Loading

อสังหาฯฟุบยาวหลังหมดมาตรการ จัดสรร-วัสดุ-แบงก์-ผู้ซื้อ เดี้ย

วันที่ : 8 มีนาคม 2553
อสังหาฯฟุบยาวหลังหมดมาตรการ จัดสรร-วัสดุ-แบงก์-ผู้ซื้อ เดี้ยง

ในที่สุดคณะรัฐมนตรีมีมติประกาศไม่ต่ออายุมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่จะหมดอายุลงในวันที่ 28 มี.ค.นี้ออกไปอีก โดยให้เหตุผลว่าจากการใช้มาตรการดังกล่าวได้ช่วยฟื้นภาคอสังหาริมทรัพย์และช่วยเหลือภาคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งแรงงาน วัสดุก่อสร้างได้แล้วและมีผลกระตุ้นให้คนซื้อบ้านมากขึ้น สังเกตจากการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 7% ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และผลประกอบการธุรกิจสังหาริมทรัพย์เริ่มมีกำไรมากขึ้น ถือว่ามาตรการดังกล่าวประสบความสำเร็จไปแล้ว

 

สำหรับมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวที่จะหมดอายุ ได้แก่ การลดอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะจาก 3.3% เหลือ 0.1 ค่าธรรมเนียมการโอนอสังหาริมทรัพย์จาก 2% เหลือ 0.01% และลดค่าจดจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% โดยผลกระทบจากการใช้มาตรการดังกล่าวทำให้กรมที่ดินสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บค่าธรรมเนียมปีละกว่า 20,000 ล้านบาท เหลือ 30,000 ล้านบาท จากเดิมที่จัดเก็บได้ปีละกว่า 50,000 ล้านบาท

 

อย่างไรก็ตามในฟากเอกชนกลับเห็นต่างว่า เศรษฐกิจและภาคอสังหาริมทรัพย์ยังไม่ฟื้นตัวอย่างแท้จริง แม้ตัวเลขบ้านสร้างเสร็จจดทะเบียนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลปี 2552 จะเติบโตขึ้นจากปีที่แล้ว แต่ส่วนใหญ่มาจากซัปพลายคอนโดมิเนียมที่มีการพรีเซลไปเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว มาก่อสร้างแล้วเสร็จและมีการโอนกรรมสิทธิ์ในปีนี้ รวมถึงซัพพลายจากโครงการบ้านเอื้ออาทรหลายโครงการ ซึ่งหากตัดตัวเลขในส่วนนี้ออกไป จะพบว่าตลาดรวมทั้งปีมีการหดตัวลงจากปีที่แล้ว รวมถึงเป็นปีที่มีโครงการเปิดตัวใหม่ลดลง จึงสะท้อนได้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวอย่างแท้จริง

 

โดย3 สมาคม ได้แก่ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และสมาคมอาคารชุดไทยจึงได้ยื่นหนังสือไปยังกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ให้พิจารณาต่ออายุมาตรการอสังหาริมทรัพย์ ออกไปอีก 1 ปี โดยก่อนหน้านี้ดีเวลลอปเปอร์บางส่วนคาดว่ารัฐบาลน่าจะต่ออายุมาตรการออกไป เพราะเชื่อมั่นว่าอสังหาริมทรัพย์จะทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวได้ ในช่วงที่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวและภาคอุตสาหกรรมของไทยยังไม่แข็งแรง และได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบต่างๆ

 

บ้านจ่อคิวขึ้นราคา

 

จากการที่รัฐบาลไม่ต่ออายุมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ออกไป อธิป พีชานนท์ กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ในฐานะนายกสมาคมอาคารชุดไทย เชื่อว่า จะมีผลทำให้ราคาบ้านหลังจากวันที่ 28 มี.ค.นี้ ปรับตัวขึ้นอย่างต่ำ 4% เนื่องจากผู้บริโภคและดีเวลลอปเปอร์จะต้องกลับไปรับภาระค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์อย่างเต็มรูปแบบเหมือนเดิม นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเรื่องต้นทุนค่าก่อสร้างที่ปรับตัวขึ้นเข้ามากระทบด้วย

 

ส่วนชายนิด โง้วศิริมณี กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จะส่งผลกระทบอย่างแน่นอน โดยราคาบ้านจะปรับขึ้นไม่ต่ำกว่า 5-7% และในเดือนเม.ย. 2553 เป็นต้นไป ทำให้ลูกค้าชะลอการตัดสินใจซื้อ ในขณะที่ช่วงปลายเดือน มี.ค. จะมีธุรกรรมการโอนเกิดขึ้นมากเป็นพิเศษ ก่อนที่มาตรการจะหมดอายุลง

 

ขณะที่ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า จะทำให้ต้นทุนบ้านเพิ่มขึ้นแน่นอนอย่างน้อย 3-5% แต่เอสซีฯยังไม่มีแผนปรับขึ้นราคาขึ้นในช่วงนี้ และหากจะขึ้นราคาก็จะไม่ขึ้นเท่ากับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เพราะต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเป็นตัวเลขที่บริษัทยังรับภาระได้ อีกทั้งแผนการดำเนินงานในปีนี้ บริษัทวางแผนภายใต้การคาดการณ์ว่า รัฐบาลจะไม่ต่ออายุมาตรการอออกไป หรืออาจจะต่อไม่ครบทั้ง 3 ข้อ ที่สำคัญบริษัทยังมีสต็อกบ้านต้นทุนเก่า 120 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าประมาณ 600 ล้านบาท ซึ่งจะขายได้อีกอย่างน้อย 1 เดือนครึ่ง

 

""เชื่อว่ารัฐบาลจะออกมาตรการใหม่ออกมากระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง เพราะรัฐบาลเองก็รู้ว่าภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน และถ้าไม่มีมาตรการมาช่วยให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัวอย่างมีเสถียรภาพ อาจจะทำให้ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวอีกครั้ง""ยิ่งลักษณ์กล่าว

 

สำหรับแผนดำเนินงานในปีนี้ จะเปิดตัวโครงการใหม่ 12 โครงการ เป็นแนวราบ 8 โครงการ และแนวสูง 4 โครงการ มูลค่ารวม 11,000 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีแรกจะเปิดโครงการใหม่ 2 โครงการ ได้แก่ บางกอก บูเลอวาร์ด รัชดา-รามอินทรา มูลค่า 720 ล้านบาท และโฮม ออฟฟิศ เวิร์คเพลส เพชรเกษม 81 มูลค่า 100 ล้านบาท และมีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินงานอีก 9 โครงการ โดยตั้งเป้ายอดขายปีนี้เติบโตขึ้น 30%

 

อย่างไรก็ตามในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนมาตรการจะหมดอายุ ก็เป็นจังหวะที่ดีเวลลอปเปอร์ออกโปรโมชั่นแรงเพื่อเร่งยอดขาย กระตุ้นการตัดสินใจซื้อของลูกค้า โดยอธิปกล่าวว่า ศุภาลัยอยู่ระหว่างการเตรียมจัดโปรโมชั่นใหญ่ เพื่อระบายสต็อกบ้านพร้อมโอนที่มีอยู่ประมาณ 600 ยูนิต มูลค่ารวม 1,000 ล้านบาท และตั้งเป้าว่าจะมียอดขายประมาณ 300 ยูนิต

 

ในขณะที่แสนสิริก็มีการจัดแคมเปญ Instant Living ใน 20 โครงการ สำหรับผู้ที่โอนกรรมสิทธิ์ภายในเดือน มี.ค. นี้ ฟรีค่าธรรมเนียมการโอน-ค่าจดจำนอง-ค่าส่วนกลาง 1 ปี-ค่าติดตั้งมิเตอร์น้ำและไฟฟ้า พร้อมสินเชื่ออัตราดอกเบี้ย 0% 1 ปี ส่วนผู้ขายรายย่อยในกลุ่มคอนโดมิเนียมรีเซล ก็มีความคึกคักเป็นพิเศษ เห็นได้จากภายในงานรวมคอนโด ใกล้รถไฟฟ้า ซึ่งจัดโดยบริษัท คีน คอร์เปอเรชั่นจำกัด ในเครือของเน็กซัส พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแทนท์ มีเจ้าของห้องชุดประมาณ 10% ที่ซื้อมาตั้งแต่ช่วงพรีเซลมาฝากในงานขายเป็นจำนวนมากในช่วงนี้ก่อนที่มาตรการจะหมดอายุ เพราะไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ โดยยอมลดผลตอบแทนจากการลงทุนลงมาจากที่ตั้งไว้เดิม เพื่อเร่งการขาย แต่ก็ยังอยู่ในระดับราคาขายที่ไม่ขาดทุน

 

คาดกระทบตลาดบ้านหดตัว

 

อธิปคาดว่า ยอดขายบ้านในช่วงไตรมาส 1 จะเป็นช่วงที่ดีที่สุดของปีนี้ และจะดีกว่าไตรมาส 2 เพราะหลังจากมาตรการรัฐหมดอายุจะเข้าสู่ช่วงเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นวันที่มีวันหยุดมาก จะทำให้ตลาดรวมชะลอตัวไประยะหนึ่ง เพราะกำลังซื้อบางส่วนถูกดึงไปในไตรมาส 1 แล้ว ทั้งนี้มองว่าการที่รัฐไม่ต่ออายุมาตรการจะมีผลทำให้ตลาดรวมมีโอกาสหดตัวถึง 5%

 

สำหรับในปีที่แล้วแม้จะมีการใช้มาตรการมากระตุ้น แต่ตัวเลขบ้านสร้างเสร็จจดทะเบียน (ไม่รวมบ้านเอื้ออาทร) อยู่ที่ 60,000 ยูนิตเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าปี 2551 ที่มีตัวเลขบ้านสร้างเสร็จจดทะเบียนประมาณ 70,000-80,000 ยูนิต

 

รอ 3 เดือนเล็งกระทุ้งรัฐอีกรอบ

 

อธิปกล่าวว่า ในช่วง 3 เดือนต่อจากนี้ ทั้ง 3 สมาคมฯ จะรอดูผลกระทบจากการที่รัฐบาลไม่ต่ออายุมาตรการ และจะยื่นหนังสือไปยังรัฐบาลให้ทบทวนมาตรการช่วยเหลืออีกครั้ง ทั้งนี้อิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า การต่ออายุมาตรการมีส่วนช่วยหนุนให้เศรษฐกิจในช่วงต่อไปฟื้นตัวได้อย่างมั่นคง

 

ด้านกรมที่ดินเปิดเผยว่า ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการโอนกรรมสิทธิ์ในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนมาตรการหมดอายุ โดยให้ทุกสำนักงานที่ดินทุกเขตเปิดรับคำร้องจนถึงเวลา 16.30 น. และดำเนินการให้เสร็จภายในวันเดียว

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ