Loading

ขายพ่วงบ้านเอื้อฯ “2ยูนิต” ราคาเดิ

วันที่ : 30 พฤศจิกายน 2552
ขายพ่วงบ้านเอื้อฯ “2ยูนิต” ราคาเดิม

 

นายศิริโรจน์ ชาวปากน้ำ รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดเผยว่า จากที่คณะรัฐมนตรมีมติเห็นชอบแผนฟื้นฟูโครงการบ้านเอื้ออาทร คาดว่าจะช่วยแก้ปัญหาบ้านเอื้ออาทรค้างสต๊อกได้จำนวนมาก ทั้งนี้แนวทางการระบายสต๊อกบ้านเอื้ออาทรตามมติ ครม.ประกอบด้วย

1.อนุมัติให้ขายยกอาคารและ โครงการได้ กรณีที่ขายให้กับหน่วยงานราชการให้ขายในราคา 3.9 แสนบาท/ยูนิต ซึ่งเป็นราคาเดียวกับที่ขายให้กับประชาชนทั่วไป แต่หากขายให้เอกชนต้องมีบริษัทประเมินราคาจากภายนอก 2 รายประเมินราคา และต้องขายในราคาไม่ต่ำกว่า 3.9 แสนบาท/ยูนิต แต่ให้ปรับราคาขายได้ตามทำเล เบื้องต้น กคช.จะปรับลดราคาขายลง 10% อย่างน้อย 8 โครงการ ประมาณ 4 หมื่นบาท/ยูนิต ซึ่งจะไม่ทำให้ กคช.ขาดทุน เพราะจะปรับราคาขายขึ้นในบางทำเลที่ขายดี อาทิ บางใหญ่, ร่มเกล้า, บางพลี, นนทบุรี, หัวหิน, เชียงใหม่, ภูเก็ต, พัทยา ฯลฯ

                2.อนุมัติให้โอนกรรมสิทธิ์ได้ก่อน 5 ปี ซึ่งจะช่วยลดภาระในการบริหารจัดการต่อเดือนได้อย่างมาก

3.เปิดโอกาสให้ซื้อบ้านเอื้ออาทรได้มากกว่า 1 ยูนิต โดยจะซื้อได้ในราคา 3.9 แสนบาท/ยูนิต เพียง 2 ยูนิตแรก

เท่านั้น ตั้งแต่ยูนิตที่ 3 ขึ้นไปต้องซื้อในราคา 4.7 แสนบาท/ยูนิต ซึ่งเป็นราคาที่รัฐบาล ไม่ได้อุดหนุนค่าสาธารณูปโภค และ 4.ให้ กคช.นำบ้านหรือห้องชุดในโครงการบ้านเอื้ออาทรที่ไม่สามารถขายได้ไปปล่อยเช่าหารายได้

 

                ที่น่าห่วงคือ ปัจจุบันลูกค้าบ้านเอื้ออาทรที่เช่าซื้อกับ กคช.โดยตรง 202 หมื่นราย ค้างชำระค่างวดเกิน 3 เดือน สูง 30% เฉลี่ย 100 ราย/เดือน ทำให้ กคช.สูญเสียโอกาสทางธุรกิจและต้องแบกภาระอัตราดอกเบี้ย 1.5 พันบาท/ยูนิต/เดือน เนื่องจากต้องใช้เวลาฟ้องขับไล่ไม่ต่ำกว่า 1 ปี โดย กคช.เหลือหนี้เงินกู้ยืมโครงการบ้านเอื้ออาทร 3 หมื่นล้านบาท เพราะทยอยใช้หนี้แล้วกว่า 100,000 ล้านบาท ทั้งนี้ไตรมาสแรกปีงบประมาณ 2553 (ตุลาคม-ธันวาคม 2552) ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 1.5 หมื่นยูนิต เป้ายอดขายทั้งปี 6.5 หมื่นยูนิต

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

 

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ