Loading

จี้รัฐต่ออายุมาตรการภาษ

วันที่ : 17 มกราคม 2553
จี้รัฐต่ออายุมาตรการภาษี

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในรอบปีที่ผ่านมา  ผ่านพ้นวิกฤติทางเศรษฐกิจมาได้อย่างสวยงาม   โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ที่คว้าผลกำไรกันเป็นกอบเป็นกำ ดีเวลอปเปอร์หลายรายเห็นตรงกันว่า  ส่วนหนึ่งเกิดจากมาตรการกระตุ้นของภาครัฐที่ออกมา ทั้งในส่วนของการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 3 แสนบาท 

          การลดภาษีธุรกิจเฉพาะ การลดอัตราค่าธรรมเนียมการโอน และการจำนอง  ซึ่งมาตรการในส่วนของการลดหย่อนเงินได้บุคคลธรรมดา 3 แสนบาท  ได้สิ้นสุดลงไปแล้วเมื่อปลายปีที่ผ่านมา  และไม่มีทีท่าว่าจะต่ออายุมาตรการออกไปอีก  ส่วนมาตรการที่เหลือกำลังจะจบลงในวันที่ 28 มีนาคมนี้  ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความหวังที่ผู้ประกอบการจะเรียกร้องกับรัฐบาลให้ยืดอายุมาตรการออกไปอีก  เพราะถึงวันนี้ทิศทางเศรษฐกิจและธุรกิจอสังหาฯ  ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะแจ่มใสเหมือนกับปีที่ผ่านมาหรือไม่ 

         ดีเวลอปเปอร์จาก 3 สมาคม อันประกอบด้วย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร  สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย และสมาคมอาคารชุดไทย  จึงเตรียมที่จะทำหนังสือยื่นถึงรัฐบาล  ผ่านกระทรวงการคลังเพื่อเรียกร้องให้ดำเนินการต่อมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ออกไปอีก  เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ คาดว่าจะดำเนินการภายในปลายเดือนนี้หรือต้นเดือนหน้า

++ลูกค้าเตรียมรับปัจจัยเสี่ยง

 มุมมองของสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรนั้น  เห็นว่าจะช่วยทำให้ผู้บริโภคไม่ต้องแบกรับภาระจากต้นทุนที่จะเพิ่มขึ้น  เพราะไม่ว่าผู้ประกอบการจะเสียภาษีในอัตราเท่าใดก็ตาม  ก็จะผลักภาระนั้นไปถึงผู้บริโภคอย่างแน่นอน   ขณะที่แนวโน้มดอกเบี้ยก็มีโอกาสจะปรับเพิ่มขึ้น  ซึ่งดอกเบี้ยเพียง 1%  ที่เพิ่มขึ้น  จะทำให้อัตราเงินผ่อนของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นในอัตรา  6-7%

ขณะที่แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น  ก็จะทำให้ความสามารถซื้อที่อยู่อาศัยลดลงได้ด้วย  ส่วนโครงการไทยเข้มแข็งที่จะมีออกมาในปีนี้  หากมีงบประมาณออกมาช้าก็จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ไม่มากนัก  โดยเฉพาะในส่วนของตลาดวัสดุก่อสร้าง  หากมีงบประมาณออกมาเร็วก็จะทำให้ราคาวัสดุปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย  แต่สินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศก็จะมีส่วนช่วยชะลอให้ราคาไม่เพิ่มสูงมากนัก

สำหรับการต่ออายุมาตรการภาษีนั้น  รัฐบาลหรือกระทรวงการคลังควรมีการศึกษาหาโมเดลของการใช้มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ว่าสามารถกระตุ้นธุรกิจเกี่ยวเนื่องได้มากน้อยเพียงใด  ทำให้การเงินหมุนเวียนในระบบอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้เท่าไร  และการใช้สาธารณูปโภคของรัฐที่สร้างรายได้กลับมาเท่าไร

 นอกจากนี้  ภาครัฐควรจะทำการศึกษาโครงสร้างภาษีทั้งระบบของธุรกิจอสังหาฯ เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน  เพราะไม่ว่าผู้ประกอบการจะเสียภาษีมากน้อยเพียงใดก็จะถูกผลักภาระไปสู่ผู้บริโภค

++มาตรการช่วยลดค่าใช้จ่าย

 สิ่งที่สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย   ประเมินผลด้านบวกของการต่อมาตรการ ด้านภาษีธุรกิจเฉพาะ  การลดค่าธรรมเนียมการโอนและการจำนอง  คือ  ทำให้ผู้ประกอบการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจลง   และนำเอาผลประโยชน์ที่ได้รับ  มาจัดทำแคมเปญการตลาดหรือโปรโมชันให้กับลูกค้าที่จะซื้อบ้านได้ 

 ขณะที่การลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 3 แสนบาท  ที่สิ้นสุดลงเมื่อปีที่ผ่านมา  เดิมประเมินว่าไม่น่าจะได้รับความสนใจจากลูกค้ามากนัก  แต่เมื่อถึงช่วงปลายปีปรากฏว่ามีลูกค้าที่ให้ความสนใจเร่งโอนบ้านแม้ว่าจะยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ  ซึ่งแม้ว่าประโยชน์จะอยู่กับกลุ่มคนไม่มากนัก  และผู้ที่ได้รับประโยชน์เป็นกลุ่มที่มีเงินเหลือและมีรายได้สูง แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่ามาตรการมีส่วนกระตุ้นธุรกิจอสังหาฯ ได้ไม่น้อย

 ประเด็นสำคัญ ที่รัฐบาลควรมีดำเนินการ  คือ  การศึกษาเปรียบเทียบความคุ้มค่าของเม็ดเงินที่สูญเสียไปจากมาตรการที่ออกมากระตุ้น  กับประโยชน์จากมาตรการที่ส่งไปถึงทั้งในส่วนทางตรงและทางอ้อมกับธุรกิจเกี่ยวเนื่องด้วย ไม่ว่าจะเป็นการจ้างงาน  ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง  ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์  เพื่อเป็นต้นแบบของการพิจารณาว่าควรจะดำเนินการต่ออายุมาตรการหรือไม่  เพราะเชื่อว่าผลประโยชน์จากการมีมาตรการดังกล่าว  น่าจะส่งผลดีมากกว่าไม่มี

 อย่างไรก็ตาม  แม้ว่ามาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ดังกล่าว  จะไม่ใช่ปัจจัยทั้งหมดที่ทำให้ที่ผ่านมาธุรกิจอสังหาฯ เติบโตเกินกว่าที่ได้คาดหมายไว้  เพราะยังมีปัจจัยด้านอื่นๆ อีก อาทิ อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในอัตราที่ต่ำ ราคาอสังหาฯ อยู่ในช่วงที่น่าซื้อ ผู้ประกอบการมีแคมเปญทางการตลาดออกมากระตุ้น  เป็นต้น 

 

 สำหรับภาพรวมธุรกิจอสังหาฯ ในปีนี้ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย  คาดว่าจะมีการเติบโตในอัตรา 5-10%  หรืออาจจะอยู่ในอัตราใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา  หากไม่มีปัญหาทางการเมือง แต่ทั้งนี้คงต้องพิจารณาถึงปัจจัยเรื่องภาวะเศรษฐกิจโลก   รวมถึงปัญหานิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด  ที่รัฐบาลควรจะเร่งดำเนินการแก้ไข เพื่อเรียกความมั่นใจของนักลงทุนกลับมาโดยเร็วด้วย  ซึ่งการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม  เชื่อว่ายังจะได้รับความนิยม  ขณะที่โครงการบ้านเดี่ยวยังสามารถขายได้อย่างต่อเนื่อง

++หวั่นราคาบ้านเพิ่ม 8%

 ขณะที่สมาคมอาคารชุดไทยวิเคราะห์ว่า  หากรัฐบาลไม่ดำเนินการต่ออายุมาตรการภาษี  จะส่งผลให้ต้นทุนของราคาบ้านขยับเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 3% หากรวมกับต้นทุนด้านอื่นๆ ที่มีแนวโน้มจะปรับเพิ่มขึ้น  ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันที่เชื่อว่าจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10%  ที่ทำให้ส่งผลต่อเนื่องไปถึงเงินเฟ้อในอัตรา 3% ทำให้ต้นทุนวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้น 3.5-5% และยังมีราคาที่ดินที่จะปรับเพิ่มอีกจากราคาน้ำมันเฉลี่ย 2% เมื่อรวมกันแล้วต้นทุนการก่อสร้างทั้งหมดแล้วน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 5%

             หากไม่มีการต่ออายุมาตรการ  ราคาบ้านขยับแน่ไม่ต่ำกว่า 8%

 สิ่งที่สมาคมอาคารชุดไทย จะดำเนินการคือการทำหนังสือถึงกระทรวงการคลัง เพื่อเสนอกรอบเวลาให้พิจารณาใน 2

แนวทาง  ได้แก่ ขอให้ต่ออายุมาตรการออกไปอีก 1 ปี เพื่อสิ้นสุดในช่วงเดือนมีนาคม 2554 หรือ อย่างน้อยขอให้ต่อไปสิ้นสุดในปลายปีนี้ 

บทบาทสำคัญของธุรกิจอสังหาฯ ถือเป็นหน่วยธุรกิจหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวม  เพราะมีสัดส่วนประมาณ 10% ของจีดีพีรวมประเทศ ซึ่งรัฐบาลควรให้ความสำคัญและส่งเสริมการลงทุนต่อเนื่อง เพราะยังจะมีธุรกิจต่อเนื่องที่จะได้รับอานิสงส์ตามไปด้วย อีกทั้งยังก่อให้เกิดการบริโภคภายในประเทศมากขึ้น สินค้าวัสดุก่อสร้างกว่า 95% ก็เป็นสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ 

               ซึ่งในรอบปีที่ผ่านมาประเมินว่า การเติบโตของธุรกิจในสัดส่วนถึง 4% นั้นเป็นผลจากมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาฯ ที่รัฐบาลออกมาใช้

 ""ถ้าไม่มีอะไรออกมากระตุ้นต่อเนื่อง จะรู้ได้อย่างไรว่าธุรกิจอสังหาฯ จะไม่ดี การต่ออายุมาตรการออกไปจะมีผลต่อจิตวิทยาของผู้ซื้อ ใครก็เข้าใจว่าอสังหาฯ คือหนึ่งในลูกสูบในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ""นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย 

 ""ตัวค่าธรรมเนียมการโอน ค่าจดจำนอง มีผลกระทบต่อบริษัทมาก เราเองก็อยากให้ยืดอายุต่อ เพราะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้  สัมมากรก็ลดลงไป 20 กว่าล้านบาท และยังสามารถนำมาเป็นตัวเล่นในด้านการตลาด เป็นโปรโมชัน ใช้จัดแคมเปญได้"" นายกิตติพล  ปราโมช  ณ อยุธยา นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย 

 ""ปัจจัยเสี่ยงที่รออยู่ข้างหน้าเป็นของผู้ซื้อทั้งหมด  เชื่อว่าผู้ประกอบการไม่ยอมขาดทุนแน่นอน  แนวโน้มดอกเบี้ยคงขึ้นแน่ในไตรมาสที่ 2-3  ที่จะมีผลต่อความสามารถในการซื้อและผ่อนชำระของผู้บริโภค"" นายอิสระ บุญยัง  นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ