Loading

อสังหา ช็อก รัฐไม่ต่ออายุภาษี ชี้บ้านแพงคนเลิกซื้อ ขรรค์เชื่อกระทบสั้

วันที่ : 24 กุมภาพันธ์ 2553
อสังหา ช็อก รัฐไม่ต่ออายุภาษี ชี้บ้านแพงคนเลิกซื้อ ขรรค์เชื่อกระทบสั้น

นายอธิป พีชานนท์ กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บมจ.ศุภาลัย ในฐานะนายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยว่า กรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติไม่ต่ออายุมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่จะหมดอายุในวันที่ 28 มี.ค.นี้ จะมีผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์พอสมควร เนื่องจากทั้งระบบเกิดภาวะช็อก ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หรือผู้บริโภค ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อบ้านใหม่ เพราะขาดแรงจูงใจสำคัญในการซื้อบ้าน และจะส่งผลให้ตลาดบ้านชะลอตัวลงมาก อาจทำให้ราคาบ้านในปีนี้มีโอกาสเพิ่มขึ้นมากกว่า 10%

สำหรับปัจจัยที่อาจส่งผลให้ราคาบ้านเพิ่มสูงขึ้น คือ อัตราภาษีและต้นทุนค่าก่อสร้างบ้านที่ปรับขึ้นตามเงินเฟ้อ 3-4% ซึ่งหากราคาบ้านแพงขึ้น จะทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงตามไปด้วย และส่งผลให้ภาพรวมตลาดรวมอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้มีโอกาสติดลบ เนื่องจากขาดแรงกระตุ้นหรือแรงจูงใจ เพราะปัจจุบันยังมีปัจจัยลบจากปัญหาการเมืองกดดันต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค จากเดิมคาดว่าตลาดในปีนี้จะกลับมาเติบโตต่อเนื่องจากปีก่อน

 

""ในฝั่งผู้ประกอบการเองจะชะลอการลงทุนออกไปก่อน การที่ภาครัฐออกมาให้เหตุผลว่า การไม่ต่ออายุภาษีอสังหาริมทรัพย์ เพราะเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวขึ้น ทั้งที่ในความเป็นจริงเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวมีเพียงภาคการส่งออกเท่านั้น แต่ภาคอื่นที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจน และหากอสังหาริมทรัพย์ไม่มีการเติบโตจนกระทบมายังเศรษฐกิจไทยให้ชะลอตัวลง รัฐบาลต้องเป็นผู้รับผิดชอบ"" นายอธิปกล่าว

อย่างไรก็ตาม สมาคมเตรียมหารือกับผู้ประกอบการและสมาชิกว่าจะเข้าหารือกับภาครัฐอีกครั้งหรือไม่ เพื่อให้พิจารณาการต่อภาษีอีกครั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้ 3 สมาคม คือ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมอาคารชุดไทย และสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ได้ยื่นหนังสือขอต่อมาตรการภาษีอสังหาริมทรัพย์ไปกระทรวงการคลังตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา

 

ด้านนายกิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท สัมมากร จำกัด ในฐานะนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า ตลาดรวมอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้คาดเติบโต 5% เท่านั้น จากเดิมคาดว่าการต่อภาษีจะกระตุ้นตลาดเติบโตสูงถึง 10% แต่เหตุผลที่ภาครัฐระบุว่า การไม่ต่อภาษีเพราะผู้ประกอบการมีรายได้ดีขึ้นแล้วนั้น มีเพียงกลุ่มรายใหญ่และรายกลางที่รายได้ดีขึ้น แต่รายเล็กยังได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัวและผลประกอบการไม่ดีนัก

 

นายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า การยกเลิกมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์อาจจะมีผลกระทบบ้าง แต่ในภาพรวมต้องดูว่า ยังมีความต้องการซื้อบ้านอยู่แค่ไหน เพราะหากความต้องการยังมีอยู่ ประเด็นสำคัญน่าจะอยู่ที่อัตราดอกเบี้ยมากกว่า โดยหากอัตราดอกเบี้ยยังไม่ปรับขึ้น และธนาคารอนุมัติสินเชื่อให้เชื่อว่าประชาชนจะยังคงซื้อบ้านอยู่ ซึ่งการลดค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนอง ถือว่าเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ช่วยในการตัดสินใจ แต่ประชาชนจะได้รับประโยชน์แค่ครั้งเดียว ส่วนอัตราดอกเบี้ยจะมีผลไปถึง 20-30 ปี ดังนั้น เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาหากมีความต้องการซื้อบ้านอยู่แล้ว

 

อย่างไรก็ดี ยอมรับว่าหลังจากเดือน มี.ค.นี้ไป การทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์อาจชะลอไปบ้างเล็กน้อย โดยขณะนี้ผู้ประกอบการก็มีการประกาศขึ้นราคาที่อยู่อาศัยกันแล้ว แต่ก็ต้องถามว่าแม้จะคงมาตรการไว้ต่อไป ผู้ประกอบการจะลดราคาหรือไม่ ดังนั้นจึงมองว่าการซื้อบ้านก็เหมือนกับราคาน้ำมันที่แม้จะขึ้นราคา แต่หากต้องการซื้อก็จะซื้อ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็ต้องมีการแข่งขัน สู้กันเรื่องราคาอยู่แล้ว จึงไม่น่ากระทบมากนัก

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ