Loading

แก้กม.จำกัดพื้นที่คอนโ

วันที่ : 11 กุมภาพันธ์ 2554
แก้กม.จำกัดพื้นที่คอนโด

บิ๊กคอนโดฯ "LPN" หนักใจ การยกร่างปรับปรุงกม.อาคารชุด พ.ศ.2551 เผยกำหนดพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 30 ตร.ม.กระทบแน่นอน ต้นทุนการพัฒนาโครงการขยับสูงขึ้น ผลักคนซื้อต้องเลือกไปซื้อโครงการนอกเมือง ผิดวัตถุประสงค์การส่งเสริมคุณภาพชีวิตของปชช. แต่ยังคงแผน 10 โครงการใหม่ 16,000 ล้านบาท ลุยปั๊มคอนโดฯขนาด 22 ตร.ม.

กรมที่ดินมีแนวคิดจะยกร่างแก้ไขกฎหมาย อาคารชุดพ.ศ.2551 ทั้งเรื่องของคำ "นิยาม" รวมถึงประเด็นการกำหนดรูปแบบของอาคารชุดที่กฎหมายฉบับเดิมไม่ได้มีการกำหนดไว้ ส่งผลให้ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการบางรายอาศัยช่อง ว่างทางกฎหมายนำจัดสรรแนวราบประเภทบ้านแฝด แล้วจดทะเบียนขายเป็นอาคารชุดให้แก่ชาวต่างชาติ รวมถึงการกำหนดให้ต้องมีพื้นที่ใช้สอยอย่างต่ำไม่น้อยกว่า 30 ตารางเมตร (ตร.ม.) หรือน้อยกว่าเล็กน้อยนั้น กำลังเป็นประเด็นหนึ่งที่อาจจะมีผลกระทบต่อบริษัทอสังหาฯที่พัฒนาโครงการอาคารชุด

ในประเด็นนี้ นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์จำกัด (มหาชน) "LPN" เจ้าตลาดคอนโดมิเนียมกล่าวว่า จะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาโครงการของบริษัทฯ เนื่องจากโครงการที่พัฒนาอยู่ มีพื้นที่ใช้สอยขนาดเล็กกว่าที่แนวคิดของกรมที่ดินกำหนดไว้ โดยปัจจุบันบริษัทฯมีการพัฒนาห้องชุด ขนาด 22-25 ตร.ม.

"การกำหนดพื้นที่ใช้สอย 30 ตร.ม.ดังกล่าวไม่ได้สะท้อนถึงการปรับปรุงคุณภาพชีวิต หรือการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ซื้ออาคารชุดที่มีขนาด 22-25 ตร.ม. หรือขนาดพื้นที่ใช้สอยต่ำกว่า 30 ตร.ม. ที่มีการพัฒนากันในปัจจุบันเนื่องจากการกำหนดพื้นที่ 30 ตร.ม.จะส่งผลต่อต้นทุนการพัฒนาโครงการของผู้ประกอบการโดยเฉพาะต้นทุนที่ดิน ซึ่งการจัดหาที่ดินในทำเลที่ตั้งในเมืองที่มีราคาเหมาะสมต่อการพัฒนาห้องชุดในระดับราคา 6-8 แสนบาท ในปัจจุบันหากได้ยาก โดยเฉพาะในแนวรถไฟฟ้า เนื่องจากที่ดินมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา" นายโอภาสกล่าว

ดังนั้น การกำหนดให้พื้นที่ใช้สอยในห้องชุด 30 ตร.ม. จะทำให้ผู้ประกอบการตั้งราคาขายเพิ่มขึ้นตามต้นทุนของที่ดิน  ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยตรง

"แนวคิดดังกล่าว จะทำให้กลุ่มผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริง ที่มีกำลังซื้ออยู่ระหว่าง 6-9 แสนบาท ต้องขยับออกไปหาห้องชุดที่อยู่อาศัยในพื้นที่ห่างไกลเมืองออกไป เนื่องจากเจ้าของโครงการ ที่จะพัฒนาห้องชุดในระดับราคา 6-8 แสนบาท จะต้องออกไปซื้อที่ดินที่มีต้นทุนเหมาะสมในพื้นที่นอกเมือง แทนการพัฒนาโครงการที่มีอยู่ในเมืองปัจจุบัน ราคาของห้องชุด 30 ตร.ม.ในเมือง จะอยู่ประมาณ 1 ล้านบาทเศษขึ้นไป"

นายโอภาสกล่าวว่า การกำหนดพื้นที่ดังกล่าว จะส่งผลให้เอกชนออกไปพัฒนาโครงการนอกเมือง เพื่อให้ห้องชุดที่จะทำออกมามีราคาที่เหมาะสมกับกำลังซื้อของกลุ่มผู้ที่ต้องการซื้ออย่างแท้จริง การออกไปนอกเมืองนั้น จะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ซื้อ นอกจากนี้ ยังขัดกับวัตถุประสงค์ในการพัฒนาเมืองของรัฐบาลด้วย เนื่องจากวัตถุประสงค์ของการพัฒนาเมืองต้องการให้ประชาชนซื้อที่อยู่อาศัยในพื้นที่เมืองหรือใกล้กับระบบขนส่งมวลชน เพื่อเป็นการลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงในการเดินทาง และประหยัดเวลาในการเดินทาง ซึ่งสาเหตุดังกล่าวทำให้รัฐบาลมีการพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนระบบราง หรือรถไฟฟ้า เข้ามารองรับการเดินทาง หรืออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ซื้อที่อยู่อาศัยในเมืองยอดขายรอโอน 16,000 ล้าน

สำหรับแนวโน้มของยอดขายนั้น นายโอภาสกล่าวว่า บริษัทมียอดขายรอโอน(backlog)ประมาณ 16,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ 12,000 ล้านบาท ที่เหลือจะรับรู้ในปี55 โดยในปี 54 ยังคงแผนพัฒนาโครงการใหม่ไว้ที่ 10 โครงการ มูลค่า 16,000 ล้านบาท

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ