Loading

แบงก์นำร่องขึ้นดอกเบี้ย ไทยพาณิชย์-กรุงไทยประเดิม ขยับทั้งฝั่งเงินกู้-ฝาก/มีผล4ธค

วันที่ : 5 ธันวาคม 2553
แบงก์นำร่องขึ้นดอกเบี้ย ไทยพาณิชย์-กรุงไทยประเดิม ขยับทั้งฝั่งเงินกู้-ฝาก/มีผล4ธค.

          ธนาคาร เริ่มทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว "ไทยพาณิชย์+กรุงไทย"ชิงปรับขึ้นก่อน ด้าน ผู้บริหารแบงก์ชาติ เชื่อว่า กระแสสังคมจะกดดันให้สถาบันการเงินปรับดอกเบี้ยทั้งสองขา ส่วน " ณรงค์ชัย" มั่นใจ ธปท.มีวิธีดูแลเงินทุนไหลเข้า

 

          เมื่อวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ตั๋วแลกเงิน และเงินให้สินเชื่อทุกประเภท ซึ่งการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจาก คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ตัดสินใจก่อนหน้านี้ให้ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 หรือจากร้อยละ 1.75 เป็นร้อยละ 2.0 ต่อปี

 

          นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า การขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้เพื่อให้สอดรับกับนโยบายทางการเงินของ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ซึ่งธนาคารได้พิจารณาปรับอัตราดอกเบี้ยทั้งเงินฝาก และเงินกู้ ทั้งนี้จะปรับขึ้นในเงินฝากประจำทุกประเภท และตั๋วแลกเงิน ตามวงเงิน และระยะเวลาการฝากเพื่อเป็นการส่งเสริมการออม โดยปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 0.40% ต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2553 เป็นต้นไป

 

          ส่งผลให้ อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 3 เดือน จะอยู่ในช่วงอัตราดอกเบี้ย 1% - 1.25% ต่อปี เงินฝากประจำ 6 เดือนจะอยู่ในช่วง 1.25% - 1.45% ต่อปี เงินฝากประจำ 12 เดือน จะอยู่ในช่วง 1.40% - 1.65% ต่อปี เงินฝากประจำระยะยาว 24 เดือน จะอยู่ในช่วง 2.25% - 2.50% ต่อปี และเงินฝากประจำ 36 เดือน ปรับเป็น 2.65% ต่อปี

 

          สำหรับอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อ MLR (เงินกู้มีกำหนเดเวลา) ปรับเป็น 6.12% ต่อปี อัตราดอกเบี้ย MOR (เงินกู้เบิกเกินบัญชี) ปรับเป็น 6.40 % ต่อปี และ อัตราดอกเบี้ย MRR (เงินกู้มีกำหนดเวลา) ปรับเป็น 6.65% ต่อปี ตามลำดับ

 

          ขณะที่ ธนาคารกรุงไทย แจ้งว่า ธนาคารกรุงไทยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 0.15-0.45% และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 0.125% มีผลในวันที่4ธันวาคมเช่นกัน พร้อมกันนั้น ธนาคารยังจะออกหุ้นกู้ Hybrid วงเงิน 9 พันล้านบาทเพื่อเสนอขายในช่วงกลางเดือน ธันวาคม โดยเสนอขายเป็นการทั่วไป ทั้งรายย่อย สถาบัน และบริษัทประกันภัย

 

          ด้าน นาย เกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. คาดว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยของระบบธนาคารพาณิชย์ไทย จะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยทั้ง 2 ขา คือ ดอกเบี้ยเงินฝากและดอกเบี้ยเงินกู้ และจะอยู่ในสัดส่วนที่รับได้ และเชื่อว่าการตัดสินใจของธนาคารแต่ละแห่งนั้นต้องดูกระแสของสังคมด้วย คงไม่ขึ้นแต่เงินกู้อย่างเดียว

 

          "จาก ที่ได้เคยพูดคุยกับธนาคารพาณิชย์หลายครั้งที่ผ่านมา เห็นว่าธนาคารพาณิชย์ค่อนข้างมีการระมัดระวังตัว ไม่ว่าจะทำอะไรที่เกี่ยวกับประชาชนส่วนใหญ่ เขาจะไม่ทำอะไร ที่ทำให้คนไม่เชื่อถือเขา จึงเชื่อว่าธนาคารพาณิชย์จะต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยทั้ง 2 ขา เพื่อให้สอดคล้องกันเร็วๆนี้ และหากธนาคารพาณิชย์ไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ย ก็เท่ากับการทำนโยบายการเงินของธปท.ไร้ผล"นายเกริกกล่าว

 

          ขณะที่ นายณรงค์ชัย อัครเศรณี อดีตประธานกรรมการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) กล่าวถึงการที่ กนง. ตัดสินใจปรับขึ้นดอกเบี้ยว่า การตัดสินใจ และการตัดสินใจครั้งนี้ เพราะ ธปท.คงมีวิธีการแก้ปัญหาการไหลเข้ามาหาผลประโยชน์ของเงินทุนระยะสั้นในตลาดพันธบัตร ซึ่งเป็นพันธบัตรของ ธปท.และพันธบัตรกระทรวงการคลัง

 

          อีกทั้งเชื่อว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของ กนง.ครั้งนี้ เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการบริโภค ในประเทศ หากจะมีก็น้อย เพราะไม่กระทบโครงสร้างดอกเบี้ย เนื่องจากสภาพคล่องในประเทศยังอยู่ในระดับสูงส่งผลให้ผู้ที่กู้เงินยังได้ รับสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยต่ำไม่ได้สูงขึ้น ขณะที่ผู้ที่ไม่สามารถกู้เงินได้ก็ยังคงกู้ไม่ได้ต่อไปและการปรับขึ้น ดอกเบี้ยครั้งนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นการหยุดความร้อนแรงของภาคอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากยังสามารถกู้ได้ในอัตราสูงถึงร้อยละ 95 ของราคาขาย ส่วนอัตราเงินเฟ้อของไทย หากอยู่ในระดับร้อยละ 2-3 นับเป็นอัตราเงินเฟ้อในระดับที่สมเหตุสมผลที่ภาคธุรกิจจะเดินหน้าประกอบ กิจการต่อไปได้

 

ที่มา: http://www.naewna.com

 

 

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ