Loading

บ้านมือ2โตหมื่นล.ถึงปี60 ตลาดไม่อิ่มยังขยายตัวสู

วันที่ : 25 ตุลาคม 2553
บ้านมือ2โตหมื่นล.ถึงปี60 ตลาดไม่อิ่มยังขยายตัวสูง

ระบุตลาดบ้านมือสองยังไม่ถึงจุดอิ่มตัวส่งผลอัตราการเติบโตต่อปียังสูงต่อเนื่อง ERA เชื่อตลาดบ้านมือสองโตต่อเนื่องปีละไม่ต่ำกว่า 10% ถึงปี 2560 แจงตลาดรวมปี 53 มูลค่ากว่า 100,000 ล้านบาท คาดปีหน้ายังโตไม่ต่ำกว่า 10%หรือมีมูลค่าการขายกว่า 110,000 ล้านบาท คาดปี 60 ตลาดโตเต็มที่มูลค่าขายรวมกว่า 300,000-400,000 ล้านบาท เผยปี53ตลาดรวมโต 10-12% แม้เศรษฐกิจการเมืองป่วน ย้ำตลาดบ้านมือสองโตไม่ขึ้นกับปัจจัยการเมือง-เศรษฐกิจเป็นหลักแต่ขึ้นกับการขยายตัวของโบรกฯ และเอเยนซี ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงตลาดมือสองมากขึ้น มั่นใจรัฐไม่ปรับดอกเบี้ย เหตุค่าบาทแข็งกลุ่มเก็งกำไรเล็งซื้อทำกำไร

 

          นายวรเดช ศิวเตชานนท์ ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการ บริษัท อีอาร์เอ แฟรนไชส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ ERA กล่าวว่าตลาดรวมบ้านมือสองในปีนี้ถือว่ามีอัตราการเติบโตที่ดีมากอีกปีหนึ่ง โดยมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 10-12% จากปีที่แล้ว แม้ว่าในช่วงไตรมาสที่ 2 จะได้รับปัจจัยลบจากปัญหาการเมืองทำให้เกิดการชะลอการตัดสินใจซื้อของกลุ่มผู้บริโภคลงไปเล็กน้อย แต่หลังจากปัญหาต่างๆเริ่มคลี่คลายลงตลาดโดยรวมก็กลับมาขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะตลาดบ้านมือสองราคาแพงซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจว่ามีอัตราการขายที่ดีมาก

 

          "บ้านเดี่ยวระดับราคา 5 ล้านบาททาวน์เฮาส์ราคา 3 ล้านบาทขึ้นไป และคอนโดมิเนียมราคา 20-27 ล้านบาท ขึ้นไปมีการระบายออกที่ดีมากในปีนี้ นับเป็นเรื่องที่น่าแปลกว่าทำไมอัตราการระบายของสินค้าระดับบนถึงมีการระบายออกที่ดี ซึ่งเป็นเรื่องที่หาคำตอบไม่ได้ ทั้งนี้ในปี 53 นี้คาดว่าตลาดรวมจะมีมูลค่ายอดขายโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 100,000 ล้านบาท"

 

          ส่วนในปีหน้านั้นคาดว่าแนวโน้มตลาดจะยังสดใสโดยเฉพาะในช่วง 6 เดือนแรกของปี เนื่องจากมีดีมานด์ที่อั้นมาจากปีนี้จะไปเร่งตัดสืนใจซื้อบ้านมือสองมากขึ้นในปีหน้า เนื่องจากลุ่มผู้บริโภค กังวลว่าหากไม่เร่งตัดสินใจซื้อในช่วงต้นปีจะต้องแบกรับกับอัตราดอกเบี้ยใหม่ซึ่งจะปรับตัวขึ้นในปีหน้า ส่วนในช่วง 6 เดือนหลังของปีนั้นต้องจับตาดูว่าจะมีปัจจัยลบทั้งในเรื่องของปัญหาการเมืองและการผันผวนของเศรษฐกิจโลกเข้ามากระทบหรือไม่ ซึ่งไม่มีปัจจัยลบเข้ามากระทบในปีหน้าเชื่อว่าจะเป็นปีทองของบ้านมือสองอีกปีหนึ่งแน่นอน

 

          "นอกจากปัจจัยเรื่องของการอั้นของดีมานด์จากปีนี้จะส่งผลให้มีการเร่งตัดสินใจซื้อบ้านมือสองในช่วง 6 เดือนแรกของปีหน้าแล้วอีกปัจจัยหนึ่งที่จะส่งผลต่อการเร่งตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคได้คือ ปัจจัยเรื่องการทำแคมเปญเพื่อกระตุ้นยอดสินเชื่อของสถาบันการเงินที่ปกติแล้วจะมีการกระตุ้นยอดสินเชื่อของสถาบันการเงินกันในช่วงปลายปี ซึ่งเปลี่ยนมากระตุ้นยอดสินเชื่อกันตั้งแต่ไตรมาสแรกของปีแทนนั้นจะส่งผลต่อการเร่งตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคด้วย"

 

          ส่วนแนวโน้มการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยที่หลายคนมองว่าจะส่งผลดีต่อตลาดบ้านมือสองนั้นถือเป็นเรื่องความเชื่อเดิมๆ เพราะในความจริงแล้วการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนั้นจะส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของลูกค้าไม่ว่าจะเป็นบ้านใหม่หรือบ้านมือสองอย่างแน่นอน นอกจากนี้ในปัจจุบันตลาดบ้านมือสองและตลาดบ้านใหม่นั้นถือได้ว่าแยกกันไม่ออก แต่อาจจะเรียกได้ว่ากลืนกันเป็นเนื้อเดียวแล้วสังเกตได้จากตัวเลขข้อมูลความต้องการที่อยู่อาศัยที่ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ มีการจัดเก็บมาในแต่ละปีจะพบว่าแนวโน้มความต้องการบ้านที่อยู่อาศัยของกลุ่มลูกค้าทั้ง 2 ตลาดนั้นมีสัดส่วนเท่ากันคือ 50-50% และทิศทางการขึ้นและลงในทิศทางเดียวกันมาโดยตลอด

 

          นายวรเดช กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มการปรับอัตราดอกเบี้ยที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ และบ้านมือสองนั้น เชื่อว่าในช่วงปลายปีไปถึงกลางปีหน้า รัฐบาลจะยังคงอัตราดอกเบี้ยในระดับปัจจุบันโดยไม่มีการปรับขึ้น เนื่องจากจะส่งผลต่อการแข็งค่าของเงินบาท จากการเก็งกำไรของกลุ่มนักเก็งกำไรเงินตราต่างชาติ ดังนั้นในช่วงครึ่งปีแรกของปีหน้าจะไม่มีปัจจัยเรื่องดอกเบี้ยเข้ามากระทบการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคแน่นอน

 

          "อย่างไรก็ตามแม้ว่าในปีหน้าจะมีปัจจัยเรื่องอัตราดอกเบี้ย หรือปัจจัยปัญหาการเมือง รวมถึงปัจจัยเรื่องเศรษฐกิจโลกเข้ามากระทบแต่ยังมั่นใจว่าตลาดรวมๆของบ้านมือสองจะมีการขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 10% แน่นอน เนื่องตลาดบ้านมือสองในประเทศไทยนั้นถือว่ายังไม่มีการเติบโตอย่างเต็มที่ทำให้อัตราการเติบโตต่อปียังคงสูงอยู่ ทั้งนี้คาดว่าตลาดรวมของปีหน้าจะมียอดขายรวมไม่ต่ำกว่า 110,000 ล้านบาทแน่นอน"

 

          สำหรับอัตราการเติบโตของตลาดรวมบ้านมือสองในบ้านเรานั้น คาดว่าจะมีการเติบโตเต็มที่หรือถึงจุดอิ่มตัวในช่วงปี 2560 ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 300,000-400,000 ล้านบาท และหลังจากที่มีการเติบโตอย่างเต็มที่แล้วตลาดรวมจะมีอัตราการขยายตัวต่อปีไม่เกิน3-4% ต่อปี

 

 

ทั้งนี้การเติบโตของตลาดบ้านมือสองในปัจจุบันนั้นไม่ได้มีปัจจัยหลักมาจากการเมืองหรือเศรษฐกิจ แต่เป็นการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องจากการขายตัวของกลุ่มนักขาย หรือการขยายตัวของโบรกเกอร์และเอเยนซี ที่มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นในแต่ละปี ทำให้ตลาดบ้านมือสองเริ่มเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคมากกว่าในอดีตที่ผ่านๆมาส่วนกรณีเรื่องปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ไม่น่าจะส่งผลกระบทต่อตลาดบ้านมือสอง เนื่องจากตลาดหลักหรือสินค้าหลักๆ ของตลาดบ้านมือสองนั้นส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดนนทบุรีและในอนาคตจะขยายตัวออกไปในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี และสมุทรปราการ ซึ่งในจังหวัดดังกล่าวไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้น

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการรายวัน

 

 

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ