Loading

กคช.ฝันตั้งบริษัทลูกลุยอสังหาฯหวังสร้างกำไรเชิงพาณิชย์ลดพึ่งพางบรัฐ

วันที่ : 14 กุมภาพันธ์ 2554
กคช.ฝันตั้งบริษัทลูกลุยอสังหาฯหวังสร้างกำไรเชิงพาณิชย์ลดพึ่งพางบรัฐ

นายสุชาติ ศิริโยธิพันธุ์ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า การเคหะฯจะจัดตั้งหน่วยธุรกิจหรือ Business Unit ขึ้นมารองรับการพัฒนาโครงการที่สร้างผลกำไร เพื่อแยกจากการพัฒนาโครงการเพื่อสังคมให้ชัดเจน เนื่องจากในแผน 5 ปี จะมีโครงการที่การเคหะฯจะพัฒนาเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการเงินให้กับองค์กร และลดการพึ่งพางบประมาณจากรัฐ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าในอนาคต หน่วยธุรกิจที่ตั้งขึ้นจะพัฒนาเป็นบริษัทลูกของการเคหะฯ สำหรับในแผน 5 ปี ที่การเคหะฯจะสร้างที่อยู่อาศัยประมาณ 4.3 หมื่นหน่วย จะเป็นโครงการสำหรับผู้มีรายได้น้อย 2.5 หมื่นหน่วย ที่จะใช้เงินอุดหนุนจากรัฐบาลหลังละ 1.2 แสนหน่วย เพราะถือเป็นภารกิจด้านสังคมที่สนับสนุนให้ผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง และอีก 1.8 หมื่นหน่วย เป็นการพัฒนาโครงการรองรับกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางไปจนถึงกลาง-บน ส่วนหนึ่งจะเป็นการพัฒนาในเชิงพาณิชย์ที่จะขึ้นอยู่กับหน่วยธุรกิจใหม่ที่จะตั้งขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะ

แหล่งข่าวจากการเคหะฯ เปิดเผยว่า บ้านที่การเคหะฯ หวังผลในเรื่องกำไรจริงๆ จะเป็นบ้านในราคา 2-3 ล้านบาทขึ้นไป โดยเบื้องต้นจะใช้พนักงานของการเคหะฯ เป็นผู้ดำเนินการก่อน เช่น การออกแบบบ้านใหม่ๆ การทำตลาด เป็นต้น แล้วค่อยมาดูว่าจำเป็นจะต้องว่าจ้างบริษัทภายนอกเป็นผู้ดำเนินการ เพราะจะต้องแข่งขันกับเอกชน

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ ในปี 2551 กคช. มีแนวคิดในการจัดจ้างเอกชนเข้ามาศึกษาแนวทางออกในการแก้ปัญหาโครงการบ้านเอื้ออาทรด้วยวิธีการจัดตั้งบริษัทขึ้นมาดูแล หรือมีการแยกระบบบัญชีออกจากการเคหะฯ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้การช่วยเหลือการเคหะฯ ด้วยการอนุมัติงบประมาณชดเชยภาระดอกเบี้ยที่เกิดจากการก่อสร้างโครงการบ้านเอื้ออาทร รวมทั้งสิ้นกว่า 4,700 ล้านบาท แต่แนวคิดดังกล่าวก็ถูกชะลอออกไปจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการใดต่อ

นอกจากนี้ กคช.ยังมีแนวคิดการจัดทำโครงการร่วมทุนระหว่าง กคช.กับเอกชน เพื่อนำที่ดินศักยภาพที่ได้ซื้อเข้ามาเพื่อพัฒนาโครงการบ้านเอื้ออาทร แต่ถูกชะลอการพัฒนาโครงการตามมติ ครม.รวมถึงที่มีการยกเลิกการพัฒนาโครงการบ้านเอื้อฯบางส่วน โดยการร่วมทุนกับภาคเอกชนนั้นต้องมีบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (TOR) ในรายละเอียดภาพกว้างไว้ก่อนเพื่อให้เอกชนสามารถเข้าไปบริหารโครงการได้สะดวกในเบื้องต้น แต่ที่ผ่านมาการดำเนินงานและความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าวก็ยังไม่เกิดขึ้น

ดังนั้น การวางแนวคิดการจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อเข้ามาพัฒนาโครงการ สร้างรายได้เชิงพาณิชย์ของ กคช. นั้นจึงน่าเป็นที่จับตาว่าจะสามารถเกิดขึ้นได้หรือไม่เนื่องจากที่ผ่านมาแนวคิดหรือโครงการต่างๆ ของกคช.นั้นไม่มีการสานต่อ หรือได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐเท่าที่ควร ทั้งที่หากมีการสนับสนุนให้เกิดโปรเจกต์ต่างๆ ข้างต้นได้จะส่งผลให้กคช.กลายเป็นหน่วยงานศักยภาพอีกหน่วยงานหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้ และยืนหยัดด้วยตัวเองซึ่งจะเป็นการลดภาระในเรื่องบอุดหนุนหน่วยงานรัฐวิสาหกิจของภาครัฐไปอีกทางหนึ่ง

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ