Loading

บ้านมือสองจ่อทะลักตลาดศูนย์ข้อมูลฯดึงโบรกฯเก็บตัวเล

วันที่ : 16 สิงหาคม 2553
บ้านมือสองจ่อทะลักตลาดศูนย์ข้อมูลฯดึงโบรกฯเก็บตัวเลข

นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดบ้านมือสองในเมืองไทยจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นตามหลังการเติบโตของบ้านใหม่ซึ่งผู้บริโภคจะหันมาซื้อบ้านมือสองเพิ่มมากขึ้นเมื่อบ้านใหม่ในตลาดมีราคาสูงเกินกำลังซื้อแนวโน้มดังกล่าวจะเป็นเช่นเดียวกับเมืองใหญ่ๆทั่วโลกเช่นที่ สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2005 จำนวนคนซื้อบ้านใหม่ 1 ล้านหน่วยส่วนบ้านมือสองมีสูงถึง 6 ล้านหน่วย และปรับลดลงมาในปี 2009 บ้านใหม่มีการซื้อขายเพียง 3 แสนหน่วย ขณะที่บ้านมือสองมีการซื้อขาย 5.2 ล้านหน่วย ส่วนในปีนี้คาดว่าการซื้อบ้านมือสองจะสูงกว่าบ้านมือหนึ่งถึง 19 เท่า สำหรับตลาดในเมืองไทยนั้นบ้านใหม่และบ้านมือสองยังมีสัดส่วนการซื้อขายในระดับใกล้เคียงกัน กล่าวคือ 50: 50 ส่วนคอนโดมิเนียมใหม่และมือสองมีสัดส่วน 2:1

ทั้งนี้คาดว่าบ้านมือสองจะมีเพิ่มมากยิ่งขึ้น และความนิยมจะมีเพิ่มขึ้นตาม เนื่องจากราคาบ้านใหม่สูงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ราคาบ้านมือสองยังอยู่ในระดับที่ผู้บริโภคสามารถซื้อหาได้ง่าย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ซึ่งในตลาดคอนโดฯมือหนึ่งราคาไม่เกิน 1 ล้านบาทแทบจะหาซื้อไม่ได้ในตลาด ทำให้กลุ่มผู้มี

+++รายได้ระดับกลางล่างนิยมซื้อ

บ้านใหม่เวลาผ่านไปก็เป็นบ้านเก่า ส่วนบ้านเก่าอย่างไรก็ยังเป็นบ้านเก่า ยิ่งเมื่อเศรษฐกิจดีๆ ผู้ประกอบการพัฒนาสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดจำนวนมาก สุดท้ายก็กลายเป็นบ้านเก่า สินค้าเหล่านี้ก็จะยิ่งมีเพิ่มมากขึ้นในตลาด และอนาคตธุรกิจ    โบรกเกอร์จะมีการเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่ๆ ในตลาดเกือบทุกรายยังตั้งบริษัทลูกขึ้นมาเพื่อดูแลบ้านมือสองของตนเองโดยเฉพาะ เช่น แสนสิริ แอลพีเอ็นเป็นต้น""

เมื่อแนวโน้มบ้านมือสองมีจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่องศูนย์ข้อมูลจึงเตรียมเก็บข้อมูลบ้านมือสองที่มีการซื้อขายในตลาด โดยรวบรวมจากบริษัทโบรกเกอร์ โดยปัจจุบันรวบรวมได้แล้ว 14 ราย ในการนำส่งข้อมูลบ้านมือสองให้แก่ศูนย์ข้อมูล เพื่อนำไปใช้ประโยชน์แก่อุตสาหกรรมอสังหาฯได้ โดยคาดว่าจะสามารถเปิดเผยข้อมูลได้ภายในต้นปีหน้า อย่างไรก็ดีศูนย์ข้อมูลจะได้ขอความร่วมมือจากบริษัทโบรกเกอร์เพิ่มมากขึ้นอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดคอนโดฯรีเซลล์และบ้านมือสองจากนี้ไปมีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากในช่วงก่อนหน้านี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาส่งสัญญาณเกี่ยวกับการปรับอัตราดอกเบี้ยอาร์พี หรือดอกเบี้ยนโยบายว่าอยู่ในช่วงขาขึ้นซึ่งการปรับขึ้นดอกเบี้ยดังกล่าวจะส่งผลดีต่อตลาดบ้านมือสองและคอนโดฯรีเซลล์

เนื่องจากการปรับอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวจะส่งผลต่อกำลังซื้อของที่อยู่อาศัยใหม่ ในขณะที่ราคาขายของตลาดบ้านและคอนโดฯมือสองยังไม่ปรับขึ้น นอกจากนี้ยังมีข้อได้เปรียบในเรื่องของทำเลที่ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าต้องการที่อยู่อาศัยในทำเลใด โดยในช่วง 1-2 ปีจากนี้คาดว่าอัตราน่าจะปรับขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 3%

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ