Loading

บสก.-บสท. เร่งเครื่องโล๊ะ NPA อัดแคมเปญหวังดันยอดทะลุเป้

วันที่ : 8 กุมภาพันธ์ 2553
บสก.-บสท. เร่งเครื่องโล๊ะ NPA อัดแคมเปญหวังดันยอดทะลุเป้า

จากนโยบายการทำตลาดในเชิงรุกในโครงการต่างๆ ตลอดทั้งปีที่แล้วอย่างต่อเนื่องของบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (บสก.) บวกกับกระแสของเงินเฟ้อที่ผลักให้นักลงทุนหันมาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น ทำให้ผลประกอบการของ บสก. ในปีที่แล้วทะลุเป้า 11,628 ล้านบาทที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ตั้งไว้ โดยมีรายได้จากการปรับโครงสร้างและจำหน่ายทรัพย์รวม 12,083 ล้านบาท สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 103.91% แม้จะอยู่ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว

 

รีโนเวท NPA ต่างจังหวัด

                สำหรับแผนของ บสก. ในปีนี้ภายใต้ตัวเลขเป้ารายได้ 12,000 ล้านบาท ที่จะนำเสนอต่อ FIDF เพื่อพิจารณาในเดือน ก.พ. นี้ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงขึ้นกว่าปีที่แล้ว ในขณะที่สินทรัพย์รวมในปี 2552 ยังทรงตัวเท่ากับปี 2551 ทำให้ปีนี้ บสก. จะต้องซื้อสินทรัพย์เข้ามาเพิ่ม เพื่อผลักดันให้ยอดรายได้ทั้งปีเติบโตขึ้น โดยปีนี้ บสก. ตั้งเป้ารับซื้อ NPL และ NPA จากสถาบันการเงินเข้ามาบริหารจัดการรวม 19,000 ล้านบาท

 

                'Gross NPL ของสถาบันการเงิน ณ ไตรมาส 3 ปี 2552 อยู่ที่ 4.05 แสนล้านบาท หรือ 5.34% ตามนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทยตั้งเป้าว่าต้องการจะลด NPL ให้ต่ำกว่า 5% เพราะฉะนั้นจะต้องพยายามดึง NPL ออกมาจากระบบให้ได้ประมาณ 25,834 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ Gross NPL ลดลงเหลือ 3.79 แสนล้านบาท ซึ่งเรามองว่า น่าจะทำให้ บสก. เป็นตัวหลักที่เข้ามามีบทบาทในส่วนนี้' บรรยง วิเศษมงคลชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด กล่าว

 

                แผนงานของ บสก. ในปีนี้ยังเดินหน้าสานต่อโครงการเก่าที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง เช่น 1.การรีโนเวท NPA ที่สร้างค้างในโครงการหมู่บ้านจัดสรรต่างๆ ให้อยู่ในสภาพดี โดยปีนี้จะดำเนินการประมาณ 15 โครงการ มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท และเป็นปีแรกที่เริ่มขยายไปในต่างจังหวัด ได้แก่ โครงการเมืองประชา จ.ขอนแก่น ใกล้มหาวิทยาลัยขอนแก่น, โครงการพี พี คอนโดมิเนียม จ.เชียงใหม่, โครงการบ้านเกาะ จ.เชียงราย เป็นที่ดินเปล่าสำหรับสร้างบ้านเดี่ยวในสไตล์บ้านกลางน้ำ, โครงการไบร์ท พลาซ่า จ.นครราชสีมา, โครงการบ้านในเมือง จ.เชียงราย, โครงการหมู่บ้านเอกสยาม จ.นครปฐม, โครงการ พี. เอ็ม. วาย. ซิตี้พาร์ค จ.ระยอง ที่ดินสำเร็จรูปเพื่อสร้างบ้าน, โครงการฟ้านคร จ.นครศรีธรรมราช และโครงการทิพยรมย์ ศูนย์สัมมนาพร้อมที่ดินเปล่าเชิงสวนเกษตร เนื้อที่ 230 ไร่ ถ.สายรังสิต-นครนายก จ.นครนายก มูลค่า 300 ล้านบาท

 

                2.โครงการพออยู่ พอกิน กับที่ดิน บสก. จำนวนทรัพย์ที่เข้าร่วมโครงการ 353 รายการทั่วประเทศ พื้นที่รวม 5,192 ไร่ มูลค่ารวม 963.95 ล้านบาท โดยให้สำนักงานสาขาทั่วประเทศเร่งจัดทำแปลงสาธิตเพิ่มสาขาละ 2-3 แปลง หรือ 24 แปลงทั่วประเทศ เพื่อเป็นกลยุทธ์ในการเร่งยอดขาย ตั้งเป้ายอดขาย 1,000 ล้านบาท 3.งานฉลองครบรอบ 12 ปี บสก. ในเดือน พ.ย. เพื่อเสนอขายทรัพย์ในราคาพิเศษ มีการจัดแคมเปญชิงรางวัลสำหรับลูกค้าเก่าที่ซื้อทรัพย์ในปีนี้และลูกค้าที่ซื้อทรัพย์ภายในงาน 4.ออกบูธงาน Money Expo พัทยา, จัดงานเดือนแห่งความรัก...อสังหาฯ ราคาพิเศษ และงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 22

 

                นอกจากนี้ บสก. ได้ขยายความช่วยเหลือแก่ลูกค้าในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว โดยขยายระยะเวลาโครงการคืนทรัพย์ให้คุณ เปิดโอกาสให้ลูกหนี้เข้ามาปรับโครงสร้างหนี้กับ บสก. และโครงการขายทรัพย์แบบ

ผ่อนชำระกับ บสก. ออกไปอีก 1 ปี จนถึงสิ้นปี 2553 โดยลูกค้าสามารถผ่อนชำระได้นาน 10 ปี ในอัตราดอกเบี้ยคงที่ MLR -3% และในเดือน มี.ค. จะเปิดสาขาย่อยของ บสก. ที่เซ็นทรัลพลาซ่า แจ้งวัฒนะ เพื่อเป็นช่องทางในการขายทรัพย์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น และอำนวยความสะดวกในการชำระเงินของลูกค้า ทั้งนี้ บสก. มีแผนจะขยายสาขาในรูปแบบดังกล่าวตามมุมเมืองต่างๆ ของกรุงเทพฯ

 

                สำหรับแนวโน้มของอสังหาริมทรัพย์ปีนี้ที่จะได้รับผลกระทบจากเรื่องต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวขึ้น บรรยงกล่าวว่า จะกระทบกับบ้านสร้างใหม่มากกว่าบ้านมือสอง และยิ่งทำให้บ้านมือสองได้รับการตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดี เห็นได้จากโครงการการ์เด้นโฮม ออฟฟิศ โฮมออฟฟิศย่านสะพานใหม่ ขนาด 300 ตร.ม. ราคา 2.5 ล้านบาท รวม 143 ยูนิต ที่ บสก.นำมารีโนเวทใหม่ สามารถปิดการขายได้ทั้งหมดภายในวันที่เปิดตัวโครงการ เพราะมีราคาต่ำกว่าโครงการสร้างใหม่ที่อยู่ในย่านเดียวกัน 30-40%

 

บสท.ทิ้งท้ายก่อนยุบองค์กร

                ด้านบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) ภายใต้การบริหารของ 'จุไรรัตน์ ปันยารชุน' กรรมการผู้จัดการคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเมื่อ 21 ก.ค. 2552 กับภารกิจโค้งสุดท้ายในการเร่งผลักดันการปรับโครงสร้างของลูกหนี้ และการระบายทรัพย์รอการขายที่เกิดจากปัญหาหนี้เสียในช่วงวิกฤตปี 2540 ก่อนที่ บสท. จะต้องถูกยุบเลิกในวันที่ 8 มิ.ย. 54 ตามมาตรา 95 แห่งพระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย ถือได้ว่าการดำเนินงานของ บสท. ต่อจากนี้ถือเป็นภารกิจที่ท้าทายที่ต้องเร่งดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เพื่อสนับสนุนให้ลูกหนี้สามารถฟื้นตัวได้ และสินทรัพย์ต่างๆ ถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับระบบเศรษฐกิจ ลดภาระในการส่งลูกหนี้และสินทรัพย์ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์บริหารจัดการต่อ

 

                จุไรรัตน์กล่าวว่า ในช่วง 16 เดือนที่เหลือต่อจากนี้ บสท. จะดำเนินนโยบายเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ารายได้รวม 32,560 ล้านบาท แบ่งเป็น ปี 2553 ยอดจัดเก็บหนี้ 13,820 ล้านบาท ยอดขาย NPA 7,400 ล้านบาท ปี 2554 (ม.ค.-8 มิ.ย. 54) ยอดจัดเก็บหนี้ 8,730 ล้านบาท ยอดขาย NPA 2,700 ล้านบาท โดยในปีนี้จะจัดทีมติดตามดูแลการปรับโครงสร้างหนี้ของลูกหนี้อย่างใกล้ชิด ประสานไปยังสถาบันการเงินภาครัฐในการรับรีไฟแนนซ์ลูกหนี้ต่อจาก บสท. จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายตลอดทั้งปี คัดสินทรัพย์เพื่อเสนอขายตรงแก่นักลงทุนหรือหน่วยงานของรัฐ เพิ่มการจัดโรดโชว์ในต่างจังหวัดทั่วประเทศ ทั้งนี้มองว่า ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่จะขยับตัวสูงขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อ น่าจะทำให้ NPA ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี

 

                สำหรับการเตรียมความพร้อมก่อนยุบองค์กร บสท. ที่ประชุมสถาบันผู้โอนทั้ง 23 แห่งมีความเห็นให้ขายทรัพย์คงเหลือให้กับ บสก. และ/หรือบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (บบส.) โดยให้สิทธิ First Right กับสถาบันผู้โอนเดิม ขณะนี้อยู่ระหว่างรอกระทรวงการคลังอนุมัติแผนยุบองค์กร ทั้งนี้สินทรัพย์ 12,000-14,000 รายการจะต้องนำมาประเมินราคาใหม่ โดยจะต้องใช้ราคาที่ประเมินไว้ไม่เกิน 1 ปี ก่อนที่จะนำมาจัดกองประมูล เพื่อเสนอขายต่อไป ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการในไตรมาส 3 ของปีนี้

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์

 

 

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ