Loading

ทาวน์เฮ้าส์มือสองใกล้เมืองมาแรง แต่บ้านเจาะต่างชาติยังซึม

วันที่ : 9 กันยายน 2552
ทาวน์เฮ้าส์มือสองใกล้เมืองมาแรง แต่บ้านเจาะต่างชาติยังซึม

ไม่เพียงแต่ตลาดคอนโดมิเนียมในเมืองที่ยังคงมีแนวโน้มดีเท่านั้น แต่ทาวน์เฮ้าส์ใกล้เมืองยังเป็นที่อยู่อาศัยที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะตลาดทาวน์เฮ้าส์มือสองอยู่ในทำเลที่ใกล้เมืองก็เริ่มได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการไม่แพ้กัน

โดยนายวิศิษฐ์ คุณาทรกุล นายกสมาคมการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ กล่าวให้ความคิดเห็นว่า ตลาดทาวน์เฮ้าส์มือสองที่อยู่ในทำเลใกล้เมือง ขนาดประมาณ 160-200 ตารางเมตร กำลังได้รับความนิยมจากผู้ซื้อมาก เพราะมีราคาใกล้เคียงกับคอนโดมิเนียม แต่ได้ขนาดพื้นที่อยู่อาศัยมากกว่า

สำหรับภาพรวมตลาดบ้านมือสองหลังจากนี้มั่นใจว่าจะปรับตัวดีขึ้น แต่แนวโน้มตลาดบ้านมือสองในปีหน้าอาจมีคู่แข่งสำหรับจากบ้านบีโอไอ ราคาใกล้เคียงกันที่ไม่เกิน 1.2 ล้านบาท แต่บ้านบีโอไอเป็นบ้านใหม่ ผู้บริโภคย่อมมีทางเลือกที่มากขึ้น โดยหลังจากที่รัฐบาลปรับเกณฑ์บ้านบีโอไอจาก 6 แสนบาทเป็น1.2 ล้านบาท กระตุ้นให้ผู้ประกอบการบ้านมือหนึ่งหลายรายสนใจที่จะลงทุนในตลาดนี้มากขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการบ้านมือสองจะต้องปรับตัว หาจุดขายที่โดดเด่นกว่า เพื่อรองรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า

นายวิศิษฐ์ ได้เสนอแนวทางปรับตัวให้กับบ้านมือสองว่า จะต้องหาจุดแข็งให้กับสินค้าในมือ สร้างความโดดเด่นให้กับบ้านมือสอง ไม่ว่าจะเป็น ย้ำจุดขายเรื่องทำเล ที่บ้านมือสองได้ เปรียบกว่าบ้านมือหนึ่ง หรือชูจุดขายใหม่ เรื่องทำเลของการค้าขาย ทำการค้าได้ แตกต่างจากบ้านมือหนึ่งที่เป็นหมู่บ้านใหม่ ยังไม่เกิดชุมชน โอกาสในการซื้อแล้วทำการค้าในทันทีอาจจะไม่ง่ายนัก เป็นต้น

ตลาดบ้านมือสองใน ปี 2552 ตัวเลขทั้งปีจะปรับตัวดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มมีความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจและสถานการณ์ทางการเมือง ที่เริ่มนิ่ง วัดได้จากตัวเลขยอดขายบ้านมือสองตั้งแต่ปลายไตรมาส 2 ที่ผ่านมาเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น จนถึงไตรมาส 3 ถือว่าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คาดว่าตลาดรวมบ้านมือสองไตร มาส 3 จะเติบโตจากปีที่ผ่านมาได้สูงถึง 20% ต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงของการซื้อขายที่อยู่อาศัย และจะส่งผลให้ภาพรวมตลาดบ้านมือสองทั้งปีมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 5% คิดเป็นจำนวนหน่วยอยู่ที่ 6-7 หมื่นยูนิตนายวิศิษฐ์ กล่าวต่อว่า ปัจจัยการเติบโตของตลาดบ้านมือสองอยู่ ที่ความพยายามในการเร่งปล่อยสินเชื่อของธนาคารอาคารสงเคราะห์ตามนโยบายของ รัฐที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการปล่อยสินเชื่อทุกประเภทเข้าสู่ระบบ เศรษฐกิจ สินเชื่อที่อยู่อาศัยก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายดังกล่าว จึงเชื่อว่าความเข้มในการปล่อยสินเชื่อจะผ่อนคลายลง เพราะผลของการเข้มงวดกับการปล่อยสินเชื่อทำให้หลายสถาบันการเงินไม่สามารถ ปล่อยสินเชื่อได้ตามเป้า นับจากนี้ สินเชื่อที่อยู่อาศัยจะมีส่วนในการผลักดันให้ตลาดที่อยู่อาศัยเกิดความคล่อง ตัวมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การเมืองเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ผู้ประกอบการต้องจับตามอง เพราะมีผลต่อความเชื่อมั่นและการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคไม่น้อย แต่เชื่อว่าปัจจัยบวกเรื่องสินเชื่อที่กล่าวถึงบวกกับความต้องการที่อยู่ อาศัยที่กำลังซื้ออั้นมาระยะหนึ่งจะช่วยผลักดันให้ตลาดบ้านมือสองนับจากนี้มีอัตราการเติบโตที่ดีกว่าช่วงต้นปี และจะทำให้ภาพรวมตลาดเป็นไปตามที่คาดการณ์

อสังหาฯ เจาะต่างชาติทรุดหนัก

ด้านนายกิตติพล ปราโมช นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า ขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นๆ มีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่อสังหาฯ เจาะตลาดต่างชาติอยู่นั้นยังชะลอตัวต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม เซอร์วิส อพาร์ทเมนท์ คอนโดฯ หรู บ้านพักตากอากาศในเมืองท่องเที่ยว โดยสะท้อนได้จากตัวเลขของตลาดโรงแรมที่มีอัตราเข้าพักลดลงจากปีที่ผ่านมาเกือบ 50% รายได้จากการเข้าพักช่วงครึ่งปีแรกหดตัวลงสูงถึง 30% ซึ่งถือว่าเป็นการปรับลดลงมากที่สุดในรอบ 10 ปีหลังจากวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540

ส่วนตลาดที่อยู่อาศัยเจาะกลุ่มต่างชาติก็ยังหดตัวลงเช่นเดียวกัน โดยก่อนหน้านี้ ตลาดดังกล่าวเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงมาก คาดว่าจะแตะ 8 แสนล้านบาท ยกตัวอย่างเฉพาะตลาดบ้านเจาะกลุ่มสแกนดิเนเวียที่เคยได้สำรวจมา มีผู้ประกอบการสร้างบ้านเพื่อตอบสนองลูกค้ากลุ่มนี้ เพียง 1 โครงการมีมูลค่าอยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท ยังไม่นับรวมโครงการที่ไม่ได้รวบรวมอีก คาดว่าจะมีมูลค่ามหาศาล

แต่ตลาดที่อยู่อาศัยไทยเจาะกลุ่มต่างชาติได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น ภาวะเศรษฐกิจโลกที่หดตัวลง เศรษฐกิจในไทยเอง ความเข้มงวดในเรื่องการตรวจสอบนอมินีซื้อที่อยู่อาศัย และปัจจัยทางการเมือง โดยเฉพาะปัจจัยทางการเมืองเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้ซื้อชาวต่างชาติคาดความมั่นใจในการซื้อที่อยู่อาศัยในไทย รวมถึง นักลงทุนต่างชาติ ก็คาดีความมั่นใจในการลงทุนพัฒนาโครงการในไทยเช่นกัน

ความคิดเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับนายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ที่กล่าวว่า จากการสำรวจตลาดอสังหาฯ พบว่า โครงการอสังหาฯ ที่พัฒนาเพื่อจับกลุ่มคนต่างชาติ ทั้งโครงการประเภทร่วมทุนกับคนไทยหรือต่างชาติเข้ามาลงทุนเองหลายโครงการเริ่มขายทิ้ง หรือหยุดก่อสร้าง จากหลายปัจจัยที่กล่าวถึง

เช่น ตลาดที่สมุย เชียงใหม่ เป็นต้น

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ