Loading

ตลาดบ้านมือสองติดลมบนโตได้อีก 15

วันที่ : 11 มกราคม 2553
ตลาดบ้านมือสองติดลมบนโตได้อีก 15%

นายวรเดช  ศิวเตชานนท์ ประธานบริหาร บริษัท อีอาร์เอ แฟรนไชส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ  ERA ผู้บริหารแฟรนไชส์บริการซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยกับ ""ฐานเศรษฐกิจ"" ถึงแนวโน้มตลาดบ้านมือสองในปีนี้ว่า  ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตในอัตราไม่ต่ำกว่า 10-15% จากปัจจุบันที่ประเมินว่ามีอยู่กว่า 1.5 แสนยูนิต หรือคิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 3-4 แสนล้านบาท  ทั้งนี้ เป็นผลจากผู้บริโภคมีทัศนคติที่ดีต่อการซื้อบ้านมือสอง  และมีความเชื่อมั่นในสภาพเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น 

 

                ""ปริมาณของสินค้าบ้านมือสองในระบบจริงๆ ยังไม่มีการจัดเก็บ  ซึ่งทั้งระบบอาจจะมีมากกว่า  3.5  แสนยูนิต เฉพาะส่วนที่ขายผ่านสถาบันการเงินอย่างธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) ก็มีไม่ต่ำกว่า 1.5-1.7 แสนยูนิตแล้ว ซึ่งในแต่ละปีเชื่อว่าจะมีการซื้อขายไม่ต่ำกว่า 50,000 ยูนิต  ปีนี้เชื่อว่าตลาดก็คงจะยังเติบโตต่อไป  ปัจจัยหลักสำคัญคือทัศนคติของผู้บริโภคที่ยอมรับบ้านมือสองกันมากขึ้น  ทำให้แม้เศรษฐกิจไม่ดีมากนัก หรือจะมีปัญหาทางด้านการเมือง  ก็ไม่ได้มีผลกระทบต่อตลาดบ้านมือสองเท่าไรนัก"" นายวรเดช กล่าวและว่า

 

                แนวโน้มความต้องการบ้านมือสองของผู้บริโภคมีเพิ่มมากขึ้น  เนื่องจากเป็นทรัพย์สินที่ราคาไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้น  และมีแนวโน้มที่จะปรับลงด้วย  โดยเฉพาะเมื่อมีการตั้งราคาขายมานานเกินกว่า 1 ปีแล้วยังไม่สามารถขายได้ซึ่งการปรับราคาแต่ละครั้งจะอยู่ในเกณฑ์ไม่เกิน 5% นอกจากนี้  สถาบันการเงินเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับธุรกิจบ้านมือสองมากขึ้น  เห็นได้จากการมีแคมเปญส่งเสริมการขายออกมา เช่น 0% เป็นระยะเวลา 6 เดือน เป็นต้น

 

                นายวรเดช กล่าวอีกว่า  ในส่วนบริษัทนั้นตั้งเป้าหมายการเติบโตด้านรายได้ 50% จากปีที่ผ่านมาที่มียอดขายประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยกลยุทธ์ที่จะทำให้บริษัทเติบโตได้  คือ การขยายสาขารีจินัล(regional) แฟรนไชส์ ซึ่งเป็นแฟรนไชส์ของสำนักงานภาคในเมืองพัทยา และการขยายตัวแทนขายในรูปแบบแฟรนไชส์บุคคลเพิ่มอีก 1,000 คน จากปัจจุบันมี 1,635 คน รวมถึงการทำตลาดอื่นๆ เสริมด้วย

 

                ด้านนายวิศิษฐ์ คุณาทรกุล ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เรียลตี้ เวิลด์ อัลไลแอนซ์ฯ บริษัทตัวแทนนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า  แนวโน้มตลาดบ้านมือสองในปีนี้คาดว่าจะดีขึ้น จากภาวะเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น  โดยสินค้าในกลุ่มคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้ายังได้รับความนิยมสูง  ขณะที่โครงการแนวราบจะขายดีในทำเลที่จะมีรถไฟฟ้าไปถึง เช่น บางใหญ่ บางบัวทอง หรือในเส้นทางที่มีการขยายทางด่วน เช่น สายเอกมัย-รามอินทรา- วงแหวน ทำให้โครงการย่านวัชรพล สุขาภิบาลขายดี รวมถึงย่านแจ้งวัฒนะ ปากเกร็ด ที่ได้อานิสงส์จากโครงการ ศูนย์ราชการไปด้วย

 

                ทั้งนี้  ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าขายไว้ที่ 3,000-3,400 ล้านบาท  จากปีที่ผ่านมามียอดขายเกือบ 3,000 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่คาดว่าจะทำได้ 2,000 ล้านบาท  ซึ่งเป็นผลจากการที่บริษัทปรับกลยุทธ์ไปรับงานขายในต่างจังหวัดมากขึ้น  และการได้เป็นตัวแทนขายสินทรัพย์รอการขายของธนาคารทหารไทยมูลค่า 6,000 ล้านบาท ที่ขายไปได้กว่า 1,000 ล้านบาทแล้ว

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ