Loading

อาคารสร้างนานน่าห่วง เตือนผู้ซื้อต้องตรวจสอบให้ดีหวั่นขายใบอนุญาตลว

วันที่ : 1 มีนาคม 2553
อาคารสร้างนานน่าห่วง เตือนผู้ซื้อต้องตรวจสอบให้ดีหวั่นขายใบอนุญาตลวง

นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวในงานสัมมนา สถานการณ์อาคารสร้างค้างในกรุงเทพซึ่งจัดโดยศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ว่า ศูนย์ข้อมูลได้ทำการสำรวจอาคารสร้างค้างในกรุงเทพฯ เมื่อปี 2544 เป็นครั้งแรก โดยสำรวจเฉพาะอาคารขนาดใหญ่ ซึ่งได้รับใบอนุญาตก่อสร้างระหว่างปี 2553-2543 และเป็นอาคารที่มีการอก่อสร้างบางส่วน เช่น ตอกสาเข็ม หรือ วางระบบโครงสร้างอาคารแล้ว แต่หยุดการก่อสร้าง ไม่ได้ก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามที่ขออนุญาตไว้

ทั้งนี้ผลสำรวจครั้งแรกเมื่อปี 2554 พบอาคารสร้างค้างทั้งหมด 508 อาคาร ต่อมาได้ทำการสำรวจอาคารสร้างค้างจำนวนนี้อย่างต่อเนื่อง ประมาณ 2 ปี ต่อหนึ่งครั้ง ล่าสุดการสำรวจ ณ มกราคม  2553 พบว่า มีผู้ประกอบการนำอาคารสร้างค้างมาพัฒนาจนเสร็จไปแล้วจำนวน 278 อาคาร จาก 508 อาคาร และมีอีก 25 อาคาร ซึ่งยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างต่อ ส่วนอาคารสร้างค้างปัจจุบันคงเหลือจำนวน 205 อาคาร

ด้าน นายพินิจ เลิศอุดมธนา วิศกรโยธา 8 วช. กองควบคุมอาคารสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า หลังจากที่กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศกฏกระทรวงนิรโทษกรรมอาคารสร้างค้างชื่อว่า  กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์กำหนดใบอนุญาตก่อสร้างอาคารหรือดัดแปลงอาคารสำหรับอาคารที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจของประเทศซึ่งยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ พ.ศ. 2552โดยอาคารที่อยู่ในข่ายไดรับนิรโทษกรรม คือ อาคารที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างตั้งแต่ 17 ก.พ. 2535-7 ส.ค. 2543 และได้หยุดก่อสร้างตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2553 ขณะนี้ยังไม่มีใครมาขอใช้สิทธิต่ออายุใบอนุญาตดังกล่าว ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเพิ่งมีการประกาศใช้กฎกระทรวง ยังถือว่าเป็นเรื่องใหม่มาก

นอกจากนี้ เมื่อมีกฎหมายใหม่ หรือมีการออกกฎกระทรวงใหม่ต้องยอมรับว่า สิ่งที่ตามมาฐานะผู้ใช้กฎหมาย คือ การตีความกฎหมายให้ถูกต้อง เพื่อดำเนินการอนุญาตให้กับผู้มาขออย่างถูกต้อง ในช่วงที่ผ่านมา การตีความเป็นปัญหาใหญ่ที่ก่อให้เกิดผลต่อเนื่องสำหรับกฎกระทรวงใหม่ที่ออกมีวัตถุประสงค์ช่วยเหลืออาคารสร้างค้างที่เกิดก่อนปี 2535 ด้วย กฎกระทรวงดังกล่าว จึงอาจช่วยเรื่องอาคารสร้างค้างได้บางส่วน เพราะมีการจำกัดระยะเวลาที่นิรโทษกรรมให้กับอาคารต่างๆ จะต้องเป็นอาคารที่ขออนุญาตในระหว่างปี 2535-2543 เท่านั้น

 

นายพินิจ กล่าวต่อไปว่า การมีกฎกระทรวงออกมาบังคับใช้ ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้านักลงทุนรายใดมีความสนใจขออาคารเก่าที่สร้างค้างมาก่อสร้างใหม่ จะต้องตรวจสอบความเป็นมาของใบอนุญาตอย่างละเอียดว่าเป็นใบอนุญาตประเภทใด ตรงกับความต้องการที่จะพัฒนาหรือไม่ ยื่นขออนุญาตเมื่อใด เข้าข่ายอาคารที่ได้รับนิรโทษกรรมหรือไม่ ใบอนุญาตดังกล่าวติดคดีความใดหรือไม่ ที่ดินที่ใช้พัฒนาตามใบอนุญาตมีโฉนดครบและถูกต้องหรือไม่ โดยเฉพาะที่ดินบางแปลงที่มีโฉนดมากกว่า 1 ฉบับ ต้องตรวจสอบว่าได้รับครบหรือไม่ และมีโฉนดใดติดจำนองกับสถาบันการเงินหรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้ มีปัญหาว่า ที่ดินบางแปลงที่มีหลายโฉนด พบว่า เจ้าของแอบนำโฉนด 1 ฉบับไปจำนองกับสถาบันการเงิน เมื่อมีผู้มาซื้อใบอนุญาตของที่ดินแปลงนั้นไปพัฒนา มักจะติดปัญหาไม่สามารถดำเนินการต่อได้

ที่มา : หนังสือพิมพ์ดอกเบี้ยธุรกิจ 2001

 

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ