Loading

ครม.ไฟเขียวร่างภาษีที่ดิ

วันที่ : 21 เมษายน 2553
ครม.ไฟเขียวร่างภาษีที่ดิน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุม ครม.วานนี้ (20 เม.ย.) ว่าที่ประชุมเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อปรับปรุงการจัดเก็บภาษีที่ดินจากภาษีโรงเรือนและภาษีท้องที่ มีจุดมุ่งหมายสำคัญคือทำให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม กระจายการถือครอง พัฒนาที่ดินรกร้างว่างเปล่า และเป็นแหล่งรายได้สำคัญของท้องถิ่น

 

ทั้งนี้กฎหมายดังกล่าวจะยกเว้นภาษีให้เกษตรกรที่ถือครองและทำกินในที่ดินของตนเอง รวมถึงที่ดินที่อยู่อาศัยขนาดเล็ก ซึ่งรายได้จากการจัดเก็บภาษีที่ดินส่วนหนึ่งจะนำมาตั้งเป็นกองทุนธนาคารที่ดิน เพื่อเป็นช่องทางให้รัฐจัดหาที่ดินมาจัดสรรให้ผู้ที่ไม่มีที่ดิน ซึ่งถือเป็นการสร้างความเป็นธรรมในสังคมตามความตั้งใจของรัฐบาล

 

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ประชุมแนะนำว่าควรจะจัดให้มีการทำประชาพิจารณ์ในเรื่องของอัตราการจัดเก็บและการยกเว้นควบคู่กับพิจารณากฎหมายในชั้นของคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อนที่จะมีการเสนอร่างกฎหมายนี้เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร โดยมีเป้าหมายที่จะบังคับใช้ร่างกฎหมายฉบับนี้อีก 4 ปีข้างหน้า

 

หลักการคือคนจนจะต้องไม่มีภาระภาษีนี้ เกษตรกรที่มาขึ้นทะเบียนประกันรายได้ 4 ล้านครัวเรือนจะได้รับการยกเว้น ส่วนที่อยู่อาศัยก็จะพิจารณายกเว้นตามพื้นที่หรือมูลค่า แต่สำหรับคนรวยจะต้องเสียภาษีนี้เขากล่าว

 

นายกรณ์รายงานที่ประชุมว่าฐานการจัดเก็บภาษีของไทยเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศพัฒนาแล้ว ถือว่ามีฐานแคบมาก การออกกฎหมายเพื่อจัดเก็บภาษีที่ดินจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมาก และยังสร้างความเป็นธรรมในสังคมการจัดเก็บภาษีตามร่างกฎหมายดังกล่าวนี้จะเข้ามาทดแทนการจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่และโรงเรือน ซึ่งถือว่ายังมีข้อบกพร่อง เพราะเป็นการจัดเก็บภาษีจากฐานรายได้ประชาชนมากกว่าความร่ำรวย ดังนั้นการจัดเก็บภาษีจากฐานความร่ำรวยนี้จะนำความเสมอภาคมาสู่ประชาชนทุกระดับ ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมสามารพัฒนาประเทศและดูแลประชาชนส่วนใหญ่

 

นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.ได้มอบให้กระทรวงการคลังไปหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับการจัดทำรายละเอียดกฎหมาย โดยย้ำว่าทุกขั้นตอนต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม

 

นางสาวดวงมณี เลาวกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่าในแง่หลักการแล้ว ควรมีการจัดเก็บภาษีประเภทนี้ ซึ่งคนที่ได้รับประโยชน์จากการบริหารสาธารณะจะต้องเสียภาษีเพราะเป็นภาษีที่เก็บจากฐานทรัพย์สินซึ่งอัตราภาษีไม่สูงอยู่แล้ว และจะเก็บจากมูลค่าทรัพย์สิน หากมีมูลค่าน้อยก็เสียน้อย ส่วนกรณีลดหย่อนหรือยกเว้นนั้น ร่างกฎหมายต้องกำหนดว่าจะจะลดหย่อนหรือยกเว้นได้แค่ไหน เพราะถ้ามากเกินไป ภาษีประเภทนี้ก็ไม่มีประโยชน์ต่อการจัดเก็บรายได้

 

นายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เห็นด้วยกับแนวคิดหลักเกณฑ์เรื่องการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่รัฐบาลต้องทำความเข้าใจกับประชาชนถึงสิ่งที่จะได้รับ รวมถึงวางกรอบที่ชัดเจนว่าเงินภาษีที่จัดเก็บไปแล้วนั้นจะนำไปทำประโยชน์ในด้านใดบ้าง และประชาชนจะได้รับประโยชน์อย่างไรด้วย

 

ด้านนายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่าส่วนตัวมองว่าแนวคิดในการจัดเก็บภาษีดังกล่าวเป็นเรื่องที่ดี เพราะก่อให้เกิดความเป็นธรรม และการยกเว้นการจัดเก็บภาษีก็สะท้อนว่ารัฐบาลเองก็ดูแลกลุ่มคนที่มีรายได้น้อยพอสมควร ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ