Loading

ชี้อสังหาเสี่ยงบ้านเหลืออื้

วันที่ : 7 สิงหาคม 2553
ชี้อสังหาเสี่ยงบ้านเหลืออื้อ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยในรายงานภาวะเศรษฐกิจฉบับล่าสุดเดือน มิ.ย.2553 พบว่า ในเดือน มิ.ย. มีโครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 9,696 ยูนิต เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อน 155% และเพิ่มจากเดือน พ.ค.ปีเดียวกันที่มี 3,652 ยูนิต เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 9.6% เมื่อพิจารณาเป็นรายไตรมาสพบว่า ในไตรมาส 2 ปีนี้ มีโครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 15,717 ยูนิต เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อน 52.1% แยกเป็นบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด 4,612 ยูนิต ทาวน์เฮาส์และอาคารพาณิชย์ 6,517 ยูนิต และอาคารชุด 4,588 ยูนิต  ทั้งนี้ พบว่ายอดที่อยู่อาศัยเหลือขายสะสม ณ กลางปี 2553 ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับใกล้เคียงกับสิ้นปี 2552 ที่มี 98,748 หน่วย หรือคิดเป็น 2.7% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) แต่ก็เป็นจำนวนที่ใกล้เคียงกับช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 40

 

ก่อนหน้านี้ นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธปท. ได้ระบุว่า อัตราดอกเบี้ยของไทยที่เข้าสู่วัฏจักรขาขึ้น อาจผลกระทบต่อภาระที่เพิ่มขึ้นของผู้ที่ผ่อนชำระค่าดาวน์โครงการอสังหาริมทรัพย์ จนทำให้เกิดการทิ้งเงินดาวน์เพื่อยกเลิกสัญญาซื้อขายได้ โดยเฉพาะในตลาดอาคารชุด ซึ่ง ธปท.กังวลว่าอาจจะก่อตัวเป็นปัญหาฟองสบู่ได้ 

 

นายวิบูล จันทรดิลกรัตน์ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยถึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่มีแนวโน้มการปรับราคานั้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคในการซื้อที่อยู่อาศัย ทั้งนี้เนื่องจากการแข่งขันของธนาคารพาณิชย์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นสูง และมีการปรับแพ็กเกจให้มีรูปแบบที่รองรับกับการทำธุรกรรมทางการเงินมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคมีโอกาสในการใช้บริการทางสถาบันการเงิน ซึ่งกลุ่มที่อยู่อาศัยนับได้ว่าเป็นปัจจัยอันดับต้นๆ ของความต้องการในตลาด ทั้งนี้เชื่อว่าในช่วง 5 เดือนจากนี้ กำลังซื้อของผู้บริโภคจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมเชื่อว่าตลอดทั้งปีทางสมาคมรับสร้างบ้านจะมีการเติบโตขึ้น 9-10 เปอร์เซ็นต์จากมูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาทตามเป้าหมายเดิมที่สมาคมวางไว้ โดยทำเลศักยภาพที่มีการสร้างบ้านมากที่สุดในตอนนี้ ยังคงเป็นแถบปริมณฑลเป็นหลัก.

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

 

 

 

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ