Loading

ชี้ บ้านมั่นคง หนุนยกระดับคนจนเมือ

วันที่ : 16 เมษายน 2554
ชี้ บ้านมั่นคง หนุนยกระดับคนจนเมือง

นายดิลกะ  ลัทธพิพัฒน์  นักวิจัยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า จากการศึกษาผลกระทบของโครงการบ้านมั่นคง พบว่า ราคาซื้อและขายบ้านเพิ่มขึ้นมากกว่าหนี้สินที่เกิดขึ้นจากการสร้างบ้านกว่าเท่าตัว โดยราคาขายเพิ่มขึ้น 718,458 บาท และราคาซื้อของบ้านเพิ่ม 518,272 บาทในขณะที่หนี้สินบ้านเพิ่มขึ้น 229,938 บาท ครัวเรือนมีภาระผ่อนชำระระยะยาวประมาณ 14 ปี เฉลี่ยเดือนละ 1,871 บาทมีภาระดอกเบี้ยคิดเป็นร้อยละ 4.7 ต่อปี แต่หากนำบ้านไปให้เช่า คาดว่าจะได้รับค่าเช่าเฉลี่ยเดือนละ 3,804 บาท หรือเพิ่มขึ้น 1,523 บาทจากเงื่อนไขของโครงการที่ต้องมีการออมเงินทำให้ผู้ร่วมโครงการพยายามตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นต่างๆ เพื่อที่จะนำมาสร้างบ้าน ได้ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนในชุมชน ทั้งผลต่อการทำงาน การลงทุน หนี้สิน ค่าน้ำและค่าไฟฟ้า โดยพบว่า คนวัยทำงานมีชั่วโมงทำงานเพิ่มขึ้น 2.73 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 579 บาทต่อเดือน

สำหรับด้านการศึกษา พบว่าการมีสภาพที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อมชุมชนที่ดีขึ้น มีผลต่อการศึกษาของเด็ก โดยครัวเรือนมีค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาเด็กเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2,380 บาทต่อเทอม ในขณะที่เด็กในครัวเรือนใช้เวลาในการเรียนหนังสือและทำการบ้านเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3.58 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และจำนวนเด็กที่ไม่ได้เรียนหนังสือลดลง

นายดิลกะ กล่าวว่า จากการศึกษาโครงการบ้านมั่นคง พบว่า การปรับปรุงชุมชนแออัดเดิมให้มีสภาพที่ดีขึ้นในทุกๆ ด้าน โดยคนในชุมชนตกลงในแนวทางและร่วมกันทำอย่างจริงจัง จึงสามารถยกระดับชุมชนที่เคยถูกเรียกว่าสลัม ให้เป็นชุมชนปลอดภัยทั้งด้านสาธารณูปโภคและสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น ชุมชนน่าอยู่ขึ้นได้

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ