Loading

คลังเคาะมาตรการสินเชื่อจันทร์นี

วันที่ : 12 มิถุนายน 2553
คลังเคาะมาตรการสินเชื่อจันทร์นี้

          นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมาว่า ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังดำเนินการหาแนวทางปล่อยสินเชื่อ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผล กระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจากมาตรการของรัฐบาล

          ในเบื้องต้นกระทรวงการคลัง มีแนวคิดที่จะให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้ามาค้ำประกันสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการ จากวงเงินเดิมที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติไว้แล้ว 3 หมื่นล้านบาท ผ่านทางธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งหลักเกณฑ์จะผ่อนปรนเป็นพิเศษให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาความไม่สงบทางการเมือง โดยคิดค่าธรรมเนียมค้ำประกันปีแรก 0.75%

          กระทรวงการคลังจะเสนอให้ที่ประชุม ครม.รับทราบผลการดำเนินงานของ บสย. ณ วันที่ 31 พฤษภาคม ที่มีการค้ำประกันสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวน 3,200 ราย วงเงินค้ำประกัน 13,000 ล้านบาท โดย บสย. มีการค้ำประกันสูงสุด  3 ลำดับแรก  ได้แก่ ผู้ประกอบการด้านบริการ ผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่ม และผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเครื่องจักร

          "นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงการคลังพิจารณาเกี่ยวกับรายละเอียดของวงเงินสินเชื่อที่ปลอดการค้ำประกัน เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาการเมือง โดยเบื้องต้นเห็นว่าจะดึง บสย.เข้ามาช่วยค้ำประกันสินเชื่อโดยผ่านธนาคารพาณิชย์ซึ่งมีความชำนาญในการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งจะหารือเพื่อหาข้อสรุปกับ บสย. เกี่ยวกับวงเงินค้ำประกันสินเชื่อว่าจะเป็นเท่าไหร่ในวันจันทร์ที่ 14 มิ.ย.นี้ ก่อนที่จะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ในวันอังคารที่ 15 มิ.ย.53" นายประดิษฐ์ กล่าว

          นายประดิษฐ์ กล่าวถึงการลงนามในร่างสัญญากู้เงินสำหรับโครงการก่อสร้างทางสายหลักเป็น 4 ช่องทาง (ระยะที่ 2) กับธนาคารโลกและธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ว่า สัญญากู้เงินระหว่างไทยกับธนาคารโลก มีวงเงินทั้งสิ้น 79.30 ล้านเหรียญสหรัฐ มีค่าธรรมเนียมการกู้เงิน 0.25% ของวงเงินกู้ และใช้อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสกุลเงินเหรียญสหรัฐ จะอยู่ที่ 0.79% กำหนดระยะเวลาการกู้เงิน 15 ปี รวมระยะเวลาปลอดหนี้ 5 ปี โดยขอบเขตของโครงการประกอบด้วย แผนงานก่อสร้างจำนวน 5 สาย มีระยะทางรวม 216 กิโลเมตร และในส่วนของสัญญากู้เงินกับเอดีบีนั้น มีวงเงินทั้งสิ้น 77.10 ล้านเหรียญสหรัฐ ระยะเวลาการกู้เงิน 15 ปี รวมระยะเวลาปลอดหนี้ 5 ปี

          "ความร่วมมือกันครั้งนี้ จะเป็นการพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจไทย รวมทั้งลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยการที่ธนาคารโลก และ เอดีบี ยอมปล่อยกู้ให้กับไทยนั้น เนื่องจากยังคงมีความเชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจไทยจะเติบโต แม้ในช่วงที่ผ่านมาจะเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง รวมไปถึงยังมั่นใจว่าประเทศไทยยังต้องการเงินกู้มาพัฒนาประเทศ และยังมีพื้นที่ซึ่งสามารถพัฒนาความเจริญไปสู่ชนบทอีกมาก" นายประดิษฐ์ กล่าว

          อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การขยายโครงการก่อสร้างทางสายหลัก 4 ช่องจราจร ระยะ 2 ได้ทำประชาพิจารณ์แล้ว และสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ก็ยืนยันเช่นกันว่าโครงการดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ดังนั้น จึงเชื่อว่าจะไม่เกิดปัญหาเหมือนกับการขยายถนนในเส้นทางขึ้นเขาใหญ่แน่นอน

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

 

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ