Loading

ไตรรงค์ ยังไม่เคาะต่อมาตรการช่วยอสังห

วันที่ : 22 กุมภาพันธ์ 2553
ไตรรงค์ ยังไม่เคาะต่อมาตรการช่วยอสังหา

ไตรรงค์ ยังไม่ชี้ชัดต่อมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ขณะที่ธอส. เชื่ออัตราดอกเบี้ย-การปล่อยกู้ของแบงก์ตัวกระตุ้นตลาด  ด้านศุภาลัย เล็งปรับราคาบ้านอีก 4% หากไม่ต่อมาตรการ ส่วนงานมหกรรมบ้านและคอนโดฯ ครั้งที่ 22  คาดเงินสะพัด 3,000 ล้าน  ผู้ประกอบการแห่อัดโปรโมชัน

 นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานเปิดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 22 ถึงการต่ออายุมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่จะสิ้นสุดในเดือนมีนาคมนี้ว่า  ยังไม่สามารถให้ความชัดเจนได้  เพราะยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องดังกล่าว  โดยเชื่อว่ามาตรการนี้จะต่อหรือไม่  จะมีการประกาศออกมาก่อนช่วงวันที่จะสิ้นสุดมาตรการอย่างแน่นอน   อย่างไรก็ตาม   ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้นมีส่วนในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวม  เพราะส่งผลถึงธุรกิจอื่นๆ ต่อเนื่องไปด้วย  รวมถึงยังเป็นดัชนีสำคัญในการชี้วัดด้านเศรษฐศาสตร์ อีกทั้งสร้างรายได้ให้แก่ประเทศชาติ

ด้านนายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)    กล่าวว่า  ปัจจุบันธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ถือว่ายังดี  แม้ว่าจะมีการต่อหรือไม่ต่อมาตรการอสังหาฯ หรือไม่ก็ตาม  ในช่วง 2 เดือนตลาดอสังหาฯ ก็น่าจะยังดีอยู่  ซึ่งปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อตลาดอสังหาฯ คือ อัตราดอกเบี้ย ซึ่งปัจจุบันยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำ และการอนุมัติเงินกู้ของธนาคาร มากกว่ามาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียมและค่าโอน  ซึ่งจะมีผลต่อการเร่งการตัดสินใจซื้อของลูกค้าเท่านั้น 

ส่วนของธอส. เชื่อว่าในไตรมาสแรกนี้น่าจะมียอดการปล่อยสินเชื่อใหม่ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาประมาณเกือบ 20,000 ล้านบาท ส่วนไตรมาสที่ 2  ต้องมาประเมินอีกครั้ง  โดยในเดือนมกราคมที่ผ่านมา  ธอส.สามารถปล่อยสินเชื่อได้กว่า 5,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่ปล่อยสินเชื่อได้ 5,500 ล้านบาท   

นายอธิป  พีชานนท์ กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่า บริษัทอาจจะปรับขึ้นราคาขายที่บ้านอีก 4% ในเดือนเมษายนนี้ หากรัฐบาลไม่ต่ออายุมาตรการภาษีอสังหาริมทรัพย์ และอาจส่งผลให้ผู้ประกอบการรายอื่นที่อาจจะมีการปรับขึ้นราคาขายบ้านเช่นเดียวกัน ขณะเดียวกันราคาวัสดุก่อสร้างยังมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิ(Net Profit Margin) ให้ลดลงมาเหลือ 20% จากปีก่อนที่อยู่ที่ 21-22%

""ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มองว่ามาตรการภาษีกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่จะสิ้นสุดในเดือนมีนาคมนี้ จะส่งผลต่อธุรกิจค่อนข้างมาก ดังนั้น จึงจะรับเป็นตัวแทนผู้ประกอบการเข้าเจรจากับทางการในช่วงปลายเดือน กุมภาพันธ์ เพื่อเรียกร้องให้ทางการต่ออายุมาตรการภาษีออกไป โดยจะชี้แจงผลดีของมาตรการภาษีที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการและช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ""

ด้านนายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้าน จัดสรร กล่าวว่า  งานมหกรรมในครั้งนี้คาดว่าจะมีเงินสะพัดจากการซื้อขายที่อยู่อาศัยกว่า 3,000 ล้านบาท  เนื่องจากผู้ประกอบการมีการจัดรายการส่งเสริมการขายจำนวนมากและมีความพิเศษกว่าทุกปี  เนื่องจากตลาดประเมินเรื่องมาตรการว่าอาจไม่ต่อออกไปอีก หรือได้ต่อเฉพาะบางส่วน   เช่น โปรโมชัน ที่ผู้ประกอบการร่วมกับธนาคารกรุงไทย ธนาคารนครหลวงไทย ให้กู้ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 2 ปี โดยยอมที่จะเป็นผู้จ่ายดอกเบี้ยให้กับธนาคารเองจากเดิมที่จะให้กู้อัตราดอกเบี้ย 0% สูงสุดแค่ 3 เดือน โปรโมชันในรูปส่วนลดเงินสด 5-10% โปรโมชันอยู่ฟรี รวมทั้งให้เฟอร์นิเจอร์ฟรีเป็นต้น

ส่วนนายธีรวัฒน์ พิพัฒน์ดิฐกุล อุปนายกฝ่ายกิจกรรมและประชาสัมพันธ์ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ได้รับแรงกระตุ้นจากความไม่ชัดเจนของมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ว่าจะต่อหรือไม่ต่ออายุ  ทำให้เกิดการเร่งการโอนสำหรับบ้านสร้างเสร็จ เพื่อจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยปัจจัยหลักๆ 3 ข้อคือ 1. หากรัฐบาลไม่ต่ออายุมาตรการภาษีจะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้านเพิ่มขึ้น 6.3%  2. ผู้ประกอบการจะนำบ้านสร้างเสร็จพร้อมโอนมาลดราคาหรือทำโปรโมชันแรงๆ เพื่อให้โอนบ้านทันกับมาตรการ รวมถึงการยึดคืนบ้านที่ลูกค้าไม่ยอมโอนมาขายในราคาถูก หรือลูกค้าสามารถต่อรองราคาได้มาก 3. อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ หรือหากมีการปรับเพิ่มขึ้นก็เชื่อว่าจะไม่เกิน 0.5%

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ