Loading

บสก.ชี้กองทุนฯ สั่งพร้อมซื้อหนี้บสท.

วันที่ : 16 มีนาคม 2553
บสก.ชี้กองทุนฯ สั่งพร้อมซื้อหนี้บสท.

นายบรรยง วิเศษมงคลชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด หรือ บสก. กล่าวว่า บริษัทมีความพร้อมสำหรับการเข้าซื้อทรัพย์ของบริษัทบริหารสินทรัพย์ไทย หรือ บสท. แต่ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ว่าจะมีคำสั่งออกมาหรือไม่

 

หากมีคำสั่ง บสก. ก็พร้อมปฏิบัติตามถ้าพิจารณาตามสัดส่วนหนี้สินต่อทุน หรือ D/E มีอยู่ 1.6 เท่า มีทุนจดทะเบียน 25,000 ล้านบาท ก็ยังมีศักยภาพเข้าทรัพย์ของบสท. ได้ที่มีเอ็นพีแอล 1แสนล้านบาท แต่การเข้าไปซื้อเอ็นพีแอลชอง บสท. จะทำให้DE ของ บสก.ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 6-7 เท่าแต่ยังถือว่าต่ำกว่าระบบธนาคารพาณิชย์ที่เฉลี่ยอยู่ที่ 9.6 เท่า

 

เขากล่าวว่าส่วนเม็ดเงินเข้าซื้อทรัพย์ที่เป็นทั้งเอ็นพีแอลและเอ็นพีเอ มาจาก2 ส่วนได้แก่ เงินสดในมือ 2-3 พันล้านบาท กับมีวงเงินเหลือที่ใช้ในการกู้ยืมอีก 6-7 พันล้านบาทดังนั้นบริษัทจึงมีทุนกว่า 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการบริหารงาน

 

ส่วนผลการดำเนินงานของ บสก. ช่วง เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.-ก.พ.) อยู่ในระดับน่าพอใจโดยทำรายได้จากผลเรียกเก็บ 2,535.19 ล้านบาท หรือ 126.76% ของเป้า จากทั้งปีที่ตั้งเป้ารายได้ 12,000 ล้านบาท และคาดไตรมาสแรกจะมียอดขายเกินเป้าที่ตั้งไว้ 20 %

 

บสก.มีเอ็นพีเอ 3.7 หมื่นล้านบาท และเอ็นพีแอล 2.2 แสนล้านบาท  ปีนี้ตั้งเป้าซื้อเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นอีก 2.5 หมื่นล้านบาท ส่วนเอ็นพีเอ 4 พันล้านบาทแต่คาดจะซื้อเอ็นพีแอลได้เกินกว่าที่คาดไว้ 4-5 หมื่นล้านบาท เพราะ ธปท.ต้องการลด             เอ็นพีแอล ของระบบสถาบันการเงินเหลือต่ำกว่า 5% บสก. ในฐานะเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ภายใต้การดูแลของธปท. และมีกองทุนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ต้องสนับสนุนธปท.ให้บรรลุเป้าหมาย

 

ธนาคารทั้งระบบเอ็นพีแอล 4 แสนล้านบาทหรือ 5.4 % ของสินเชื่อรวม หากปรับลดลงเหลือต่ำกว่า5 % เอ็นพีแอลต้องออกจากระบบ 2.5 หมื่นล้านบาท เชื่อ บสก.มีศักยภาพที่จะซื้อเอ็นพีแอลดังกล่าวแน่นอน

นาย บรรยง กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเติบโตตามการขยายตัวของเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นชัดเจนแม้รัฐบาลจะไม่ต่ออายุมาตรการทางภาษีของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพราผู้บริโภคมั่นใจเศรษฐกิจมากขึ้น รวมทั้งดอกเบี้ยในตลาดต่ำ ขณะที่ผู้ประกอบการออกแคมเปญต่างๆ เพื่อกระตุ้นยอดขายจะช่วยทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์คึกคักได้มากกว่าปีที่ผ่านมา

 

ส่วยทิศทางเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ต้องประเมินความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและการเมืองในประเทศ เพราะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนและผู้บริโภค

 

รัฐไม่ต่อมาตรการภาษีไม่กระทบลูกค้าที่ซื้อทรัพย์บสก.เพราได้รับการยกเว้นภาษีต่างๆซึ่งบสก.ได้เตรียมสำรองงบไว้ปีละ 60 ล้านบาท

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ