Loading

ธปท.ลั่นไม่พบความเสี่ยงเกณฑ์แอลทีว

วันที่ : 3 มีนาคม 2554
ธปท.ลั่นไม่พบความเสี่ยงเกณฑ์แอลทีวี

นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า ขณะนี้มาตรการควบคุมการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยต่อมูลค่าหลักประกัน (แอลทีวี) อยู่ในช่วงเริ่มต้น เพิ่งผ่านมาเพียง 2 เดือนเท่านั้น ดังนั้น  ธปท.จึงยังไม่พบสัญญาณการเลี่ยงการเพิ่มน้ำหนักความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์อย่างมีนัยสำคัญ  อย่างไรก็ตาม หากธนาคารพาณิชย์มีเจตนาเลี่ยงมาตรการตามประกาศของธปท.จริง แต่มีการปรับเพิ่มน้ำหนักความเสี่ยงมาอยู่ที่  75%  ก็สามารถทำได้และไม่ถือว่าเป็นความผิดส่วนกรณีมีกระแสบางธนาคารพาณิชย์หลายแห่งมีการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยเกิน 90% แล้วคิดอัตราดอกเบี้ยส่วนเพิ่มในระดับต่ำตามในรูปสินเชื่อประเภทอื่น เช่น สินเชื่อบุคคล อัตราดอกเบี้ย 1-3% เป็นต้น

โดยตัดแยกสินเชื่อส่วนเพิ่มดังกล่าวออกเป็นอีกสัญญาหนึ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการเพิ่มน้ำหนักความเสี่ยงตามที่ ธปท.ได้กำหนดนั้น" ตอนนี้เพิ่งผ่านมาแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น จริงๆ แล้วลูกค้าบางคนก็เข้าเกณฑ์ มีความน่าเชื่อถือ รวมถึงอยู่บนพื้นฐานของมูลค่าสินทรัพย์ที่กำหนดไว้ที่ 75% ถือว่าสามารถดำเนินการได้ ส่วนแบงก์รัฐจะดำเนินการหรือไม่ก็อยู่ที่คลัง เพราะแบงก์รัฐไม่ได้อยู่ในอำนาจที่ธปท.จะบังคับได้ แต่หากทำได้จะถือว่าเป็นเรื่องที่ดี"นายเกริก

นายทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจมหภาค ธปท. กล่าวว่า ภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัวลงในขณะนี้นั้น เป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาฯ ของภาครัฐที่หมดอายุลงเมื่อ 30 มิ.ย.53  แต่ทั้งนี้ถือเป็นการชะลอตัวลงเพื่อกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ตามความต้องการที่แท้จริงของตลาด ขณะที่ผู้ประกอบการก็มีการปรับตัวโดยการลดปริมาณการสร้างอุปทานเพิ่มเติม เนื่องจากมองว่าอุปสงค์ในระยะข้างหน้าจะชะลอตัวลง "สัญญาณการเกิด over supply มีอยู่บ้างในที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม ทั้งนี้ เพราะผลของมาตรการควบคุมการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยต่อมูลค่าหลักประกัน ยังไม่เห็นผลที่ชัดเจนนัก เนื่องจากมีผลบังคับใช้ผ่านมาเพียง 2 เดือน (ที่อยู่อาศัยแนวสูงเริ่ม 1 ม.ค.54) แต่ประเด็นดังกล่าวก็ยังไม่น่าเป็นห่วง และเชื่อว่ามาตรการแอลทีวีจะเป็นวัคซีนให้ตลาดกลับสู่ภาวะปกติได้"

อย่างไรก็ตาม หลายประเทศก็มีการออกมาตรการควบคุมการปล่อยสินเชื่อออกมาใช้ และค่อนข้างมีความเข้มข้นกว่ามาตรการของธปท.อยู่มากแต่ธปท.ยังมองว่ามาตรการที่มีอยู่เพียงพอแล้ว แต่สถานการณ์มีความรุนแรงมากขึ้นก็คงจะต้องมีการทบทวนมาตรการใหม่

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ