Loading

ธปท.ชี้เศรษฐกิจเริ่มปกติ ส่งซิกก.ค.ขยับดอกเบี้

วันที่ : 17 มิถุนายน 2553
ธปท.ชี้เศรษฐกิจเริ่มปกติ ส่งซิกก.ค.ขยับดอกเบี้ย

          แบงก์ชาติชี้เศรษฐกิจไทยกลับมาโตดีตามปกติ หลังผ่านวิกฤติการเมืองพฤษภาคม-มิถุนายน การใช้จ่ายในประเทศฟื้น เชื่อหนุนกนง.ขยับดอกเบี้ยในรอบหน้า แจงหารือเอกชนแล้วรับได้หากต้นทุนสูงขึ้น ส่วนค่าเงินบาทยังผันผวนน้อยกว่าเพื่อนบ้าน ส่งออกแข่งขันได้สบาย

          นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการสายเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ขณะนี้ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมามีค่อนข้างจำกัด ทำให้ขณะนี้เศรษฐกิจไทยกลับมาขยายตัวเป็นปกติแล้ว โดยได้รับการชดเชยจากการส่งออกที่ดีขึ้น รวมถึงการใช้จ่ายในประเทศที่ดีขึ้นด้วย โดยเฉพาะในช่วงพฤษภาคม-มิถุนายน 2553

          "ผลกระทบไม่ได้เกิดวงกว้างธุรกิจกลับมาขยายตัวเป็นปกติแล้ว ดังนั้นโมเมนตัมที่มีในช่วงไตรมาสแรกก็จะดำเนินต่อไป" นายบัณฑิตกล่าว

          สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีขึ้นเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งหลังจากธปท.ได้หารือกับภาคเอกชนเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน เพื่อทำความเข้าใจถึงแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็ได้รับความเห็นจากภาคเอกชนว่าไม่ได้กังวลกับผลกระทบต่อต้นทุน แต่กังวลการเข้าถึงสินเชื่อมากกว่า โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME และกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว

          ส่วนการลงทุนของต่างชาติมองว่าปรับตัวดีขึ้นแล้ว เนื่องจากมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นในการลงทุนระยะสั้น แต่อยากให้มีความมั่นใจต่อนโยบายการลงทุนในระยะยาวมากกว่า

          ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะทบทวนตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ(GDP) อีกครั้งในเดือนกรกฎาคม 2553 จากปัจจุบันที่ประเมินตัวเลข GDP ปี2553 ไว้ที่ 4.8-5.8% โดยขณะนี้มีปัจจัยใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มขึ้น แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องแต่ยังมีปัญหาในบางส่วน ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศก็มีปัญหาภัยแล้งที่อาจส่งผลกระทบต่อรายได้เกษตรกร ซึ่งภาคเกษตรเป็นรายได้สำคัญของภาคครัวเรือนไทย อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งอาจได้รับการชดเชยจากการขยายพื้นที่เพาะปลูก และราคาสินค้าเกษตรที่ปรับตัวดีขึ้น

          นางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธปท. กล่าวว่า ค่าเงินบาทตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้มีค่าความผันผวนประมาณ 3% ถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค เช่น เงินริงกิต มาเลเซีย มีความผันผวนถึง 10% รวมถึงดอลลาร์สิงคโปร์ และรูปีอินเดียที่มีค่าความผันผวนสูง ถือว่าค่าเงินบาทค่อนข้างทรงตัว

          ทั้งนี้ธปท.มีนโยบายที่จะดูแลความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทตามปกติ โดยเฉพาะในด้านความผันผวนซึ่งขณะนี้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับค่าเงินในภูมิภาค ไม่ได้แข็งค่าเกินหน้าคู่ค้าและคู่แข่ง ดัชนีค่าเงินบาท (NEER) ยังอยู่ในระดับที่แข่งขันได้

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์ทันหุ้น                                        

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ