Loading

ส.ค.ภาษีที่ดินเข้าครม

วันที่ : 20 กรกฎาคม 2552
ส.ค.ภาษีที่ดินเข้าครม.

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะเสนอร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ... ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในเดือนส.ค. นี้ ให้สามารถนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรได้ในช่วงเดือนก.ย. เพื่อออกกฎหมายมีผลบังคับใช้ หลังจากนั้นจะต้องใช้เวลาเตรียมความพร้อม 2 ปี และจะเริ่มเก็บภาษีจริงในปี 2555

ทั้งนี้ ในร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินฯ ได้ยกเว้นการเก็บภาษีให้กับผู้มีรายได้น้อยและเกษตรกรที่มีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่มีมูลค่าไม่ถึงเกณฑ์ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดไว้ในกฎหมาย เพราะเป็นห่วงว่าประเด็นดังกล่าวอาจทำให้กฎหมายไม่ผ่านการพิจารณาของสภา โดยคลังต้องการให้กฎหมายแม่ผ่านก่อน จากนั้น จึงจะไปกำหนดเกณฑ์มูลค่าที่ดิน สิ่งปลูกสร้างที่ไม่ต้องเสียภาษีในพระราชกฤษฎีกาอีกครั้ง เบื้องต้นคาดว่าจะอยู่ที่ 3-5 แสนบาท นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอจากหลายฝ่ายว่าให้ยกเว้นการเก็บภาษีกับผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 60 ปี แต่ สศค.พิจารณาแล้วว่าหากยกเว้นการจัดเก็บภาษีก็จะทำให้บุตรหลานที่มีที่ดินสิ่งปลูกสร้างจะซิกแซ็กโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้บิดา มารดาทั้งหมด ซึ่งเป็นช่องทางการหลีกเลี่ยงภาษี ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเก็บภาษีที่ดินกับผู้สูงอายุด้วย

นายสมชัย กล่าวว่า การจัดเก็บภาษีเม็ดเงินแรกจะเริ่มในวันที่ 1 ม.ค. 2555 ซึ่งในช่วงปี 2553-2554 กรมธนารักษ์ต้องไปประเมินราคาที่ดินรายแปลงในไทยให้ครบ 30 ล้านแปลง ซึ่งปัจจุบันประเมินไปแค่ 5 ล้านแปลง ขณะที่กรมที่ดินก็ต้องไปทำแผนที่แบบดิจิตอลให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี

อย่างไรก็ตาม ปีแรกที่จัดเก็บภาษีก็จะมีการบรรเทาภาระภาษีให้ โดยผู้ที่ไม่เคยเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน และภาษีบำรุงท้องที่เดิม เมื่อใช้ภาษีตัวใหม่ในปี 2555 ก็จะเสียภาษี 50% ในปี 2556 จะเสีย 75% และปี 2557 จึงเสีย 100% ส่วนผู้ ที่เสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน และภาษีบำรุงท้องที่เดิม เมื่อมีการใช้ภาษีใหม่ทำให้มีภาระภาษีเพิ่ม กระทรวงการคลังก็จะช่วยในส่วนที่เพิ่ม โดยปี 2555 เสียส่วนที่เพิ่ม 50% ปี 2556 เสีย 75% และปี 2557 เสีย 100%

ทั้งนี้ ในปัจจุบันตัวเลขล่าสุดพบว่าการถือครองที่ดินของคนไทย 75% ไม่ได้ใช้ประโยชน์ และอีก 90% ของคนไทยทั้งประเทศ ถือครองที่ดินไม่ถึง 1 ไร่ ส่วนอีก 10% มากกว่า 100 ไร่ ตัวเลขชี้ว่าการใช้ที่ดินในเมืองไทยยังมีความเหลื่อมล้ำกันมาก

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ