Loading

กคช.เปิดเกมรุก แข่งเอกชนผุดบ้าน5 แสน-6 ล้าน5 หมื่นหน่ว

วันที่ : 1 กุมภาพันธ์ 2554
กคช.เปิดเกมรุก แข่งเอกชนผุดบ้าน5 แสน-6 ล้าน5 หมื่นหน่วย

สุชาติ ศิริโยธิพันธุ์ ผู้ว่าการ กคช. กล่าวว่า กคช.อยู่ระหว่างจัดทำแผนดำเนินงาน 5 ปี เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในช่วงมี.ค. ที่จะถึงนี้ โดยแผน 5 ปีของ กคช.จะมุ่งเน้นการพัฒนาที่อยู่อาศัยรองรับกลุ่มคนทุกระดับตั้งแต่รายได้น้อย รายได้ปานกลาง ไปจนถึงรายได้สูง รวมๆ กันแล้วประมาณ 5 หมื่นหน่วย ในเวลา 5 ปี หรือตกปีละ 1 หมื่นหน่วย

เริ่มจากการพัฒนาที่อยู่อาศัยทุกรูปแบบ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์คอนโดมิเนียม ให้กับผู้มีรายได้น้อยและปานกลางรวม 3.3 หมื่นหน่วย มูลค่า 3 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นโครงการสำหรับผู้มีรายได้น้อยราคาไม่เกิน 5 แสนบาท จำนวน 2.5 หมื่นหน่วย และที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้ปานกลางอีก 8,000 หน่วย ราคาตั้งแต่ 7 แสนบาท ไปจนถึง2-3 ล้านบาท

ทั้งนี้ กคช. ได้คัดเอาที่ดินที่เคยเป็นโครงการบ้านเอื้ออาทรที่สั่งระงับการก่อสร้างช่วงเข้าไปแก้ปัญหาวิกฤตหนี้ มาพัฒนาใหม่รวม 67 โครงการ 3,000 ไร่ จาก 143 โครงการ 7,500 ไร่ ที่ดินล็อตนี้ กคช.ได้เช็กแล้วว่าเป็นที่ที่มีศักยภาพดีพอที่จะนำมาพัฒนาใหม่ได้ ส่วนที่ดินที่เหลืออีกราวๆ 4,000 ไร่ คงต้องดูว่าใน 5 ปีจากนี้ แปลงไหนยังพอกลับมาทำได้ก็จะนำกลับมาทำใหม่ แต่แปลงไหน กคช.เห็นว่าทำไม่ได้ตามแนวทางของ กคช.ก็จะต้องขายออกไปผุดบ้านกลาง-บนอีก  1 หมื่นหน่วย

นอกจากที่ดินที่เป็น Sunk Cost จากโครงการบ้านเอื้ออาทรแล้ว อีกส่วนหนึ่ง กคช.จะนำเอาที่ดินที่เป็นแลนด์แบงก์ที่มีอยู่มาพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยรองรับกลุ่มผู้มีรายได้ระดับกลางไปจนถึงรายได้ระดับสูง ราคาตั้งแต่ 7 แสนบาท สูงสุดอยู่ที่ 6ล้านกว่าบาท ใน 5 ปี จะมีบ้านในกลุ่มนี้ออกสู่ตลาดอีกราวๆ 1 หมื่นหน่วย มูลค่ารวม 3.5 หมื่นล้านบาท

ผู้ว่าการ กคช. ให้เหตุผลที่ต้องพัฒนาบ้านในระดับกลาง-บนเพิ่มเติมเข้าไปด้วยในสัดส่วน 20-30% ของแผนทั้งหมดเป็นเพราะต้องการนำรายได้ผลกำไรจากโครงการบ้านระดับบนมาโปะให้กับบ้านสำหรับผู้มีรายได้น้อย ที่จะมีสัดส่วนประมาณ 70-80% ซึ่งเป็นโครงการที่ไม่สามารถหวังผลในเรื่องกำไรได้ และจะต้องทำการปรับองค์กรรองรับแผนดังกล่าวโดยแยกหน่วยธุรกิจออกมาจากหน่วยงานที่พัฒนาในเชิงสังคม และจะแตกออกมาเป็นบริษัทลูกในอนาคต

แผนดังกล่าวอาจจะถูกมองว่า กคช.กำลังสร้างภาระที่เกินตัว ทั้งๆ ที่เพิ่งผ่านพ้นจากวิกฤตหนี้มาได้ไม่นาน และจริงๆ แล้วกคช.ยังมีหนี้ที่ยังต้องเคลียร์อยู่อีกกว่า 5 หมื่นล้านบาท ขณะที่ในแผน 5 ปี กคช.จะต้องลงทุนอีกราวปีละ 1 หมื่นล้านบาทในเวลา 5 ปี รวม 5 หมื่นล้านบาท จึงค่อนข้างจะสุ่มเสี่ยงต่อการนำพาองค์กรกลับไปสู่วังวนแห่งวิกฤตหนี้ได้อีกครั้ง

เรื่องนี้ผู้ว่าการ กคช.เห็นว่าที่ผ่านมา กคช.สามารถแก้ไขปัญหาหนี้ไปได้ตามแผน โดยลดลงจาก 8.7 หมื่นล้านบาท เหลือ5.8 หมื่นล้านบาท หรือเกือบๆ 3 หมื่นล้านบาทในช่วง 2 ปีเศษ และคาดว่าจะลดลงเหลือ 4.5-4.7 หมื่นล้านบาท ในสิ้นปีนี้

และการชำระหนี้ในช่วงที่ผ่านมาเป็นการจ่ายหนี้และดอกเบี้ยก่อนกำหนด ขณะที่หนี้ที่ยังเหลืออยู่ก็อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ส่วนเงินลงทุนตกปีละ 1 หมื่นล้านบาทก็ยังคงใช้การกู้จากสถาบันการเงินเป็นหลัก ดังนั้นหาก ครม.ไฟเขียวแผนงานของ กคช. หน่วยงานรัฐวิสาหกิจด้านที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่จะลงสนามกับโครงการเอกชนด้วยแน่นอน

เอกชนเมินกคช.ร่วมวงแข่งกลาง-บน

ด้าน ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดบ้านระดับกลาง-บนอยู่ภายใต้การแข่งขันแบบเสรี มีผู้ประกอบการจำนวนมากแข่งขันกัน ซึ่งกลไกตลาดจะทำหน้าที่ให้ตลาดมีความสมดุล จึงมองว่าหากมี กคช.เข้ามาเป็นหนึ่งในคู่แข่ง คงไม่ได้มีผลมากนัก เพียงแต่กังวลว่าหาก กคช.จับตลาดที่ไม่ชำนาญ โดยเฉพาะระดับกลาง-บน อาจทำให้เกิดความผิดพลาดได้ และหากเป็นเช่นนั้นอาจทำให้รัฐต้องนำเงินเข้าไปสนับสนุนเพื่อพยุงให้องค์กรของ กคช.อยู่รอดต่อไปได้

นอกจากนี้ ในฐานะที่ กคช.เป็นหน่วยงานภาคที่อยู่อาศัยของภาครัฐ จึงควรให้ความสำคัญกับตลาดที่ผู้ประกอบการเอกชนไม่ได้เข้าไปทำ เช่น ตลาดที่อยู่อาศัยระดับราคา 5-6 แสนบาท ในทำเลที่เหมาะสมหรือบนที่ดินที่ กคช.มีอยู่แล้วมากกว่าลงมาทำที่อยู่อาศัยแข่งกับภาคเอกชน เพื่อให้ผู้ที่มีรายได้น้อย หรือผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยของภาคเอกชนได้ มีโอกาสที่จะมีบ้านเป็นของตัวเอง

คงจะต้องใช้เวลาพิสูจน์ว่า กคช.จะสามารถตีฝ่าเข้าไปปักธงในตลาดบ้านที่เอกชนจับจองกันอยู่ได้หรือไม่ แต่อย่างน้อยประชาชนก็มีทางเลือกในการซื้อบ้านมากขึ้นในภาวะที่ราคาแพงขึ้นทุกๆ วัน

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ