Loading

30 หอ ตปทฯ เสนอ รบ.มาร์ค ปลดล็อกซื้อคอนโดฯ เช่าอสังหาฯ ยาว 60 ป

วันที่ : 3 สิงหาคม 2552
30 หอ ตปทฯ เสนอ รบ.มาร์ค ปลดล็อกซื้อคอนโดฯ เช่าอสังหาฯ ยาว 60 ปี

นายปฏิมา จีระแพทย์ กรรมการผู้จัดการ คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ การส่งเสริมการลงทุนของต่างชาติในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยว่า ผลการประชุมล่าสุด ได้ผลสรุปข้อมูลการศึกษาในเบื้องต้นที่จะเสนอแก่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนาย กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ในงาน “ Thailand’s Investment Environment : Looking Forward ” โดยงานดังกล่าว มีหน่วยงานและองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วมงานจำนวนมาก อาทิ ตัวแทนสภาหอการค้านานาชาติ หอการค้าไทย ผู้แทนธนาคารโลก สมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คณะกรรมการพาณิชย์อุตสาหกรรมและธนาคาร สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการค้าไทย ซึ่งในงานดังกล่าวตนได้นำข้อมูลการศึกษาภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อุปสรรค และแนวทางการแก้ไข เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ซึ่งหน่วยงานต่างๆที่เข้าร่วมงานต่างให้การสนับสนุน กับแนวทางการส่งเสริมการลงทุนดังกล่าว

      

นายปฏิมา กล่าวว่า เนื้อหาของผลการศึกษาที่เป็นอุปสรรคและหนทางในการแก้ไข ประกอบด้วย กฎระเบียบและข้อบังคับทางด้านกฎหมายของประเทศไทย ที่ไม่ส่งเสริมการเข้าลงทุนจากต่างประเทศ ในขณะที่ ประเทศในภูมิภาคเอเชีย เช่น สิงคโปร์เปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างประเทศเช่นที่ดินได้นานถึง 99 ปี , เวียดนาม 70ปี ,อินโดนีเซีย 60-90ปี และประเทศจีน 70 ปี เป็นต้น

 

       โดยประเทศเหล่าต่างๆนี้ มีการออกกฎระเบียบต่างๆ ที่เอื้ออำนวยต่อการลงทุนของต่างชาติ เพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านอื่นๆให้แก่นักลงทุนที่เข้าไปลงทุนในทุกๆด้าน ส่วนประเทศไทยกลับมีกฎระเบียบที่รัดกุม เช่น การถือครองกรรมสิทธิ์บนที่ดิน อาคารชุด การต่ออายุวีซ่า รวมถึงปัญหาด้านการปล่อยสินเชื่อให้แก่ชาวต่างชาติ ที่เข้ามาลงทุนในประเทศ ส่งผลให้นักลงทุนชะลอเข้ามาลงทุนในไทย

 สิ่งที่หอการค้ากว่า 30 ประเทศเรียกร้อง อยากให้รัฐบาลผ่อนปรนกฎระเบียบข้อปฏิบัติต่างๆ เพื่อดึงดูดจากต่างชาติเข้ามา ซึ่งคณะกรรมการอสังหาริมทรัพย์หอการค้านานาชาติ ได้ทำการศึกษาอุปสรรค และแนวทางการแก้ปัญหา รวมถึงข้อเสนอแนะต่างๆ นำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาหากจะปรับเปลี่ยนกฎระเบียบต่างๆ ให้เอื้ออำนวยและส่งเสริมการลงทุนของต่างชาติมากขึ้น

 

  โดยแนวทางการศึกษาไว้ 4 ประเด็นหลักๆ ได้แก่ 1.การยืดอายุสัญญาเช่าซื้อที่ดินของชาวต่างชาติ 2. การถือครองกรรมสิทธิ์ห้องชุดของชาวต่างชาติ 49 % 3.การให้สิทธิ์ หรือ ขยายอายุหนังสือเดินทาง(วีซ่า) ของชาวต่างชาติ และ 4. การปล่อยสินเชื่อแก่ชาวต่างชาติที่จะเข้ามาซื้ออสังหาฯจากข้อมูลข้างต้น นายกอร์ปศักดิ์ รองนายกฯได้แสดงความสนใจและกำชับว่าให้เร่งจัดทำข้อสรุปรายงานการศึกษาและบทวิจัยเป็นหนังสือปกขาวเสนอกลับมาโดยด่วน คาดว่าหนังสือดังกล่าวจะสามารถจัดทำรายละเอียดครอบคลุมในทุกด้านและเสนอต่อรัฐบาลได้ในวันที่ 31 ต.ค.นี้

       นายอิสระ บุญยัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ในฐานะนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า เห็นด้วยกับทั้ง4ประเด็นที่จะมีการเสนอให้มีการแก้ไข เพื่อเพิ่มความสะดวกให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยมากยิ่งขึ้น โดยในแต่ละประเด็น ควรกำหนดกรอบที่ชัดเจน ไม่ใช่เปิดเสรีในทุกๆด้าน

      

       โดยในส่วนของการขยายสัดส่วนการถือครองห้องชุดหรือคอนโดมิเนียมของต่างชาติ จากที่กำหนดกำหนดไว้ในปัจจุบัน 49% เป็น 75% นั้น โดยหลักการแล้วเห็นด้วย เพราะจะช่วยเปิดกว้างให้นักลงทุนเข้ามาซื้อห้องชุดมากขึ้นโดยเฉพาะในส่วนของโครงการที่เน้นจับกลุ่มชาวต่างชาติ แต่ทั้งนี้ การขยายสัดส่วนการถือครองดังกล่าว ควรกำหนดกรอบในการถือครอง เช่น กำหนดพื้นที่โซนนิ่ง กำหนดพื้นที่ของการพัฒนาในแต่ละโครงการ เพื่อป้องกันการรุกล้ำพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะโครงการอาคารชุด

ตามกฎหมายแล้ว อาคารชุดมีความหมายรวมถึงห้องแถวด้วย ซึ่งอาจจะมีโครงการที่ขออนุญาตก่อสร้างห้องแถว10 ห้อง แต่ใช้พื้นที่เป็นพันๆไร่ ทำให้เป็นการุกล้ำพื้นที่การเกษตรโดยอาศัยช่องว่างกฎหมายได้ รวมถึงการพัฒนาโครงการในพื้นที่ ควรที่จะให้หน่วยงานในท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมด้วย เพื่อป้องกันปัญหาข้อพิพาทกับผู้อยู่อาศัยในชุมชนนายอิสระกล่าว

 

 พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ประเด็นเรื่องจัดตั้งนิติบุคคลอาคารชุดนั้น หากสัดส่วนของชาวต่างชาติมากกว่าคนไทย จะทำให้เป็นนิติบุคคลของชาวต่างชาติไป ดังนั้น ต้องมาพิจารณาเรื่องข้อกฎหมาย ซึ่งยังไม่มีข้อสรุปในเรื่องดังกล่าว

 

 ขณะที่นายกิตติพล ปราโมทย์ ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) ในฐานะนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า กรณีการการขยายสัดส่วนการถือครองคอนโดฯของต่างชาตินั้น อาจจะลำบาก เพราะติดปัญหากฎหมายนิติบุคคลอาคารชุด ซึ่งกำหนดไว้ในกฎหมายให้คนไทยเท่านั้นที่สามารถเป็นเจ้าของได้ นายอิสระกล่าวต่อว่า ประเด็นเพิ่มกรรมสิทธิ์ให้ชาวต่างชาติเช่าซื้อที่อยู่อาศัยยาวขึ้นนั้น นายอิสระกล่าวเห็นด้วย เพราะสามารถดึงนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนพัฒนาโครงการได้มากขึ้น เนื่องจากระยะเวลาที่เพิ่มขึ้น สามารถเอื้อประโยชน์ให้นักลงทุนสามารถทำกำไรได้คุ้มค่าจากการลงทุน แต่รัฐบาลต้องกำหนดกรอบการลงทุนหรือจัดโซน ให้แน่ชัด เพื่อให้ง่ายต่อการดูแลและควบคุมด้วย

การเพิ่มสิทธิ์ครอบครองที่ยาวขึ้น ช่วยลดปัญหาการทำผิดกฎหมายการเช่าที่มีอยู่จำนวนมากด้วย เช่น หลายโครงการ มีการกล่าวอ้างว่า เป็นโครงการเช่าระยะยาว30ปี ต่อสัญญาอีก30ปี เท่ากับว่าเช่าอยู่ 60 ปี ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว กฎหมายไม่ได้เปิดให้มีการเช่าระยะยาวได้ 60 ปีในครั้งเดียว แต่จะเปิดให้ต่อสัญญาเช่าเมื่ออายุสัญญาหมดลงแล้ว แต่ในปัจจุบัน ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ทำสัญญากับลูกค้าในรูปแบบเช่ายาว60ปี วิธีการดังกล่าวผิดกฎหมาย

 สำหรับการส่งเสริมให้สถาบันการเงินในประเทศปล่อยกู้ลูกค้าต่างชาติได้นั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี โดยเฉพาะในส่วนของกลุ่มนักธุรกิจที่เข้ามาลงทุนในประเทศ และชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศแล้ว มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งก็ควรปล่อยกู้ให้ได้ แต่ก็ต้องมีกรอบกำหนดโซนนิ่งพื้นที่ในการซื้อของชาวต่างชาติไว้ด้วย เช่นเดียวกับประเด็นการต่ออายุวีซ่า จาก 3 เดือนต่ออายุ1ครั้งเป็น 6-12 เดือน เป็นเรื่องที่เหมาะสม เพราะกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาเช่าซื้อที่อยู่อาสัญญาระยะยาวในไทย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเกษียณอายุการทำงาน และเลือกไทยเป็นบ้านหลังที่สอง

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ