Loading

กคช.ขายบ้านเอื้ออาทรยกลอต เปิดกว้างผู้ซื้อทั้งรัฐและเอกช

วันที่ : 20 พฤศจิกายน 2552
กคช.ขายบ้านเอื้ออาทรยกลอต เปิดกว้างผู้ซื้อทั้งรัฐและเอกชน

ในการประชุม ครม.วันที่ 24 พ.ย.นี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอขอความเห็นชอบให้การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ก่อสร้างโครงการบ้านเอื้ออาทรให้แล้วเสร็จ 281,556 หน่วย  ตามมติ ครม. 30 มิ.ย.52 พร้อมกันนี้ ได้เสนอมาตรการแก้ไขปัญหา โดยอนุมัติให้ กคช. เสนอขายโครงการในลักษณะยกอาคารหรือขายทั้งโครงการให้แก่หน่วยงานภาครัฐรวมถึงองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นได้ โดยมีเงื่อนไขให้หน่วยงานภาครัฐนั้น ต้องจัดสรรให้แก่ข้าราชการหรือพนักงานในสังกัดที่ มีรายได้น้อย และขายโครงการในลักษณะยกอาคารหรือขายทั้งโครงการให้แก่ภาคเอกชน  โดยให้จ้างบริษัท ประเมินราคาตลาดอย่างน้อย 2 บริษัท เพื่อกำหนดราคาขาย  ที่ต้องไม่ต่ำกว่าที่ขายให้แก่ประชาชนทั่วไป

 

พร้อมกันนั้น จะขอความเห็นชอบปรับราคาขายบ้านเอื้ออาทรตามทำเลและศักยภาพ  รวมถึงการปรับราคาขายที่มีความแตกต่างกันภายในโครงการเดียวกันให้เหมาะสมกับโอกาสทางการตลาด  ทั้งนี้ ในการกำหนดนโยบายราคาจะคำนึงถึงปัจจัยเงินอุดหนุนของรัฐบาลโอกาสการเข้าถึงที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้ น้อย  ต้นทุนการดูแลรักษาระหว่างรอการขายและฐานะ ทางการเงินสุทธิของโครงการ  และยังได้ขอความเห็น ชอบให้ กคช.ผ่อนปรนในกรณีผู้มีรายได้น้อยมีปัญหา ในการผ่อนชำระหรือค้างชำระโดยอาจปรับเปลี่ยนรูปแบบจากซื้อเป็นการเช่า  หรือจัดทำสัญญาในรูปแบบ อื่นเพื่อช่วยเหลือผู้ซื้อบ้านในกรณีที่ไม่ผ่านการพิจารณาจากสถาบันการเงิน  เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง

 

ทั้งนี้ กคช.ได้เสนอมาตรการผ่อนปรนเงื่อนไขด้านกฎระเบียบในการขายโครงการบ้านเอื้ออาทรโดยไม่จำกัดจำนวนหน่วยของผู้ซื้อแต่ละราย โดยมีเงื่อนไขให้ผู้ซื้อได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐ 80,000 บาท ต่อหน่วย เฉพาะ 2 หน่วยแรก  และขอเห็นชอบให้ยกเลิกข้อจำกัดการโอนกรรมสิทธิ์บ้านเอื้ออาทร  ซึ่งจากเดิมผู้ซื้อบ้านเอื้ออาทรจะโอนกรรมสิทธิ์ได้เมื่อครบ 5 ปีแล้วเท่านั้นออกไป

 

นอกจากนี้  ได้เห็นชอบให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปลี่ยนหลักเกณฑ์การนับหนี้ค้างชำระสำหรับบ้านเอื้ออาทร  จากการนับระยะเวลา 90 วัน  เป็น 3 งวด เหมือนเดิม เพื่อให้ผู้ซื้อทยอยผ่อนชำระเงินกู้ที่ค้างชำระโดยไม่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เนื่องจากการนับระยะเวลาหนี้ค้างชำระเป็นวันผู้กู้จะต้องชำระเงินต้นและดอกเบี้ยที่ค้างทั้งจำนวนไม่สามารถ แบ่งชำระได้ ดังนั้น เมื่อไม่สามารถชำระได้ทั้งหมดจะถือเป็นเอ็นพีแอล  และ กคช.ต้องรับซื้อคืนจากธนาคาร เพื่อนำมาขายใหม่ต่อไป ส่งผลให้ผู้ซื้อบ้านเอื้ออาทรต้องออกจากระบบสินเชื่อและสูญเสียที่อยู่อาศัย รวมทั้งเป็นภาระกับรัฐบาลที่ต้องขยายวงเงินเบิกเกินบัญชีเพิ่มและต้องรับภาระดอกเบี้ยเพื่อการซื้อคืน

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

 

 

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ