Loading

เอสโครว์ เดินครื่องแล้

วันที่ : 7 มิถุนายน 2553
เอสโครว์ เดินครื่องแล้ว


 

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงนามในประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการกำกับการประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์ ภายใต้ พ.ร.บ.การดูแลผลประโยชน์ของ คู่สัญญา พ.ศ. 2551 โดยให้มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค. 2553 สาระสำคัญคือ การกำหนดให้มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 4 ด้าน ประกอบด้วย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเงินและการบัญชี ได้แก่ ลดาวัลย์ ธนะธนิต กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาษี วีระวุฒิ วิทยกุล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย ธำรงค์ รักลักษณ์ ลาพินี และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการคุ้มครองผู้บริโภค หรือการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ อธิป พีชานนท์ และสัมมา คีตสิน

      

การแต่งตั้งกรรมการดังกล่าวเป็นการดำเนินการโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 4 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง และมาตรา 29 แห่ง พ.ร.บ.การดูแลผลประโยชน์ของ คู่สัญญา ที่กำหนดให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการกำกับการประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์ ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมที่ดิน ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกิน 5 คน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการและให้ปลัดกระทรวงการคลังแต่งตั้งข้าราชการของกระทรวงการคลังเป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ

      

สำหรับกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแต่งตั้งขึ้น ต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ในด้านการเงิน การบัญชี ภาษี กฎหมาย การคุ้มครองผู้บริโภค หรือการซื้อขายทรัพย์สิน มีวาระในการดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี และอาจได้รับแต่งตั้งได้อีก แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน 2 วาระไม่ได้

      

เหตุผลสำคัญที่หลายฝ่ายต้องการให้มีการบังคับใช้กฎหมายเอสโครว์ ก็เพื่อเป็นหลักประกันในการจะซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ เพราะในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจผู้บริโภคจำนวนมากซื้อบ้านแล้วไม่ได้บ้าน สร้างความเสียหายไปทั่ว

      

หากมีการบังคับใช้กฎหมายเอสโครว์อย่างจริงจัง ปัญหาเรื่องซื้อบ้านแล้วไม่ได้บ้านจะหมดไปในที่สุด ซึ่งจะเป็นผลดีต่อทุกฝ่าย

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ