Loading

บัวทองฯฟันธงปี53ปัจจัยบวกอื้อ ดันบ้านใหม่-มือสองโต10-20

วันที่ : 29 ธันวาคม 2552
บัวทองฯฟันธงปี53ปัจจัยบวกอื้อ ดันบ้านใหม่-มือสองโต10-20%

บัวทองฯฟันธงปี53ปีทองอสังหาฯ คาดอัตราการขยายตัวตลาดรวมทั้งบ้านใหม่-บ้านมือสอง กว่า20% หลังรับปัจจัยบวก จากการเร่งซื้อ-โอนรับประโยชน์ก่อนสิ้นสุดมาตรการภาษี และโครงการจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ2.5% คงที่5ปี ของสปส. ด้านนายกสมาคมการขายการตลาด แจงสัญญาณเศรษฐกิจฟื้นส่งผลการขยายการลงทุนภาคอสังหาฯต่อเนื่อง โดยเฉพาะคอนโดฯ

      

                การอนุมัติวงเงิน10,000ล้านบาท ในการจัดหาสินเชื่อที่อยู่อาศัยดอกเบี้ยต่ำ 2.5%คงที่5ปี ของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ที่มีกระทรวงการคลังและธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) โดยการนำเงินไปเปิดบัญชี้ในสถาบันการเงินจำนวน4 แห่ง เพื่อให้ทำหน้าที่ปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกันตน กู้ซื้อบ้าน ปรับปรุง ซ่อมแซม และรีไฟแนนซ์ทั้งบ้านเก่าและบ้านใหม่ ซึ่งขณะนี้เป็นช่วงเปิดให้สถาบันการเงินที่ต้องการเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ยื่นความจำนงค์ขอเข้าร่วมโครงการเพื่อให้สปส.คัดเลือกเข้าร่วมโครงการ คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมี.ค.น53 นี้

     

                นายไพโรจน์ สุขจั่น ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท บัวทอง พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า สำหรับโครงการจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อผู้ประกันตนซื้อที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการดำเนินการนั้น ถือว่าเป็นโครงการที่ดี ซึ่งจะเข้ามากระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ ทั้งในส่วนของตลาดบ้านเก่าและตลาดบ้านใหม่ โดยเฉพาะจะเข้ามาช่วยกำจัดสต๊อกบ้านสร้างเสร็จพร้อมโอนที่ยังคงตกค้างอยู่ในตลาดไปจำนวนมาก และยังเป็นการเพิ่มกำลังซื้อ(ดีมานด์)ให้ตลาดในปีหน้าให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากปี52ด้วย

      

                อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะส่งผลต่อตลาดบ้านมือมากกว่าบ้านใหม่ เนื่องจากบ้านมือสองเป็นสินค้าที่พร้อมโอนอยู่แล้ว ประกอบกับบ้านมือสองนั้น ส่วนใหญ่เป็นสินค้าระดับราคา1-2ล้านบาท อยู่ในเกณฑ์ของจำนวนสินเชื่อที่สปส.กำหนดวงเงินปล่อยกู้แก่ผู้ประกันตนต่อรายไว้ ทั้งนี้ คาดว่าโครงการดังกล่าวจะสามารถระบายสต๊อกบ้านเก่าได้สูงมาก และส่งผลให้ตลาดบ้านมือสองในปีหน้ามีอัตราการขยายตัวกว่า 20% ในขณะที่บ้านเดี่ยวนั้นเชื่อว่าจะได้รับอานิสงส์จากโครงการนี้เช่นกัน ซึ่งคาดว่าจากปัจจัยบวกของการสิ้นสุดมาตรการทางภาษีในเดือนม.ค.53 และโครงการของสปส.นี้ น่าจะส่งผลให้ในปี53ตลาดที่อยู่อาศัยใหม่มีอัตราการขยายตัวในเพิ่มขึ้นกว่า 20%ด้วยเช่นกัน

    

                อนึ่ง ข้อกำหนดของผู้ประกันตนที่จะขอสินเชื่อในโครงการนี้เบื้องต้นกำหนดว่า ผู้ประกันตนจะสามารถขอสินเชื่อในวงเงินไม่เกิน1.5ล้านบาทต่อราย โดยสามารถขอสินเชื่อไปใช้ในการตกแต่งบ้านเก่า-ใหม่ ซื้อบ้านใหม่หรือบ้านมือสอง รีไฟล์แนนซ์บ้านเดิม ซ่อมแซมบ้าน ทั้งในส่วนของตนเอง และบ้านของบิดามารดาได้ ทั้งนี้ โครงการนี้เป็นสวัสดิการของผู้ประกันตนที่ต้องการมีบ้านเป็นของตัวเอง หรือผู้ที่มีบ้านอยู่แล้วต้องการปรับปรุงบ้านใหม่ หรือรีไฟแนนซ์บ้าน ซึ่งสปส.ไม่ได้กำหนดสิทธิ์ในการขอสินเชื่อเฉพาะผู้ประกันตนที่มีงานทำ แต่ยังครอบคลุมไปถึงผู้ประกันตนที่ตกงานอยู่ แต่ยังส่งเบี้ยประกันสังคมอยู่ต่อเนื่อง ก็สามารถเข้าร่วมขอสินเชื่อในโครงการนี้ได้ด้วย โดยโครงการดังกล่าวจะกระจายไปทั่วประเทศที่มีผู้ประกันตนให้สามารถกู้ได้ ไม่กระจุกตัวเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลเท่านั้น

      

                 ด้านนายวิศิษฐ์ คุณาทรกุล ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เรียลตี้เวิลด์ อัลไลแอนซ์ จำกัด กล่าวว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศตั้งแต่ช่วงปลายปี52 จะส่งให้ตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี53 ไปภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีการขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดบ้านใหม่ ซึ่งมีอัตราการฟื้นตัวที่ดีมากในช่วงปลายปี สังเกตจากการออกมาแถลงแผนการพัฒนาโครงการใหม่ในปี 53 เฉาะกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาฯในตลาดหลักทรัพย์ และบริษัทขนาดใหญ่หลายๆบริษัท ที่มีจำนวนการลงทุนพัฒนาโครงการรวมมูลค่ามหาศาลกว่า1แสนบาท

      

                นอกจากนี้ ภาพรวมของตลาดยังจะได้รับปัจจัยบวก จากมาตรการด้านภาษีจากภาครัฐ ทำให้เกิดการเร่งซื้อและโอนบ้านกันจำนวนมากเพื่อให้ให้ทันใช้ประโยชน์จากมาตรการอสังหาฯของภาครัฐ เพราะยังไม่ทราบว่ารัฐบาลจะมีนโยบายในการต่อมาตรการภาษีอสังหาฯออกไปอีกในปี53หรือไม่ ขณะที่ปัจจัยบวกจากอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับต่ำที่ส่งผลให้ผู้บริโภคเลือกซื้อบ้านใหม่มากกว่าบ้านเก่า เพราะเมื่อคำนวณอัตราดอกเบี้ยแล้วความต่างของงบในการซื้อบ้านไม่ห่างกันากนัก และในส่วนของสถาบันการเงินยังมีแนวโน้มว่าจะมีการแข่งขันปล่อยสินเชื่อในภาคธุรกิจอสังหาฯมากขึ้นเพราะเงินในระบบยังเหลืออยู่จำนวนมาก

     

                สำหรับแนวโน้มตลาดในปี53 คาดว่าตลาดจะขยายตัวสูงกว่าในช่วงต้นปี และปลายปี52 นอกจากนี้อัตราการแข่งขันก็จะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะตลาดคอนโดฯ ซึ่งจะมีซับพลายเข้าสู่ตลาดในปีหน้าจำนวนมาก เนื่องจากผู้ประกอบการรายใหญ่ให้ความสำคัญกับการลงทุนโครงการแนวสูงเพิ่มมากขึ้น

     

                ทั้งนี้ คาดว่ายอดขายรวมของที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมในปี52จะมีจำนวนสูงถึง 140,000 หน่วย แบ่งออกเป็นคอนโดฯใหม่ 70,000 หน่วย และเป็นคอนโดฯมือสอง 70,000 หน่วย อย่างไรก็ตามเชื่อว่าในปีหน้าตลาดคอนโดฯจะยังขยายตัวต่อเนื่อง แต่คอนโดที่เกิดใหม่จะมีราคาขยับสูงขึ้นจากปีนี้ สังเกตได้จากในปีที่ผ่านมาโครงการคอนโดมิเนียมที่เกิดใหม่มีราคาขายที่สูงขึ้นกว่าโครงการที่มีการเปิดตัวไปก่อนหน้า

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

 

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ