Loading

แบงก์ชาติส่งสัญญาณดอกเบี้ยขาขึ้

วันที่ : 15 มกราคม 2554
แบงก์ชาติส่งสัญญาณดอกเบี้ยขาขึ้น

นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วย ผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคาร แห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ที่ ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)เมื่อวันที่ 12 ม.ค.54 มีมติเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เพิ่มเป็น 2.25% เนื่องจากแนว โน้มแรงกดดันเงินเฟ้อสูงขึ้น และการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยก็เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ

จากนี้ไป ดอกเบี้ยจะยังดำเนินไปในทิศทางกลับเข้าสู่ภาวะปกติต่อไป แต่ยังบอกไม่ได้ว่าดอกเบี้ยระดับปกติอยู่ระดับเท่าไร เพราะการพิจารณาดอกเบี้ย เงินเฟ้อ ควรดูให้เหมาะสมใน แต่ละช่วง คงไม่สามารถกำหนดไว้ก่อน ได้ แต่ถ้าจะดูจากดอกเบี้ยที่แท้จริง ซึ่ง เป็นอีกหนึ่งปัจจัย

ที่เราห่วงเพิ่มเติมจากเงินเฟ้อ ไม่อยากให้ติดลบ ตอนนี้ยังติดลบอยู่ประมาณ 1% “นายไพบูลย์กล่าว นายไพบูลย์ เปิดเผยว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมกนง.ยังมีมติให้มีการเปิดเผยคะแนนของกรรมการทั้ง 7 คน พร้อมด้วยเหตุผลอย่างย่อ เป็นครั้งแรกตั้งแต่มีกนง.มา 10 ปี ซึ่งการเปิดเผยน่าจะมีประโยชน์ต่อสาธารณะในการคาดการณ์เงินเฟ้อได้เม่นยำขึ้น ทำให้ผู้บริโภคและนักธุรกิจสามารถปรับตัวรับมือกับภาวะเงินเฟ้อได้ดีมากขึ้น และไม่คาดการณ์เงินเฟ้อสูงเกินไป

อย่างไรก็ตาม คะแนนเสียงและเหตุผลของกนง.จะเปิดเผยหลังทุกครั้งหลังการประชุมประมาณ 2 สัปดาห์ โดยครั้งแรกนี้น่าจะมีการเปิดเผยประมาณวันพุธที่ 26 ม.ค.นี้ ขณะที่ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ TMB (TMB Analytics) ประเมินว่า จนถึงสิ้นปี 2554 อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะถูกปรับขึ้นเป็นร้อยละ3.00-3.25 หรือ เพิ่มขึ้น 100-125 basis points จากปลายปี 2553 โดยหากครั้งแรกปรับขึ้นแล้ว ก็จะเหลือการประชุมอีกเจ็ดครั้งในเดือนมีนาคมเมษายน มิ.ย., ก.ค., ส.ค., ต.ค., และพ.ย. ซึ่งแนวทางการปรับขึ้นในช่วงใดก็จะต้องพิจารณาแรงกดดันของเงินเฟ้อที่จะเกิดขึ้นเป็นสำคัญ

 นายพรเทพ ชูพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธ.ไทยพาณิชย์ให้ความเห็นต่อกรณีกนง.ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็น 2.25% ว่าเป็นไปตามคาด คิดว่าคงจะมีมาอีก ยังไม่จบ comment จากแบงก์ชาติ ความกังวลยังอยู่ที่เงินเฟ้อซึ่งเร่งตัวขึ้น มองไปข้างหน้า เราก็มองว่าเงินเฟ้อจะ เร่งขึ้นเหมือนกัน ซึ่งถ้ามองเงินเฟ้อจะไปพีคในระยะข้างหน้า ก็ต้องเร่งสกัด

ตราบใดที่เงินบาทยังอ่อนๆ อย่างนี้ ก็มีโอกาสที่จะขึ้นอีก เรา กะว่าถึงสิ้นปีนี้ จะขึ้นไปอยู่ที่ 2.75% ก็เหลืออีก 50 pips ซึ่งก็คงจะมาในช่วง แรกๆของปี ครั้งหน้า (มี.ค.) คิดว่ายังขึ้นอยู่ แรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาอาหาร คงมีผลบ้าง แต่กรอบเงินเฟ้อพื้นฐาน ของแบงก์ชาติ อยู่ที่ 3% ปัจจุบันอยู่ที่ 1% เศษๆ ยังอีกไกลมากที่จะถึง เราก็มองว่า มี upside แต่ไม่น่ากังวล

นางสาวอุสรา วิไลพิชญ์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธ.สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด(ไทย)กล่าวว่า ธปท.ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความ ต้องการที่จะปรับอัตราดอกเบี้ยเข้าสู่ระดับปกติ เร็วกว่าที่เราคาดไว้การตัดสินใจครั้งนี้ มีแรงหนุนจากมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของภาวะ เศรษฐกิจในปีนี้ และความกังวลต่ออัตราเงินเฟ้อ แม้ว่ามาตรการหลายๆอย่างของ ภาครัฐ จะช่วยลดต้นทุนด้านการผลิตก็ตาม จากความเคลื่อนไหวของแบงก์ชาติครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่าแบงก์ชาติยังน่าจะ ขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในครั้งหน้า

นายประเสริฐ ขยบธรรมชัย รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย จำกัด เผยว่า ประเมินว่า กนง.จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายแตะ 2.75 % ในสิ้นปีนี้ เนื่องจากต้องการควบคุมตัวเลขเงินเฟ้อ และมองว่า การปรับอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ กนง.สามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นหลังจากแนวโน้มค่าเงินบาทอ่อนค่าลง เปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาที่เงินบาทแข็งค่า ส่งผลให้ตัดสินใจปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นได้ยาก

นอกจากนี้ ประเมินว่ากองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นจะมีผลตอบปแทนที่ดีขึ้น ในส้วนของกองทุนพันธบัตรระยะยาวมีผลตอบแทนไม่ดีมาก หลังจากที่มีการ Mark to Marketขณะที่บทวิเคราะห์ บล.ฟินันเซียไซรัส ให้ความเห็นว่า จากการที่กนง.ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้ ทำให้หลักทรัพย์ที่ได้ประโยชย์จากการปรับดอกเบี้ยครั้งนี้ คือ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ แต่เชื่อว่ากลุ่มธนาคารพาณิชย์อาจพยุงตลาดได้ค่อนข้างจำกัด เพราะ ไตมาส4/10 คาดว่ากำไรจะลดลง 12%qoq (+18%Y-Y) และหลังประกาศงบฯ 20-21 ม.ค. อาจเกิดการ Sell on fact เหมือนที่ผ่านมา

ส่วนกลุ่มที่มีกระแสเงินสดสูงได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้นเช่นกัน เช่น MCOT, BEC, CPALLแต่กลุ่มที่ได้รับผลลบก็คือ กลุ่มที่อยู่อาศัย

ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ