาซื้อหนี้ที่ บสท.ได้ปรับโครงสร้างหนี้แล้วออกไป เพราะปัจจุบันถือเป็นลูกหนี้ที่ผ่าน การปรับโครงสร้างหนี้และมีการผ่อนชำระหนี้ตามปกติ สถาบันการเงินผู้โอนทรัพย์สินออกมาบางรายต้องการที่จะซื้อกลับไปเพื่อเพิ่มฐานสินเชื่อ เพราะหนี้บางรายที่มีการปรับโครงสร้างหนี้แล้วมีการผ่อนชำระหนี้ดีมาก

 ขณะนี้ บสท.ได้เปิดให้สถาบันการเงินเข้ามาดูข้อมูล เพื่อให้ที่จะเข้ามารับซื้อบัญชีลูกหนี้ที่มีการปรับโครงสร้างหนี้แล้ว ปรากฏว่ามีธนาคารพาณิชย์หลายรายสนใจที่จะมารับซื้อบัญชีลูกหนี้ที่มีการปรับโครงสร้างหนี้คืนกลับไป เนื่องจากลูกหนี้มีศักยภาพที่ดีและที่ผ่านมามีการชำระหนี้ดีมาโดยตลอด ซึ่งการที่สถาบันการเงินรับซื้อบัญชีลูกหนี้เก่าที่ปรับโครงสร้างหนี้ไป จะทำให้สถาบันการเงินขยายสินชื่อได้เร็ว และสามารถที่จะมีรายรับจากดอกเบี้ยต่อนางจุไรรัตน์ กล่าว

สินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีเอ) ที่เหลืออยู่ประมาณ 8 หมื่นล้านบาท บสท.จะจัดกองสินทรัพย์ขายแบบเฉพาะเจาะจงให้ให้กับ บสก. และ บบส.สุขุมวิท แต่สถาบันการเงินเจ้าของทรัพย์สินเดิมคงจะมาซื้อไม่ได้ เพราะมีข้อกำจัดในการถือครองสินทรัพย์ เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดให้ถือครองสินทรัพย์เอ็นพีเอได้ไม่เกิน 5 ปี จึงเป็นอุปสรรคในการเข้ามาซื้อเอ็นพีเอออกไป

ทั้งนี้ ณ วันที่ 8 มิ.ย. บสท. มีสินทรัพย์รวม 1.7 แสนล้านบาท ประกอบด้วยหนี้ที่ปรับโครงสร้างหนี้แล้ว 5.1 หมื่นล้านบาท สินทรัพย์รอการขาย (เอ็นพีเอ) 8 หมื่นล้านบาท เงินฝากธนาคาร 3.9 หมื่นล้านบาท และมีหนี้สินจากตั๋วสัญญาเงินที่ยังไม่ได้ไถ่ถอน 6.1 หมื่นล้านบาท มีสัดสวนสินทรัพย์ต่อหนี้สิน 278.7% หรือเหลือส่วนต่างอีก 2 หมื่นล้านบาท

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ