Loading

สผ.ระดมสมองหวังลดขั้นตอน ทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม เล็งเพิ่มประเภทและขนาดโครงกา

วันที่ : 28 กุมภาพันธ์ 2554
สผ.ระดมสมองหวังลดขั้นตอน ทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม เล็งเพิ่มประเภทและขนาดโครงการ


 

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติระดมสมอง  เพื่อลดขั้นตอนการทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อให้รวดเร็วขึ้นและได้มาตรฐานสากล  พร้อมทั้งเตรียมเพิ่มเติมประเภทและขนาดของโครงการ  จาก  22  ประเภทเป็น  34  ประเภท  เน้นการมีส่วนร่วมและผลกระทบต่อสุขภาพมากขึ้น รายงานข่าวแจ้งว่า  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ได้ออกประกาศกำหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการ  ซึ่งต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม  (EIA)  เพิ่มเติมจาก  22  ประเภท  เป็น  34  ประเภท  และประกาศที่เกี่ยวข้องกับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง  ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม  ทรัพยากรชาติและสุขภาพ  ทำให้กระบวนการทำงานที่เกี่ยวข้องกับรายงาน  EIA  เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนนั้น

ทางสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  (สผ.)  จึงได้จัดเวทีการสัมมนาเพื่อพัฒนาระบบการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม  เรื่อง  ก้าวต่อไปของกระบวนการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม  เพื่อสร้างความเข้าใจต่อกลไก  EIA ทั้งในประเทศไทยและสากล รวมถึงเพื่อรับฟังประเด็นปัญหาอุปสรรคในการจัดทำรายงาน การรับฟังความเห็น และการพิจารณารายงานของทุกภาคส่วน เพื่อปรับปรุงขั้นตอน กระบวนการ ให้มีประสิทธิภาพ สามารถสนองต่อการปกป้องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายทั้งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและรัฐธรรมนูญ 

นางนิสากร  โฆษิตรัตน์  เลขาธิการ  สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ หรือ สผ.  เปิดเผยว่า  จากการที่มีการนำกลไกการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม  หรือ  EIA  และการตั้งองค์กรภาครัฐเพื่อดำเนินการเรื่องนี้มานับตั้งแต่  พ.ศ  2524  จนถึงปี  2554  เป็นเวลา  30  ปี  ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา  ระบบ  EIA  มีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้นตามลำดับ  จนถึงปี  พ.ศ.  2550  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  มาตรา  67  วรรค  2  ได้กำหนดให้การดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง  ทั้งด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม  ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ  จะกระทำมิได้  เว้นแต่จะได้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม  และสุขภาพของประชาชนในชุมชน  รวมถึงจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อน 

นอกจากนี้ได้ให้องค์การอิสระ  ประกอบด้วย  ผู้แทนองค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ  และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม  หรือทรัพยากรธรรมชาติ  หรือสุขภาพ  ให้ความเห็นประกอบก่อนการดำเนินการดังกล่าว  ซึ่งได้เกิดกระบวนงานที่เกี่ยวข้องกับรายงาน  EIA  โครงการหรือกิจการที่อาจมีผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง  และระบบ  EIA  เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน  ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมการ  การจัดทำรายงาน  การพิจารณารายงาน  ประกอบกับความตื่นตัวของประชาชนและชุมชน  ทำให้รายงาน  EIA  โครงการปกติได้ขยายประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการที่ต้องจัดทำรายงาน  EIA  เพิ่มขึ้น  จากเดิมมี  22  ประเภทขนาด  เป็น  34  ประเภทขนาด  (มีผลบังคับใช้วันที่  30  ธันวาคม  2552)  และเน้นเรื่องการมีส่วนร่วม  และผลกระทบต่อสุขภาพมากขึ้นด้วย

นางนิสากร  กล่าวต่อไปว่า  เพื่อให้  EIA ในประเทศไทย มีประสิทธิภาพโดยมีมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากลและมีขั้นตอนการดำเนินการพิจารณาให้ความเห็น และเห็นชอบได้รวดเร็ว รวมทั้งมาตรการที่ได้จากการวิเคราะห์สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิผลและเป็นกลไกที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการนำเจตนารมณ์และบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.  2550  ในหมวดว่าด้วยสิทธิชุมชน  โดยเน้นมาตรา  67  วรรค  2  ที่คำนึงถึงสิทธิชุมชน  กรณีที่เป็นโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง  เสริมสร้าง  ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชน  และให้ประโยชน์แก่ผู้มีส่วนได้เสียได้มีส่วนในกระบวนการรับฟังความคิดเห็น  และต้องมีความเห็นขององค์การอิสระ  ดังนั้น  ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลไกการจัดทำรายงาน  EIA  และการพิจารณา  EIA  รวมทั้งผู้อนุมัติ/อนุญาตที่ต้องกำกับการปฏิบัติของผู้รับอนุญาตในการป้องกันและลดผลกระทบ  ได้มีส่วนร่วมในการออกแบบขั้นตอน  กระบวนการอย่างมีประสิทธิภาพเป็นมาตรฐาน  และไม่เกิดความซ้ำซ้อน  

นอกจากนี้ในหัวข้อ  มุมมองต่อทิศทางการพัฒนาการจัดทำและการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ  สิ่งแวดล้อม  โดยมีผู้แทนจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการ,  ผู้ประกอบการ,  ผู้แทนองค์การอิสระ  และผู้แทนนิติบุคคลผู้จัดทำรายงาน  ร่วมอภิปรายเลือกข้อมูลที่ต้องการ  แผนปฏิบัติการเพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระดับจังหวัด  คำแถลงการณ์นโยบายของคณะรัฐมนตรี  ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์  ความหลากหลายทางชีวภาพ  ศูนย์ข่าวและคำเตือนสิ่งแวดล้อม  การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม  กองทุนสิ่งแวดล้อม  ระบบติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม  พื้นที่ชุ่มน้ำ  การฟื้นฟูและพัฒนาพื้นประสบภัย  Tsunami  แผนสนับสนุนโครงการขนาดเล็ก  UNEP  GEF  Project  แผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม  2550-2554  คณะกรรมการจัดการที่ดินแห่งชาติ  Programme  การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและ  CDM  ทะเลสาบสงขลา  พื้นที่สีเขียว  40  ปี  ASEAN  องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก  HRD      e-Learning  กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม  1111  สายด่วน  ของรัฐบาล  สำนักงานกิจการสตรี  และสถาบันครอบครัว  สำนักงาน  ก.พ. 

โดยการปรับปรุงเงื่อนไขการปฏิบัติ  กรณีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการ  และหรือมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมในการรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม  โดยคู่มือการจัดทำรายงาน  EIA  แต่ละประเภทโครงการ  เพิ่มเติมประเภทขนาด  จาก  22  ประเภทเป็น  34  ประเภท  และประเภทรุนแรง  11  ประเภท  สผ.จึงต้องดำเนินการปรับปรุงและเพิ่มเติมคู่มือการจัดทำรายงาน  EIA  โดยมีแนวความคิดที่ต้องการให้มีความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ  บริษัทที่ปรึกษาและภาคเอกชน  ทั้งในส่วนสถาบัน  สมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้องในการจัดทำคู่มือ  EIA  ดังกล่าว

การปรับปรุงเพิ่มเติมประเภทและขนาดโครงการที่ต้องจัดทำรายงาน  EIA  จากเดิม  34  ประเภทโครงการ  โดยเพิ่มเติม  3  ประเภทโครงการ  ได้แก่  เตาเผามูลฝอยติดเชื้อ  การผันน้ำข้ามลุ่มน้ำระหว่างประเทศยกเว้นกรณีภัยพิบัติ  หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ  ที่เป็นการดำเนินการชั่วคราว  ประตูระบายน้ำในแม่น้ำสายหลัก  ปัจจุบัน  อยู่ระหว่างการนำเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ  ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและประกาศ  สผ.  ที่เกี่ยวเนื่องกับโครงการประเภทรุนแรง  ปัจจุบันมี  5 ฉบับ ได้แก่ 

1. ประกาศกฎกระทรวงเรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติและแนวทางในการจัดทำรายงาน EIA  ประกาศในราชกิจจานุเบกษา  เมื่อวันที่  29  ธันวาคม  2552 

2.  ประกาศกระทรวงฯเรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติและแนวทางในการจัดทำรายงาน EIA (ฉบับที่ 2)  พ.ศ.  2553  ประกาศในราชกิจจานุเบกษา  เมื่อวันที่  16  กันยายน  2553 

3.  ประกาศกระทรวงฯ เรื่องกำหนดประเภทขนาด แสดงวิธีปฏิบัติสำหรับโครงการประเภทรุนแรงฯ ที่ต้องจัดทำรายงาน  EIA  พ.ศ.  2553 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา  เมื่อวันที่  31  สิงหาคม  2553 

ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ  และสิ่งแวดล้อมและประกาศ  สผ.  ที่เกี่ยวเนื่องกับโครงการประเภทรุนแรงโดยประกาศกระทรวงฯ  เรื่องกำหนดประเภท  ขนาดและวิธีปฏิบัติสำหรับโครงการประเภทรุนแรงฯ  ที่ต้องจัดทำรายงาน  EIA (ฉบับที่  2)  พ.ศ.  2553 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2553 

ทั้งนี้  ประกาศ  สผ.เรื่องการนับระยะเวลาตามประกาศกระทรวงฯ  เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์  วิธีการ  ระเบียบปฏิบัติ  และแนวทางในการจัดทำรายงาน  EIA  การขอรับการยกเว้นไม่ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม  ตามแนวทางในมาตรา  46  วรรค  3  แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ  พ.ศ.  2535  โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติ  ของบริษัท  ปตท.  จำกัด  (มหาชน) 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ดอกเบี้ยธุรกิจ

 

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ