Loading

โบรกเกอร์เครือ AP ขยายสาขา ประเดิมพัทยา-ปี 54 ลงหัวหิ

วันที่ : 6 ธันวาคม 2553
โบรกเกอร์เครือ AP ขยายสาขา ประเดิมพัทยา-ปี 54 ลงหัวหิน

นายภูมิพัฒน์  สินาเจริญ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บางกอก  ซิตี้สมาร์ท  ในเครือ  บริษัท  เอเชี่ยน  พร็อพเพอร์ตี้  ดีเวลลอปเม้นท์  จำกัด   (มหาชน)  เปิดเผยว่า  บริษัทเป็นผู้ดำเนินงานด้านการเป็นตัวแทนให้คำปรึกษาด้านการลงทุนซื้อ  ขาย  เช่าอสังหาริมทรัพย์ใจกลางเมือง  โดยได้เปิดดำเนินงานมาแล้วกว่า  4  ปี  ซึ่งผลการดำเนินงานภายใน  4  ปี  บริษัทสามารถสร้างยอดขายได้สูงถึง  2,400  ล้านบาท  เนื่องจากกระแสความนิยมที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมที่ปรับตัวสูงขึ้นจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป 

จึงส่งผลให้  2-3  ปีที่ผ่านมา  บริษัทจึงประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี  มีอัตราการเติบโต  100%ขณะนี้บริษัทมีแผนขยายการให้บริการไปยังหัวเมืองใหญ่ที่นอกเหนือจากกรุงเทพฯ  เพื่อรองรับความต้องการของตลาดฝากขาย  ฝากเช่า  ซึ่งจากการศึกษาถึงปริมาณดีมานด์และซัพพลายตามหัวเมืองต่างๆ  รวมทั้งอัตราการขยายเมืองในอนาคตของพัทยา  ถือเป็นหัวเมืองใหญ่ที่น่าสนสำหรับการขยายธุรกิจในครั้งนี้  เพราะอยู่ในทำเลที่เป็นศูนย์กลางของภาคธุรกิจที่แวดล้อมด้วยนิคมอุตสาหกรรม  อีกทั้งยังมีแนวโน้มการขยายตัวของเมืองอยู่ในอัตราที่สูงอย่างต่อเนื่อง  มีสินค้าที่สร้างเสร็จใหม่พร้อมส่งมอบจำนวนมาก  ซึ่งจุดนี้ถือเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจฝากขาย  ฝากเช่า  ทั้งยังมีความเสี่ยงต่ำ  เนื่องจากสินค้าสร้างเสร็จพร้อมส่งมอบในทันที

"เป้าหมายของบริษัทต้องการกระจายการให้บริการที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น  หลังจากการทำงานที่ผ่านมาพิสูจน์ได้แล้วว่าบริษัทมีความเชี่ยวชาญอย่างมากในธุรกิจนี้  จึงคิดว่าถึงเวลาแล้วที่บริษัทจะขยายการให้บริการไปยังหัวเมืองใหญ่ๆ  ที่มีอัตราการเติบโตที่น่าสนใจ  บริษัทมองเห็นว่าพัทยาเป็นเป้าหมายแรก  เพราะในช่วง  1-2  ปีที่ผ่านมา  พัทยามีการเปิดตัวสินค้าใหม่จำนวนมาก  ปัจจุบันนี้มีสินค้าดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์พร้อมส่งมอบ"  นายภูมิพัฒน์  กล่าวและว่า 

สำหรับแนวทางการดำเนินงานในส่วนของการขยายธุรกิจไปยังเมืองพัทยานั้น  บริษัทได้พร้อมเปิดตัว  Property  Agent  ขึ้นภายใน  Pattaya  New  Plaza  ซึ่งตั้งอยู่ที่พัทยาสาย  2  ห่างจากเซ็นทรัลพัทยาเพียง  100  เมตร  เพื่อเป็นศูนย์กลางในการสรรหาสินค้าในพัทยา  เพื่อตอบสนองกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน 

"จากการสำรวจพบว่า  จอมเทียนมีคอนโดมิเนียมมากที่สุดถึง  38%  วงศ์อำมาตย์  10%  พระตำหนัก  17%  และพัทยา  35%  บริษัทเน้นคนไทยที่อยู่กรุงเทพฯ  เป็นหลัก  ที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยหรือซื้อเพื่อลงทุน  ระดับราคา  2-6  ล้านบาท  นอกจากนี้ยังเจาะกลุ่มชาวต่างชาติที่ต้องซื้อคอนโดมิเนียมในเมืองไทย  ราคา  6  ล้านบาทขึ้นไปอีกด้วย  รวมทั้งให้บริการคนที่อยู่อาศัยในพัทยาและพื้นที่ใกล้เคียง  ซึ่งสนใจสินค้าในรูปแบบแนวราบ  มูลค่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในพัทยาค่อนข้างใหญ่  แต่ขณะนี้ยังไม่มีตัวเลขที่ชัดเจน"

นายภูมิพัฒน์  กล่าวเพิ่มเติมว่า  ในปี  2554  บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ที่  3,200  ล้านบาท  หรือเติบโตขึ้นไม่น้อยกว่า  30%  จากปีก่อนหน้า  ซึ่งคาดการณ์ยอดขายประมาณ  150  ล้านบาท  จะมาจากการขยายการให้บริการมายังเมืองพัทยาในครั้งนี้  ในอนาคตบริษัทยังมีแผนที่จะขยายการให้บริการไปยังหัวเมืองอื่นๆ  ที่มีศักยภาพทั้งด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจเหมือนเมืองพัทยา  และมีแผนเปิดสาขาในหัวหินในปลายไตรมาสแรกของปี  2554 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ดอกเบี้ยธุรกิจ

 

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ