Loading

กนง.ขึ้นอาร์พี0.25%สกัดเงินเฟ้

วันที่ : 21 เมษายน 2554
กนง.ขึ้นอาร์พี0.25%สกัดเงินเฟ้อ

          นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% จาก 2.50% เป็น 2.75% ต่อปี โดยมีผลทันที เนื่องจาก กนง. เห็นว่าแรงกดดันเงินเฟ้อมีมากขึ้น จากการขยายตัวต่อเนื่องของความต้องการใช้จ่ายสินค้า ส่งผลให้ผู้ประกอบการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาสินค้าได้ง่ายขึ้น สอดคล้องกับการคาดการณ์เงินเฟ้อที่มีต่อเนื่อง ประกอบกับราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ที่อยู่ในระดับสูง และการทยอยปรับขึ้นราคาสินค้าที่อยู่ภายใต้การควบคุมของทางการ จะเป็นปัจจัยเสริมให้แรงกดดันเงินเฟ้อยังเพิ่มต่อไป

 

          “จากการที่ทางการพยายามควบคุมราคาสินค้า รวมถึงการตรึงราคาน้ำมันไปอีก 6 เดือนข้างหน้านั้น ถือเป็นมาตรการระยะสั้นเท่านั้น เพราะเมื่อใดที่หยุดมาตรการและราคาน้ำมันยังสูงขึ้นต่อเนื่อง จนไม่สามารถควบคุมได้ ก็จะส่งผลให้ราคาพุ่งสูงขึ้น จนไม่สามารถรับได้ รวมทั้งยังเป็นแรงส่งให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นเช่นกัน ซึ่งขณะนี้ผู้ประกอบการและผู้ที่เกี่ยวข้องต้องปรับตัวเพื่อรองรับกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น นอกจากนี้ ธปท. เองจะติดตามแนวโน้มแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะต่อไปอย่างใกล้ชิดและพร้อมที่จะดำเนินนโยบายการเงินอย่างเหมาะสมต่อไป”

 

          นายไพบูลย์ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกขยายตัวดี จากความต้องการทั้งในและต่างประเทศ โดยสินเชื่อภาคธุรกิจเร่งตัวต่อเนื่องสอดคล้องกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่ภัยพิบัติในญี่ปุ่นคาดว่าจะส่งผลให้การผลิตและการส่งออกของอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ชะลอตัวบ้าง โดยคาดว่าภาคการผลิตจะกลับมาขยายตัวได้ในช่วงไตรมาส 4 หลังจากการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบจากญี่ปุ่นคลี่คลายลง ส่วนผลกระทบจากอุทกภัยในภาคใต้เชื่อว่าอยู่ในวงจำกัด และคาดว่าระยะต่อไปเศรษฐกิจไทยจะยังขยายตัวต่อเนื่อง ตามเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัวในเกณฑ์ดี

 

          นายมาร์ค อาร์โนลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ธนาคารจะมีการประชุมพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยหลังจากที่ ธปท. ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในวันที่ 22 เม.ย.นี้

 

          นายปรีดี ดาวฉาย รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า จะพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยทั้งเงินกู้และเงินฝาก ซึ่งจะดูภาวะตลาดเป็นหลัก โดยธนาคารยืนยันว่าจะไม่เป็นผู้นำในการขึ้นดอกเบี้ย สำหรับการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ของ ธปท. เพื่อดูแลเงินเฟ้อ คาดว่าสิ้นปีดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ที่ 3.25% ส่วนการปล่อยสินเชื่อในไตรมาส 1/54 เป็นไปตามเป้าหมายเติบโต 7-9% และเห็นว่าการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันช่วยเงินเฟ้อได้ส่วนหนึ่งแต่เป็นส่วนน้อย

 

          นายศิริชัย สมบัติศิริ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารจะขึ้นดอกเบี้ยทั้ง 2 ขาภายในสัปดาห์นี้ แต่คาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากมากกว่าเงินกู้ โดยเฉพาะเงินฝากประจำ ซึ่งยอมรับว่าดอกเบี้ยขาขึ้นต้นทุนผู้ประกอบการเพิ่มและการทำตลาดยากขึ้นเล็กน้อย แต่เชื่อว่ายังสามารถบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่อได้

 

          “การปรับดอกเบี้ยเงินฝากประจำเป็นไปตามภาวะตลาดที่มีการแข่งขันสูง เพราะที่ผ่านมาพบว่าธนาคารของรัฐ เช่น ออมสิน ธอส. ให้ดอกเบี้ยเงินฝากจูงใจลูกค้ามาก จากเดิมที่ไม่เคยทำตลาดมาก่อน”

 

          นายวรวิทย์  ชัยลิมปมนตรี  กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ยังตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในช่วง 1 เดือนนี้ แต่ดอกเบี้ยเงินฝากจะพิจารณาปรับขึ้นเร็ว ๆ นี้

 

          นายโสฬส  สาครวิศว  กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) กล่าวว่า ยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ต้องดูตลาดก่อน แต่ถ้าธนาคารพาณิชย์แห่งใหญ่ปรับขึ้นดอกเบี้ยธนาคารก็พร้อมขึ้นดอกเบี้ยตาม โดยเห็นว่าดอกเบี้ยเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น ส่วนน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงอาจจะทำให้เศรษฐกิจชะงักและอำนาจซื้อของผู้บริโภคลดลง ซึ่งเชื่อว่าหากผู้ประกอบการหาแนวทางลดต้นทุนลงในช่วงดอกเบี้ยสูง ค่าเงินบาทแข็งค่าด้วยการทำกำไรเพิ่มขึ้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการชำระหนี้.

 

ที่มา: http://www.dailynews.co.th

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ