Loading

นายแบงก์ชี้ประชาวิวัฒน์ดันศก.โต5% คาดกนง.ขึ้นดอกเบี้ย0.25%-สกัดเงินเฟ้อกระฉู

วันที่ : 8 มกราคม 2554
นายแบงก์ชี้ประชาวิวัฒน์ดันศก.โต5% คาดกนง.ขึ้นดอกเบี้ย0.25%-สกัดเงินเฟ้อกระฉูด

          นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในพิธีร่วมลงนามบันทึกความตกลงว่าด้วยการใช้ประโยชน์ข้อมูลกับสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ว่า ข้อมูลดัชนีผลผลิตและราคาสินค้าเกษตรสะท้อนถึงราคา ผลผลิต และรายได้เกษตรกร ที่มีผลต่ออัตราเงินเฟ้อ และอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยใน ปี 52 มูลค่าผลผลิตภาคเกษตรของไทยคิดเป็น 11.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เป็นแหล่งจ้างงานมากที่สุดถึง 14.7 ล้านคน อีกทั้งเป็นแหล่งรายได้จากการส่งออกประมาณ 8 แสนล้านบาท คิดเป็น 16% ของมูลค่าส่งออกรวม โดยยอมรับว่าราคาสินค้าเกษตรที่สูงขึ้นมีส่วนทำให้เงิน เฟ้อปรับตัวสูงขึ้นด้วย ซึ่งเงินเฟ้อพื้นฐานล่าสุดเดือนธ.ค.53 ที่ 1.4% ถือว่าสูงกว่าที่ ธปท. คาดไว้ แต่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อดูแลเงินเฟ้อหรือไม่ ขึ้นอยู่กับที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 12 ม.ค.นี้

 

          สำหรับการหารือ 4 หน่วยงาน เพื่อจัดทำกรอบงบประมาณ ปีงบประมาณ 55 เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา เห็นตรงกันว่าเศรษฐกิจยังมีความจำเป็นต้องมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค จึงต้องจัดทำงบประมาณขาดดุลในปีงบ ประมาณ 55 อยู่ที่ 4 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ดีใน ปี 55 ทำให้จีดีพีที่แท้จริงรวมกับอัตราเงินเฟ้อที่ 3.5% จีดีพีน่าจะขยายตัวอยู่ที่ 8% เป็นการส่งสัญญาณให้นักวิเคราะห์ตลาดเงินเห็นถึงความมุ่งมั่นที่    รัฐบาลจะบริหารนโยบายการคลังเข้าสู่งบประมาณสมดุลภายใน 5 ปีอย่างจริงจัง

 

          ด้านนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ และผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (EIC) กล่าวว่า ได้ปรับเพิ่มประมาณการขยายตัวเศรษฐกิจไทยปี54 เป็น 4-5% จากเดิมคาดไว้ที่ 3.5-4.5% เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ ขยายตัวดีขึ้นกว่าที่คาดไว้ในปี53 ที่ 2.9% เป็น 3.3% ในปีนี้ และปัจจัยในประเทศจากการเพิ่มวงเงินกองทุนหมู่บ้านภายใต้โครงการประชาวิวัฒน์วงเงิน 8 หมื่นล้านบาท ช่วยกระตุ้นให้เกิดการอุปโภคบริโภค ส่งผลให้การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 0.6% ทำให้จีดีพีเพิ่มขึ้นประมาณ 0.3% ขณะที่คาดว่าเงินเฟ้อน่าจะชะลอลงอยู่ที่ 3% จากปีก่อนอยู่ที่ 3.3% และเชื่อว่าที่ประชุมกนง. วันที่ 12 ม.ค.นี้ จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% และ จะทยอยปรับขึ้นต่อเนื่องในช่วงครึ่งแรก ทำให้สิ้นปีคาดว่าดอก เบี้ยนโยบายจะอยู่ที่ 2.5-2.75% สำหรับทิศทางค่าเงินบาทน่าจะ แข็งขึ้นอีกประมาณ 5-6% อยู่ที่ระดับ 28.5 บาท/เหรียญสหรัฐ

 

          นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า โครงการประชาวิวัฒน์ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะแถลงในวันที่ 9 ม.ค.นี้ จะมีประชาชนที่ได้รับประโยชน์ถึง 10 ล้านคน ประโยชน์ที่ได้รับคิดเป็นมูลค่า 2.6 หมื่นล้านบาท ถือเป็นการดำเนินมาตรการช่วยเหลือที่มีผลกระทบกับเงินงบประมาณน้อยมาก คาดว่าจะใช้เงินจากงบประมาณ ปี 54-55 ไม่เกิน 2,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่รัฐบาลจะจ่ายสมทบให้ผู้ที่อยู่นอกระบบประกันสังคมเข้ามาอยู่ในระบบประกันสังคม

         

ที่มา: http://www.matichon.co.th/khaosod

 

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ