Loading

โยธาฯปลดแอกตึกร้างทั่วประเทศ ผ่อนผัน 5 ปีต่อใบอนุญาตสานต่ออาคารสร้างค้าง

วันที่ : 2 พฤศจิกายน 2552
โยธาฯปลดแอกตึกร้างทั่วประเทศ ผ่อนผัน 5 ปีต่อใบอนุญาตสานต่ออาคารสร้างค้าง

นายอุดม พัวสกุล อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผย ""ประชาชาติธุรกิจ"" ว่า ขณะนี้ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารหรือดัดแปลงอาคารสำหรับอาคารที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ พ.ศ... ได้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการกฤษฎีกา และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบแล้ว ล่าสุดอยู่ระหว่างเสนอให้นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนาม จากนั้นจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาก่อนบังคับใช้อย่างเป็นทางการ

                กฎกระทรวงฉบับนี้กรมโยธาฯ ผลักดันมาตั้งแต่หลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ใหม่ ๆ เพราะต้องการช่วยเหลืออาคารร้างที่ประสบปัญหาจากการบังคับใช้กฎหมายและระเบียบข้อบังคับใหม่ ๆ ที่ออกมาภายหลัง เพื่อให้อาคารร้างทั่วประเทศที่ขออนุญาตช่วงปี 2535-2543 และใบอนุญาตขาดอายุลงสามารถมาต่ออายุใบอนุญาตและก่อสร้างต่อไปได้ โดยไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายใหม่ที่ออกมาหลังจากได้รับ ใบอนุญาตก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว โดยให้ยึดตามกฎหมายเก่าในช่วงที่ขออนุญาตก่อสร้างไว้ แต่ต้องได้รับการรับรองจากวิศวกรว่าโครงสร้างอาคารยังมั่นคงแข็งแรง และต้องมีระบบความปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด

                นายอุดมกล่าวว่า เมื่อกฎกระทรวงฉบับนี้มีผลบังคับใช้ เจ้าของอาคารหรือผู้ซื้ออาคารร้างมาก่อสร้างต่อสามารถยื่นขอต่อใบอนุญาตก่อสร้างได้ที่หน่วยงานท้องถิ่น ซึ่งจะต้องเร่งดำเนินการ เนื่องจากกฎหมายใหม่จะมีผลบังคับใช้แค่ 5 ปี อย่างไรก็ตาม อาคารที่จะขอต่อใบอนุญาตก่อสร้างจะต้องก่อสร้างไปแล้วร้อยละ 25 จึงจะได้รับการพิจารณา

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงที่ออกมาใหม่จะใช้บังคับกับอาคารที่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารหรือดัดแปลงอาคารในระหว่างวันที่กฎกระทรวงฉบับที่ 33 (พ.ศ. 2535) ออกตามความใน พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 จนถึงก่อนวันที่กฎกระทรวงฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543) ใช้บังคับ ดังนี้

                1.เป็นอาคารที่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จและได้ตอกเสาเข็มหรือทำฐานแผ่ของอาคารหลักเดียวหรือหลายหลังรวมกันแล้วเสร็จไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 หากผู้ได้รับอนุญาตหรือรับโอนอาคารประสงค์จะทำการก่อสร้างอาคารหรือดัดแปลงอาคารดังกล่าวต่อไป ให้ยื่นคำขออนุญาตใหม่โดยต้องมีหนังสือรับรองการตรวจสอบโครงสร้างอาคารที่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จของผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมโยธา ระดับวุฒิวิศวกร ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร ว่ามีความมั่นคงแข็งแรงและมีความปลอดภัยที่จะก่อสร้างหรือดัดแปลงประกอบคำขออนุญาต

                2.การพิจารณาออกใบอนุญาตใหม่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ต้องออกตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง ข้อบัญญัติท้องถิ่น หรือประกาศรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกตามความใน พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ที่ใช้บังคับขณะเคยได้รับอนุญาต เว้นแต่ระบบป้องกันภัยและระบบความปลอดภัยภายในอาคาร ให้เป็นไปตามกฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่น ซึ่งออกตามความใน พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ที่ใช้บังคับขณะยื่นคำขออนุญาตใหม่

                3.ให้ผู้รับอนุญาตหรือผู้รับโอนอาคารยื่นคำขออนุญาตภายใน 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ กฎกระทรวงฉบับนี้มีผลบังคับใช้

                ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้กรมโยธาฯ ได้เก็บข้อมูลอาคารร้างทั่วประเทศเมื่อปี 2550 โดยใช้ฐานข้อมูลจากบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) พบว่ามีอาคารสูงถูกทิ้งร้างทั้งหมด 15 โครงการ อาคารอื่น ๆ 80 โครงการ ข้อมูลปี 2551 ในพื้นที่จังหวัดอื่น ๆ ที่ไม่อยู่ใน บสท.มีอาคารสูง 3-50 ชั้น ถูกทิ้งร้าง 60 โครงการ และอาคารอีก 200 อาคาร ในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ด้าน กทม.จัดเก็บข้อมูลอาคารร้างเมื่อปี 2551 โดยระบุว่ามีโครงการที่มีการก่อสร้างโผล่เหนือพื้นดิน 76 โครงการ และอาคาร 128 อาคาร ขณะที่ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ระบุว่า ปี 2549 มีอาคารก่อสร้างค้าง 245 อาคาร แยกเป็นมีโครงสร้างเหนือพื้นดิน 160 อาคาร สร้างแค่ฐานราก 85 โครงการ

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ