Loading

จัดสรรชงรัฐขยายสิทธิ์เช่ายาว 60 ปี ดึงต่างชาติลงทุนอสังหาริมทรัพย

วันที่ : 27 กันยายน 2553
จัดสรรชงรัฐขยายสิทธิ์เช่ายาว 60 ปี ดึงต่างชาติลงทุนอสังหาริมทรัพย์

การเปิดเสรีให้สิทธิ์การถือครองที่ดินของต่างชาติไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับผู้ประกอบการด้านอสังหาริมทรัพย์ เพราะมีการผลักดันกันมานาน แต่ไม่ได้รับการผลักดันอย่างจริงจังจากรัฐบาล เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดการเก็งกำไร ราคาที่ดินสูงจนคนไทยไม่สามารถหาซื้อที่ดินได้ การจัดสัมมนา อสังหาริมทรัพย์ไทย ...ไร้พรมแดนที่ทางศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์จัดขึ้น จึงเป็นอีกทางออกที่ภาคเอกชนจะเสนอแนวทางให้กับภาครัฐและหาทางออกให้กับนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในให้มีความมั่นใจและเข้ามาลงทุนมากขึ้น

สัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า จากการศึกษาการให้สิทธิชาวต่างชาติเข้าถือครองอสังหาริมทรัพย์ในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน เช่น ฮ่องกงเปิดเสรีและแทบไม่มีความแตกต่างระหว่างสิทธิของพลเมืองจีนและต่างชาติ ในขณะที่พม่ามีกฎหมายและกฎระเบียบที่ไม่เอื้อต่อคนในประเทศ ในเรื่องของสิทธิการครอบครองทรัพย์สิน ส่วนประเทศไทย ยังคงให้ความสำคัญกับการครอบครองทรัพย์สินของคนไทยเท่านั้น ในขณะที่กฎหมายก็ยังตอบสนองความต้องการของนักลงทุนและผู้ซื้อชาวต่างชาติได้บางส่วน แต่ไม่สามารถครอบครองเป็นกรรมสิทธิ์สมบูรณ์ได้ ยกเว้นได้รับการอนุมัติเป็นพิเศษ

การถือกรรมสิทธ์ระยะยาวหรือการเช่าระยะยาว ในไทยซึ่งมีระยะเวลาสูงสุดที่ 30ปี ทั้งชาวไทยที่เช่าที่ของทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทย โดยให้สิทธิต่อสัญญาเช่ายังคงเป็นที่ถกเถียงถึงผลการสืบทอดกรรมสิทธิ์ จากการจัดสัมมนาดังกล่าวผู้ประกอบการต้องการให้รัฐบาลขยายระยะเวลาการถือครองที่ดินเพิ่มขึ้นจากอยู่ 30 ปี เป็น 45-60 ปี แต่ทั้งนี้ต้องภายใต้เงื่อนไขพิเศษเพื่อไม่กระทบต่อกลไกทางตลาด เช่น การถือครองที่ดินไม่เกินกี่ปี การนำเงินเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเท่าใดจะสามารถได้รับสิทธิดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดการเก็งกำไรเกิดขึ้นและกระทบต่อการซื้อที่อยู่อาศัยของคนไทย โดยจะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาข้อสรุปและนำเสนอให้ภาครัฐบาลพิจารณาในขั้นตอนต่อไป

อิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า การที่ต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทย ถือเป็นข้อดี เพราะเป็นการนำเงินเข้ามาลงทุน ซึ่งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ทั้งนี้ภาครัฐควรมีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนในเรื่องสิทธิ์การถือครอง แม้ว่าที่ผ่านมามีกฎหมายหลายฉบับควบคุมการถือครอง เช่น กำหนดต่างชาติต้องนำเงินมาลงทุนไม่น้อยกว่า 40 ล้านบาท

รูปแบบการเช่า ระยะเวลาเช่า 30 ปี หรือ การซื้อห้องชุดที่ให้ต่างชาติถือครองได้ไม่เกิน 49 % ของพื้นที่ขายทั้งหมด เป็นต้น แต่ปัจจุบันมีการถือครองไม่ถูกกฎหมาย ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรแก้ไข เช่น ยืดระยะเวลาเช่า จาก 30 ปี เป็น 50 ปี หรือแก้กฎหมายบางฉบับ แต่ทั้งนี้การแก้กฎหมายถือครองเป็นเรื่องที่ยาก ดังนั้นควรปรับเพิ่มเติมกฎหมายที่มีอยู่ เช่น ผ่าน พ.ร.บ.การเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ.2542 ที่กำหนดให้คนต่างด้าวสามารถเช่าอสังหาริมทรัพย์ได้ 50 ปี ก็ควรมีการเพิ่มเติมข้อความในส่วนของที่อยู่อาศัยเข้าไปอีกประเภทหนึ่ง เพื่อใช้กำหนดระยะเวลาเช่าตามพ.ร.บ.ดังกล่าวให้ยาวขึ้น  

ด้านเคลย์ตัน เวด กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีเมียร์โฮม เรียลเอสเตท จำกัด โบรกเกอร์ตลาดท่องเที่ยวอย่าง กล่าวว่า การซื้อขายและเช่าอสังหาริมทรัพย์ของต่างชาติในพัทยามีการเปลี่ยนแปลงฐานลูกค้าจาก อังกฤษ ยุโรป มาเป็นชาวรัสเซีย อินเดีย อาหรับ ตะวันออกกลางมากขึ้น เนื่องจากค่าเงินยูโรอ่อนค่าส่งผลให้กลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้ก็เริ่มลดน้อยลง

โดยอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความต้องการมาก คือ คอนโดมิเนียมที่ติดทะเล ที่มีระดับ ราคา 5-10 ล้านบาทหรือค่าเช่าที่ 50,000-90,000บาทต่อเดือน

พนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัทไนท์แฟรงก์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่าต่างชาติที่เข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทย มีหลากหลาย เช่น กลุ่มคนที่ทำงานในฮ่องกง10-20ปีแล้วเข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต พัทยา สมุย ซึ่งกลุ่มนี้มีกำลังซื้อตั้งแต่ราคา 5-100 ล้านบาท โดยกลุ่มนักลงทุนที่น่าสนใจและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น คือ สแกนดิเนเวียน ไม่ว่าจะเป็น สวีเดน, เดนมาร์ก, นอร์เวย์ ที่นิยมซื้ออสังหาริมทรัพย์ราคา-3-7ล้านบาท และนิยมซื้อบ้านเดี่ยว เพราะมีความเป็นส่วนตัวและไม่ไกลจากทะเลและตัวเมือง ส่วน อังกฤษ,เยอรมนี, รัสเซีย, สเปน, เนเธอร์แลนด์,ฝรั่งเศส จีน, ฮ่องกง, สิงคโปร์ เน้นทำเลในเมือง

พนม กล่าวอีกว่า การขายอสังหาริมทรัพย์ให้ต่างชาติ ไทยได้และเสียประโยชน์อย่างไรนั้น สิ่งที่ไทยได้คือ ได้เงินตราต่างประเทศ จากการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ และค่าใช้จ่าย ค่าจ้างพนักงาน การท่องเที่ยวเติบโต เกิดการจ้างงานทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่นงานจัดเลี้ยง แต่สิ่งที่ไทยเสียประโยชน์ คือไม่ได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินที่ต่างชาติเป็นเจ้าของ มีความรู้สึกว่าเสียดินแดน เป็นต้น

ดังนั้น รัฐบาลควรดำเนินการแก้ไข เช่น การกำหนดนโยบายด้านการถือครองกรรมสิทธิ์ของต่างชาติให้ชัดเจน เช่น อนุญาตให้แบ่งจัดสรรที่ดินเพื่อต่างชาติเช่าที่ดินได้ 90ปี โดยเสียค่าธรรมเนียมการซื้อสิทธิการเช่า เช่นเดียวกับการซื้อขายที่ดิน หรืออนุญาตให้มีสิทธิซื้อคอนโดมิเนียมได้ 90%ในโครงการที่ตั้งอยู่ในภูเก็ต สมุย และพัทยา เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้ผู้ประกอบการที่ไม่สามารถปิดการขายได้ รวมถึงกำหนดกฎเกณฑ์ วิธีการเก็บภาษีและค่าธรรมเนียม เช่น ภาษีการซื้อสิทธิการเช่าระยะยาว ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน เป็นต้น

ด้านล่องลม บุนนาค ประธานกรรมการโจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า จากข้อมูลเชิงสถิติพบว่า กำลังซื้อต่างชาติที่ใช้จ่ายในเมืองไทย 34% จะใช้จ่ายเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะตลาดผู้สูงอายุที่นับวันจะขยายตัวมาก โดยเฉพาะกลุ่มสแกนดิเนเวียที่มีกว่า10,000 ครอบครัว ที่เน้นบรรยากาศใกล้ทะเล ใกล้เมือง โรงพยาบาล เป็นต้น

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์

 

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ