Loading

บสท. คาดราคาที่ดินปีเสือ พุ่ง10

วันที่ : 3 มกราคม 2553
บสท. คาดราคาที่ดินปีเสือ พุ่ง10%

 

นายเชาวรัตน์  เชาวน์ชวานิล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาสินทรัพย์ บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) เปิดเผยกับ ""ฐานเศรษฐกิจ""  ถึงแนวโน้มราคาที่ดินในปี 2553 ว่า มีทิศทางที่จะปรับราคาเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10%  จากทิศทางธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้น  ซึ่งราคาที่ดินไม่ได้มีการปรับเพิ่มขึ้นมามากตั้งแต่ปี  2549  เพราะในช่วงนั้นอสังหาริมทรัพย์ประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจและการเมือง  ขณะที่ในปีนี้เชื่อว่าเศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้น  ส่งผลให้เกิดความต้องการในที่อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น 

 

 ""ถ้าปีนี้ภาวะเงินเฟ้ออยู่ในอัตรา 3% อัตราที่ดินน่าจะขยับเพิ่มขึ้นไปถึง 12% และหากสินค้าการเกษตรดี การส่งออกดี การท่องเที่ยวกลับมาดีเหมือนเดิม  ก็จะส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจทำให้ภาคอสังหาฯ ปรับตัวดีขึ้นด้วย ในส่วนของบสท. เองก็มีผู้ประกอบการที่เข้ามาขอซื้อที่ดินเพื่อนำไปพัฒนาแล้วหลายแปลง  อย่างล่าสุดที่ดินบริเวณถนนสาย 345 ก็ขายออกไปกว่า 100 ไร่ มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ซึ่งช่วงครึ่งปีหลังของปี 2552 บสท.ขายทรัพย์ให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ไปกว่า 3,000-4,000 ล้านบาท"" นายเชาวรัตน์  กล่าวและว่า

 

 สำหรับเป้าหมายยอดขายสินทรัพย์รอการขาย (NPA) ของบสท.ในปีนี้คาดว่าจะมีประมาณ 7,000 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาทำยอดขายได้ 10,000 ล้านบาท  เนื่องจากทรัพย์เอ็นพีเอมีการขายออกไปบางส่วน โดยในปีนี้ยอดขายส่วนหนึ่ง  จะได้มาจากการขายทรัพย์ให้กับหน่วยงานราชการที่บสท. ได้เสนอขายไปตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา  และคาดว่าจะสรุปผลการซื้อขายได้ในช่วงต้นปีนี้

 

 โดยล่าสุด  คณะกรรมการ (บอร์ด) บสท. ได้มีการอนุมัติราคาพิเศษสำหรับที่ดินจำนวน  10  แปลง กว่า 10,000 ไร่ ในจังหวัดต่างๆ อาทิ  ปราจีนบุรี 2 แปลง แปลงแรกกว่า 3,000 ไร่ อีกแปลงจำนวนกว่า 3,000 ไร่ ฉะเชิงเทรา  สระแก้ว เชียงราย ราชบุรี และนครราชสีมา เป็นต้น ให้กับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)  เพื่อนำไปจัดสรรให้กับเกษตรกรต่อไป  ขณะนี้รอผลการตอบกลับอย่างเป็นทางการ คาดว่าภายในไตรมาสแรกนี้คงจะดำเนินการแล้วเสร็จ

 

 นายเชาวรัตน์  กล่าวอีกว่า  นอกจากนี้บสท.ยังขายทรัพย์ให้กับหน่วยงานราชการอีกหลายแห่ง  อาทิ กรมสรรพากร องค์การบริหารส่วนตำบล กรมสรรพสามิต เป็นต้น  ซึ่งบสท.พยายามเสนอขายทรัพย์ที่มีอยู่ให้กับหน่วยงานราชการ  เนื่องจากการซื้อขายในลักษณะ G2G หรือระหว่างหน่วยงานภาครัฐด้วยกันเองนั้น  จะทำให้สามารถจัดทำโครงการต่างๆ ได้เร็วขึ้น เพราะเพียงแต่พิจารณาในเรื่องของทำเลที่ตั้งและราคาที่เหมาะสมก็สามารถซื้อได้  โดยไม่จำเป็นต้องมีขั้นตอนการประกวดราคา

 

ด้านนายบรรยง วิเศษมงคลชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (บสก.) กล่าวว่า  ได้ร่วมกับ ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน)  เพื่อทำโครงการสนับสนุนสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ เพื่อรายย่อย  ให้กับลูกค้าของ บสก. ที่ต้องการรีไฟแนนซ์ และลูกค้าที่ซื้อทรัพย์จาก บสก. ด้วยเงื่อนไขพิเศษ โดยโครงการดังกล่าว เริ่มให้บริการมาตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2552 ที่ผ่านมา

 

                ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าว มีส่วนช่วยในการสนับสนุนให้ลูกหนี้ของ บสก. สามารถปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และกลับคืนสู่ระบบเศรษฐกิจปกติ ซึ่งจะทำให้ลูกหนี้สามารถประกอบอาชีพ หรือทำธุรกิจต่อไปได้ นอกจากนี้การให้บริการสินเชื่อของธนาคารไทยเครดิต ยังเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัย หรือมีที่ดินเป็นของตนเอง โดยปัจจุบัน บสก. มีทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ที่อยู่ในความดูแล จำนวน 229,949 ล้านบาท ขณะที่มีทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ที่อยู่ในความดูแล จำนวน 15,583 รายการ มูลค่า 39,655 ล้านบาท ในรูปแบบที่หลากหลายทำเลที่มีอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งได้มีการปรับปรุงพัฒนาคุณภาพทรัพย์ให้เป็น ""บ้านพร้อมอยู่ ที่ดินพร้อมใช้"" ประกอบด้วยบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ อาคารพาณิชย์ อาคารสำนักงาน ห้องชุดพักอาศัย ที่ดินเปล่า เป็นต้น

 

นายบรรยง  กล่าวอีกว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2553 นี้  ยังมีแนวโน้มที่ดีจากความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังมีอยู่สูงอย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา  ในขณะที่ซัพพลายในปีนี้ก็ยังมีมาก จึงส่งผลให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรงในบริษัทขนาดใหญ่ โดยการแข่งขันที่เกิดขึ้นจะเห็นถึงทิศทางของการทำตลาดในรูปแบบใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนทำเลที่ได้รับความนิยมยังคงเป็นพื้นที่ที่มีระบบคมนาคมขนส่งสะดวก

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ