Loading

มาตรการอสังหาริมทรัพย

วันที่ : 15 พฤศจิกายน 2553
มาตรการอสังหาริมทรัพย์

ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้กดอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้ต่ำลงอย่างรวดเร็ว จากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 3.75 เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2551 ลงมาเหลือเพียงร้อยละ 1.25 เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2552 หรือหายไป250 basis points ภายใน 7 เดือน

และกระทรวงการคลังออกมาตรการสนับสนุนการซื้อขายที่อยู่อาศัย ด้วยการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอน ค่าธรรมเนียมการจดจำนอง และภาษีธุรกิจเฉพาะ ซึ่งมีการต่ออายุมาตรการหลายครั้งมาจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน2553 นอกจากนี้ ยังอนุญาตให้ผู้ซื้อที่อยู่อาศัยในปี 2553 นำภาระดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านมาหักลดหย่อนภาษีได้นับแสนบาท มาตรการของทางการช่วยให้ภาวะเศรษฐกิจและตลาดที่อยู่อาศัยได้รับอานิสงส์ทรงตัวอยู่ได้ และดีขึ้นมาตามลำดับต่อเนื่องตั้งแต่ประมาณกลางปีที่แล้วจนถึงปีนี้ มาถึงปัจจุบัน เมื่อเหตุการณ์กลับตาลปัตร ตลาดที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมกลับมาร้อนแรงด้วยจำนวนหน่วยการเปิดโครงการให้จองใหม่มากมาย ก็เริ่มมีข่าวว่าธนาคารแห่งประเทศไทย

โดยคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน หรือกนส. อาจจะพิจารณาวางกฎเกณฑ์บางอย่างเพื่อควบคุม เช่นการกำหนดอัตราส่วนที่สถาบันการเงินจะปล่อยกู้ต่อมูลค่าที่อยู่อาศัยที่จะซื้อแต่ละหลัง หรือ Loan-To-Value Ratio (LTV)

ความเป็นห่วงเป็นใยของธนาคารแห่งประเทศไทยมีมาแล้วระยะหนึ่ง สังเกตได้จากการที่ผู้บริหารระดับสูงของธนาคารแห่งประเทศไทย ได้เคยเชื้อเชิญผู้ประกอบการพัฒนาธุรกิจที่อยู่อาศัยจำนวนหนึ่ง และนายกสมาคมที่เกี่ยวข้องกับภาคอสังหาริมทรัพย์จำนวนหนึ่ง ไปหารือสอบถามสถานการณ์ตลาด อีกทั้งอดีตผู้บริหารระดับสูงของธนาคารแห่งประเทศไทยก็เคยออกมาแสดงทรรศนะให้เห็นถึงความกังวลต่อภาคที่อยู่อาศัยหากมีปัจจัยลบมากระทบ เช่น หากอัตราดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้น อันจะส่งให้เกิดภาระที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งของผู้ประกอบการและผู้บริโภค

เมื่อนับถอยหลังไปตั้งแต่ต้นปี 2553 มาจนถึงปัจจุบันกลางเดือนพฤศจิกายน มีการประกาศเปิดให้จองโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑลแล้วรวมกันประมาณ 150 โครงการ ด้วยจำนวนหน่วยใหม่ที่เปิดให้จองรวมกันประมาณ 61,000 หน่วย และยังจะมีการเปิดให้จองโครงการใหม่อีกมากในช่วงเวลาที่เหลือประมาณหนึ่งเดือนครึ่งของปีนี้

ธนาคารแห่งประเทศไทยมีทีมเศรษฐกรจำนวนมาก และมีข้อมูลทางเศรษฐกิจการเงินอยู่ในมือมากมาย เนื่องจากเป็นหน่วยงานเดียวที่สามารถเรียกดูข้อมูลต่างๆ ด้านสินเชื่อจากสถาบันการเงินทุกแห่งได้โดยละเอียด การที่จู่ๆ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะลุกขึ้นมาเคาะระฆังเตือน คงเนื่องมาจากสัญญาณที่มาจากข้อมูลด้านสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ ทั้งสินเชื่อโครงการที่สถาบันการเงินปล่อยให้ผู้ประกอบการ และสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ปล่อยให้ผู้บริโภคไปซื้อบ้าน และคงมาจากข้อมูลต่างๆ ที่รวบรวมได้จากผู้ประกอบการและนายกสมาคมต่างๆ นำมาประมวลรวมกัน รวมทั้งข่าวสารการวิเคราะห์ของหน่วยงานวิจัยทั้งภาครัฐและเอกชน

ที่สำคัญ ธนาคารแห่งประเทศไทย คงจะมีความกังวลต่อกรณีเงินร้อนที่ได้ไหลเข้ามาในประเทศจำนวนมาก และที่กำลังจะไหลเข้ามาอีกระลอกใหญ่เมื่อสหรัฐอเมริกากำลังจะดำเนินนโยบายเทเงินเข้าสู่ตลาดครั้งใหญ่จำนวน 6 แสนเหรียญสหรัฐฯตามแผน Quantitative Easing 2 (QE2) และประเทศไทยน่าจะเป็นแหล่งดูดเม็ดเงินนี้เข้ามาจำนวนไม่น้อย กรณีนี้ น่าจะเป็นฟางเส้นสำคัญที่เร่งเร้าให้ต้องใช้ Moral Suasion ด้วยการออกมาเตือนก่อน ส่วนการดำเนินมาตรการควบคุมจริงนั้น น่าจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งเพื่อให้ความคิดเกี่ยวกับมาตรการควบคุมนั้นตกผลึกและไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดที่รุนแรงเกินไป

ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ