Loading

ส่งบัญชีดำอสังหาฯให้แบงก

วันที่ : 31 สิงหาคม 2553
ส่งบัญชีดำอสังหาฯให้แบงก์

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับสมาคมด้านอสังหาริมทรัพย์ 3 สมาคมและผู้บริหารระดับสูงของ สคบ.ว่า ที่ประชุมได้หารือร่วมกันที่จะหาแนวทางช่วยคุ้มครองผู้บริโภคไม่ให้ได้รับความเดือดร้อนจากการซื้ออสังหาริมทรัพย์ทั้งบ้านเดี่ยว อาคารชุด คอนโดมิเนียม เป็นต้น

โดยเบื้องต้นจะเร่งหารือกับสมาคมธนาคารทหารไทยและผู้บริหารของสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อขอความร่วมมือให้สถาบันการเงินไม่ให้เงินกู้กับผู้ประกอบการทางด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มีปัญหา โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ไม่ได้รับใบอนุญาตให้ก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์เพราะผู้ประกอบการเหล่านี้จะทำให้เกิดปัญหาขึ้นในอนาคตด้วยการละทิ้งโครงการหรือก่อสร้างไม่แล้วเสร็จและเชิดเงินหนี และส่งผลให้ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อน ซึ่งเห็นได้จากข้อร้องเรียนที่มีเข้ามาที่ สคบ.เป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ สคบ.เข้าไปตรวจสอบข้อมูลของบริษัทอสังหาริมทรัพย์จำนวน 64 รายตามที่ก่อนหน้านี้ได้มีบางหน่วยงานออกมาระบุว่าต้องปิดกิจการไปเพราะปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ว่าเป็นบริษัทใดและได้ก่อสร้างโครงการไม่แล้วเสร็จหรือไม่รับผิดชอบต่อผู้บริโภคมากน้อยเพียงใด และเป็นบริษัทที่มีปัญหาทางการเงินจริงๆ แล้วทำธุรกิจต่อไม่ไหวจนต้องปิดกิจการจริงๆหรือเป็นกิจการที่หลอกลวงผู้บริโภค โดยกำชับให้ สคบ.เร่งตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนเพื่อดูว่าจะมีส่วนช่วยเหลือผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อนมากน้อยเพียงใด

นายองอาจกล่าวว่า ได้สั่งการให้ สคบ.เร่งจัดทำรายชื่อของโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆที่มีปัญหาแล้วนำขึ้นโชว์บนเว็บไซต์ของ สคบ.โดยเร็วเพื่อเป็นช่องทางให้ผู้บริโภคเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ตนเองจะซื้อนั้นมีปัญหาร้องเรียนหรือไม่ก่อนตัดสินใจหรือเสียเงินเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นการระวังของผู้บริโภคเองอีกทางหนึ่งด้วย

รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)กล่าวว่า ภาระตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวลงจากไตรมาสแรกเพราะมีวันหยุดมากในเดือน เม.ย.และมีเหตุชุมนุมทางการเมืองและในไตรมาสแรกมีการเร่งซื้ออสังหาริมทรัพย์กันมาก ส่วนในไตรมาส 3 ผู้ประกอบการคาดว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะชะลอตัวลงบ้างในช่วงต้นไตรมาสหลังจากที่มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ได้หมดไปแล้ว แต่จะเริ่มฟื้นตัวในช่วงปลายไตรมาส โดยเฉพาะประเภทอาคารชุดที่ยังคงมีแนวโน้มเติบโตมากกว่าบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์สอดคล้องกับการเร่งหาซื้อที่ดินกลางใจเมืองที่มีศักยภาพสำหรับการพัฒนาโครงการอาคารชุด ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟใต้ดิน หรือ แอร์พอร์ตลิงก์ ไม่เกิน200เมตร

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน

 

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ