Loading

ต้นทุนบ้านใหม่ขยับขึ้นปี 54 ปีทองบ้านมือสอ

วันที่ : 25 เมษายน 2554
ต้นทุนบ้านใหม่ขยับขึ้นปี 54 ปีทองบ้านมือสอง

นายสมศักดิ์  ชุติศิลป์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บี.ซี.พี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด กล่าวว่า ปัจจัยลบจากทิศทางการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยในช่วงขาขึ้น ราคาน้ำมันและการปรับตัวของราคาวัสดุก่อสร้าง ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนบ้านใหม่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับราคาขายบ้านใหม่ และบ้านมือสองที่ปัจจุบันยังมีช่วงราคาขายเฉลี่ยห่างกันกว่า 15-20% นั้นส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจซื้อบ้านมือสองมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มบ้านแนวราคาระดับราคา 5 ล้านบาทขึ้นไป หรือกลุ่มบ้านตลาดกลางขึ้นบนนั้น  มีอัตราการขยายตัวค่อนข้างสูง

โดยในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้บริษัทมีอัตราการเติบโตของยอดขายเพิ่มขึ้น จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้ากว่า 10% ซึ่งยอดขายบ้านส่วนใหญ่มาจากกลุ่มบ้านระดับกลางบนราคา 5 ล้านบาทขึ้นไปกว่า 50% ซึ่งถือว่าในปีนี้กลุ่มบ้านในตลาดระดับกลางบนนั้นมีอัตราการเติบโตที่ดีมาก ในขณะที่บ้านมือสองในตลาดล่างราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทนั้นมียอดขายหดตัวลงจากปีที่แล้วค่อนข้างสูงเนื่องจากกลุ่มลูกค้าระดับล่าง

นั้นได้รับผลกระทบจากการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยที่ยังมีทิศทางการปรับตัวอย่างต่อเนื่องส่งผลให้กำลังซื้อลูกค้าลดลงและชะลอการตัดสินใจซื้อออกไป"จากการวิเคราะห์ปัจจัยลบและความต้องการของผู้บริโภคแล้วพบว่า หากบ้านหลังใหญ่ราคาสูงในกลุ่มบ้านใหม่ปรับราคาขึ้นจะส่งผลดีต่อตลาดบ้านมือสองในระดับบนมากเนื่องจากช่วงห่างของราคาบ้านมือสองและบ้านใหม่ในระดับเดียวกันนั้นจะมีต่างกัน 15-20%และเมื่อนับรวมบ้านมือสองที่มีการตกแต่งพร้อมทั้งเฟอร์นิเจอร์ในบ้านที่ให้ลูกค้าแล้วจะทำให้ช่วงห่างของราคา หรือมองในมุมของลูกค้าที่จะได้ประโยชน์จากบ้านมือสองนั้นมีมูลค่าห่างกันมากกว่า 20%

อย่างไรก็ตาม หากจะประเมินแนวโน้มตลาดในปีนี้จากผลการดำเนินการในช่วงไตรมาสแรกนั้นยังถือว่าเร็วไป แต่ต้องรอดูสถานการณ์ในช่วงไตรมาส 2 ประกอบเพื่อประเมินสถานการณ์ตลาดอีกครั้ง เนื่องจากในช่วงเดือนเมษายนมีวันหยุดเยอะ และเดือน พ.ค. เองก็เป็นช่วงที่จะเปิดเทอมซึ่งลูกค้าต้องมีค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของลูกๆ ซึ่งจะมีผลต่อยอดขายดังนั้นจะต้องรอประเมินตลาดอีกครั้งหลังช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้จึงสามารถชี้วัดว่าในปีนี้เป็นปีทองของบ้านมือสองหรือไม่

นายสมศักดิ์กล่าวว่า สำหรับตลาดบ้านระดับล่างราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทนั้น ลูกค้าได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยค่อนข้าสงมากทำให้ไม่มีกำลังซื้อมากพอจะซื้อบ้านในกลุ่มนี้ได้เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพนักงานบริษัทซึ่งลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่สามารถซื้อบ้านกลุ่มนี้ได้นั้นส่วนมากจะได้รับการอุดหนุนจากองค์กรเช่นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการ ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจาก องค์กรในด้านดอกเบี้ย หรือการจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ระยะยาวเข้ามาช่วยเหลือ ทำให้สามารถซื้อบ้านได้ ขณะที่กลุ่มพนักงานบริษัทที่มีรายได้ 20,000 บาทต่อเดือนที่จะซื้อบ้านระดับราคา 2-3 ล้านบาทนั้นเป็นเรื่องยากทำให้ในช่วงที่ผ่านมาบ้านมือสองในตลาดระดับล่างมียอดขายไม่ดี

ทั้งนี้ มองว่าหากไม่มีปัจจัยลบด้านอื่นๆเข้ามากระทบ ขณะที่ตลาดหุ้นยังมีทิศทางที่ดีราคาทองคำราคาดี และดอกเบี้ยยังไม่ปรับตัวสูงนั้น เชื่อว่าในปีนี้ตลาดบ้านมือสองจะเป็นอีกปีที่สามารถขยายตัวได้สูงกว่าปีที่ผ่านมา ส่วนปัจจัยลบที่น่าเป็นห่วงคือปัญหาการปรับตัวของราคาน้ำมัน ซึ่งหากมีการปรับตัวสูงมากก็จะส่งผลให้พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไปเลือกซื้อห้องชุดในแนวรถไฟฟ้า อยู่ใกล้แหล่งงานและโครงการที่มีระบบขนส่งรองรับมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อยอดขายในกลุ่มของบ้านมือสองในแนวราบแน่นอน

อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่อยู่อาศัยอาคารชุดในปีนี้ค่อนข้างได้รับผลกระทบจากการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยและมาตรการ LTV ซึ่งรัฐบาลนำมาใช้ควบคุมตลาดอาคารชุด โดยเฉพาะดังนั้นจึงเชื่อว่าแนวโน้มตลาดบ้านแนวราบในปีนี้จึงยังขยายตัวได้ดี ทั้งนี้ ส่วนของผลดำเนินการของ บี.ซี.พี. ในปีนี้ตั้งเป้ว่าจะมียอดขายรวมที่900 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้าที่มียอดขายรวม 830 ล้านบาทเล็กน้อย โดยในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาบริษัทมียอดขาย ต่อเดือน 65 ล้านบาท ทำให้ขณะนี้บริษัทมียอดขายแล้ว 195 ล้านบาท

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ