Loading

โนเบิล-อนันดาแตกธุรกิจลุยตลาดขาย-เช่าคอนโดมือสอง

วันที่ : 15 มกราคม 2554
โนเบิล-อนันดาแตกธุรกิจลุยตลาดขาย-เช่าคอนโดมือสอง

ธงชัย บุศราพันธ์  กรรมการผู้จัดการ บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ กล่าวว่า ในปี 2554 บริษัทเตรียมเปิดตัวหน่วยงานใหม่ คือ โนเบิล เซิร์ฟ (Noble  Serve) เพื่อให้บริการลูกค้าที่ต้องการปล่อยเช่า ขาย รวมถึงการขายพื้นที่สำหรับร้านค้า เนื่องจากบริษัทมีฐานลูกค้าจำนวนมาก และหลายรายต้องการขยับขยายหรือย้ายทำเลในการอยู่อาศัยในอนาคต

"ความต้องการที่อยู่อาศัยในเมืองยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง เราจึงต้องตั้งแผนกขึ้นมารองรับเพื่อให้ลูกค้าสามารถเปลี่ยนห้อง หรือแลกซื้อที่อยู่อาศัยมือสองของโนเบิลได้ในทำเลที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งหลังจากการตั้งแผนกดังกล่าวขึ้นมาจะมีจำนวนคอนโดมิเนียมที่ทำการขายและเช่าอยู่ที่ 200 ยูนิต ค่าเช่าเฉลี่ยจะอยู่ที่ 2.5-3.5 หมื่นบาทต่อเดือน" ธงชัย กล่าว

ขณะที่ ชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเมนท์ ผู้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมไอดีโอกล่าวเช่นกันว่า ได้เปิดตัวไอดีโอ เอเยนต์ ศูนย์รวมการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ทั้งเป็นที่ปรึกษาซื้อ ขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์ติดรถไฟฟ้า รองรับทั้งลูกค้าทั่วไปและลูกค้าของบริษัท

 "บริษัทจะโฟกัสเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ที่มีรัศมีโดยรอบไม่เกิน 500 เมตรจากสถานีรถไฟฟ้า ซึ่งเป็นจุดที่ต่างจากเอเยนต์รายอื่นที่ไม่ได้ระบุชัดถึงขนาดนี้" ชานนท์ กล่าว

เอเชี่ยนฯขยายเมืองท่องเที่ยว

ด้าน ภูมิพัฒน์ สินาเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกซิตี้ สมาร์ทดำเนินธุรกิจตัวแทนซื้อขาย และเช่าที่อยู่อาศัย ในเครือบริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า ในปี 2 ปีข้างหน้าบริษัทจะเปิดสาขาต่างจังหวัดให้ครอบคลุมพื้นที่หัวเมืองท่องเที่ยว 3 แห่ง

หลังจากที่ได้เริ่มเปิดให้บริการที่พัทยา นิว พลาซ่า พัทยาสาย 2 อยู่ใกล้กับเซ็นทรัลพัทยา และในไตรมาสแรกของ   ปี 2554 จะเปิดให้บริการที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ส่วนในปี 2556 จะเปิดสาขาที่ จ.ภูเก็ต เนื่องจากบริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ฯ จะเริ่มแผนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อขายในจังหวัดหัวเมืองท่องเที่ยวตามมา

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าว่าปี 2554 จะมียอดขายรวม 3,200 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 33%จากในปีนี้ที่มียอดขาย 2,400 ล้านบาท แบ่งเป็นมาจากการขายคอนโดมิเนียม จำนวน 83% อีก 17% มาจากการฝากเช่า

 "สาเหตุที่ทำให้ยอดขายของบริษัทเติบโตนั้นมาจากพฤติกรรมผู้อยู่อาศัยเปลี่ยนไปหันมานิยมอยู่คอนโดมิเนียมใกล้แนวรถไฟฟ้ามากขึ้น เนื่องจากราคาน้ำมันเป็นตัวผลักดันขณะที่ค่าเฉลี่ยของราคาขายคอนโดมิเนียมในเมืองก็ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และครอบครัวในปัจจุบันมีขนาดเล็กลง โดยอยู่เป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น" ภูมิพัฒน์ กล่าว

คอนโดฯมือสองเกลื่อนพัทยา

สำหรับพัทยาถือเป็นตลาดที่น่าสนใจ เนื่องจากอยู่ใกล้กับนิคมอุตสาหกรรมเหมราช อมตะนคร แหลมฉบัง และมาบตาพุด ถือเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมและมีชาวต่างชาติอยู่จำนวนมาก โดยในปี 2552 เมืองพัทยามีการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร มากถึงกว่า 1 ล้านตารางเมตร ซึ่งถือว่าสูงที่สุดแม้ว่าจะอยู่ในช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลก หลังจากนั้นตัวเลขขออนุญาตก่อสร้างจึงปรับตัวลดลง

ขณะที่จำนวนยูนิตของคอนโดมิเนียมที่ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2553 อยู่ที่ 3.9 หมื่นหน่วย การพัฒนาคอนโดมิเนียมในเมืองพัทยาส่วนใหญ่จะอยู่ 4 พื้นที่หลัก ได้แก่ 1.จอมเทียน 2.เมืองพัทยา 3.พระตำหนัก และ 4.วงศ์อำมาตย์

ปัจจุบันตลาดตัวแทนนายอสังหาริมทรัพย์ในเมืองพัทยานั้นมีการแข่งขันค่อนข้างสูง แต่ส่วนใหญ่เกิดจากชาวต่างชาติที่เข้ามาทำตลาดเพื่อหาลูกค้าในประเทศเดียวกันเอง เช่นโบรกเกอร์จากนอร์เวย์ ฟินแลนด์ และสวีเดนเป็นต้น ขณะที่รายใหญ่ที่เข้ามาทำตลาด เช่น บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนลประเทศไทย

ทั้งนี้ การทำตลาดในสาขาเมืองพัทยานั้นจะเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าคนไทยที่ต้องการซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียม ราคา 2-6 ล้านบาทเพื่อไว้เป็นที่พักตากอากาศ หลังจากนั้นในปี 2555 จะเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ ที่มีกำลังซื้อคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ระดับราคา 6 ล้านบาทต่อยูนิตขึ้นไป

ส่วนในปี 2556 จะเน้นไปที่ลูกค้าท้องถิ่นและพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนจะขยายไปขายโครงการแนวราบ บ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ปัจจุบันบริษัทมีจำนวนคอนโดมิเนียมในเมืองพัทยาที่รอขายระดับราคา 2-6 ล้านบาทต่อยูนิต อยู่ที่ 500-1,000   ยูนิต โดยคาดว่าในปี 2554 สาขาในเมืองพัทยาบริษัทจะทำยอดขายได้ 150 ล้านบาท

ต่อไปธุรกิจตัวแทนนายหน้า รับฝากขาย เช่า คอนโดมิเนียม จะยิ่งคึกคักขึ้น ตามความต้องการเปลี่ยน ย้ายที่อยู่อาศัยในเมืองใหญ่ รวมไปถึงจังหวัดหัวเมืองท่องเที่ยว ที่รองรับความต้องการทั้งกลุ่มลูกค้าคนไทยและชาวต่างชาติ

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ