Loading

รัฐบาลปล่อยผีแปลงส.ค.1 เป็น โฉนด แลนด์ลอร์ดเฮดันราคาที่ดินพุ่งพรว

วันที่ : 22 มิถุนายน 2552
รัฐบาลปล่อยผีแปลงส.ค.1 เป็น โฉนด แลนด์ลอร์ดเฮดันราคาที่ดินพุ่งพรวด

นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผย ""ประชาชาติธุรกิจ"" ว่า เร็วๆ นี้จะมีการแก้กฎกระทรวงฉบับที่ 43 เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน ผู้ครอบครองที่ดินสามารถออกโฉนดได้ ภายใต้กระบวนการพิสูจน์สิทธิ ขณะนี้กำลังศึกษาระยะเวลาและ รายละเอียดต่างๆ และจะจัดทำนโยบายเรื่องนี้ออกมาโดยเร็วที่สุด ที่ผ่านมากฎกระทรวงฉบับที่ 43 จำกัดเรื่องการออกโฉนดว่า สามารถออกโฉนดได้เฉพาะผู้ที่มี ส.ค.1 มีใบจอง หรือ น.ส.3 เท่านั้น แต่ในช่วงที่มีการประกาศใช้ประมวลกฎหมายที่ดินปี 2497 ทางราชการได้ประกาศให้ประชาชนไปแจ้งการครอบครองที่ดิน ซึ่งคนที่ไปแจ้งจะได้ใบ ส.ค.1 แต่ปรากฏว่ามีประชาชนจำนวนมากไม่ได้มาแจ้งตามกำหนดทำให้ตกสำรวจ ทั้งที่ทำมาหากินมาโดยตลอดเหมือนกับผู้ที่แจ้งสิทธิ จึงทำให้เสียสิทธิที่จะออกโฉนด

 

                การแก้กฎกระทรวงฉบับที่ 43 เพื่อเปิดโอกาสให้ไปออกโฉนดได้ ภายใต้กระบวน การพิสูจน์สิทธิ เช่น พิสูจน์จากภาพถ่ายทางอากาศ ปี 2495 ถ้าเป็นผู้ครอบครองทำ ประโยชน์มาก่อนก็ออกโฉนดได้ทันที ซึ่งโครงการนี้ยังมีผลดีต่อระบบเศรษฐกิจอีกด้วย เช่น ที่ดินในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว ซื้อขายที่ดินมือเปล่าไร่ละ 2 แสนบาท หากออกเป็นโฉนดแล้วมูลค่าจะเพิ่มขึ้น เป็นหลายสิบล้านบาท เกิดมูลค่าเพิ่ม ทางเศรษฐกิจ มีการไหลเวียนของเงินมีการลงทุน เศรษฐกิจจะคึกคักภาคธุรกิจอสังหา ริมทรัพย์จะได้รับผลดี การท่องเที่ยวก็จะบูมตามมา และที่สำคัญที่สุดเมื่อซื้อขายแพงก็สามารถเก็บภาษีได้

 

                ""ผมบอกได้เลยว่า คนที่ตกหล่นจากการสำรวจนี้มีเป็นจำนวนมาก ซึ่งระยะเวลารอบใหม่คาดว่าจะเปิดให้มาพิสูจน์ไม่น่าจะเกิน 1 ปี เพราะไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะมีผู้ทุจริต หรือหลายคนอาจจะต่อต้านว่า ต่อไปนี้ที่ดินก็เป็นของนายทุนกันหมด ไม่จริงหรอกครับ คนที่รักที่ดินบ้านเกิดของตัวเองจะมีสิทธิอย่างแน่นอน เพราะนายทุนก็คือคนไทย คนมีสิทธิไม่จำเป็นต้องเป็นประชาชนที่มีอาชีพทำไร่ ทำนา เป็นใครก็ได้ เรื่องนี้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ใครมีมากก็เก็บภาษีมาก""

 

                นายถาวรกล่าวอีกว่า ปัจจุบันคนที่ถือ ส.ค.1 คาดว่าจะมีประมาณ 1 ล้านฉบับ ดังนั้นภายในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553 นี้ให้รีบมาแจ้งการขอออกโฉนด หากพ้นกำหนดเวลานี้ไปแล้วจะต้องไปยื่นคำร้องต่อศาลให้ศาลไต่สวนซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายและเสียเวลา แต่ถ้ามาแจ้งสามารถทำได้ทันที เพียงแต่รัฐบาลต้องประชาสัมพันธ์และบริการประชาชนให้ทั่วถึง

 

""1 ล้านแปลงผมต้องทำให้เสร็จภายใน ปี 2553 แต่ต้องพิสูจน์ ส.ค.1 ว่าบินหรือไม่ ปลอมหรือบวมหรือเปล่า ตรงนี้ระเบียบมีอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาการผลักดันเรื่องนี้ไม่เกิดเพราะมีปัญหาเรื่องงบประมาณ เรื่องคน เรื่องความตั้งใจจริง และการตั้งเป้าหมาย รวมถึงความอยากได้ของคนกับความบกพร่องในการปฏิบัติงานของ เจ้าหน้าที่หากใครรู้เบาะแสว่ามีความผิดปกติในการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ ให้รีบบอกผมทันที ผมจะดำเนินการเพิกถอนให้ถูกกฎหมาย ถ้าผิดเพี้ยนจากนโยบาย ก็ต้องมีการลงโทษ หรือแก้ไขให้ถูกต้อง""

 

                รมช.มหาดไทยกล่าวด้วยว่า งานใหญ่อีกเรื่องคือแผนปรับปรุงแผนที่ทั้งประเทศ ซึ่งต้องใช้เงินกู้

ประมาณ 4,000 ล้านบาท เพื่อแยกที่ดินของรัฐและเอกชนทุกแปลงเข้าสู่ระบบไอทีให้ชัดเจน และเป็นการเช็กสต๊อกว่ารัฐมีที่ดินอยู่จำนวนเท่าไหร่ มีการบุกรุกและไม่มีการบุกรุกที่ดินหรือไม่ หลังจากนั้นจะนำข้อมูลเหล่านี้มาทำประโยชน์เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการจัดเก็บภาษีและในการพัฒนา โดยเข้าสู่กระบวนการทำระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) เช่น ประชากรมีพื้นที่น้ำท่วม หรือฝนแล้งมากน้อยอย่างไร หากโครงการนี้สำเร็จจะสามารถบริหารจัดการเรื่องที่ดินได้ทั้งหมด

 

                ""ล่าสุดผมได้ขออนุมัติคณะกรรมการพิจารณาเงินกู้ไทยเข้มแข็งภาค 2 เพื่อให้พิจารณาว่าเห็นด้วยกับโครงการนี้หรือไม่ คุณกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เห็นด้วย ผมก็ได้สั่งการให้อธิบดีกรมที่ดินจัดทีมไปทำความเข้าใจเบื้องต้นกับคณะกรรมการ ก่อนเข้าสู่การพิจารณาอย่างเป็นทางการ ถ้ากรรมการอนุมัติคาดว่าจะทำเสร็จได้ภายใน 3 ปี"" นายถาวรกล่าว

                แหล่งข่าวจากนักพัฒนาที่ดินในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตกล่าวว่า นโยบายดังกล่าวนี้มีทั้งข้อดีและไม่ดี ข้อดีคือประชาชนที่มี ส.ค.1 จะมีโอกาสไปยื่นออกโฉนดได้รวดเร็วขึ้น แต่ยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ไม่รู้ว่าตนเองมีใบ ส.ค.1 เพราะ ส.ค.1 มีอายุกว่า 50 ปีแล้ว จึงทำให้เสียสิทธินี้ไป นอกจากนี้ยังพบว่า ส.ค.1 ส่วนใหญ่ได้ตกไปอยู่ในมือของนายทุนแล้ว

 

                สำหรับข้อเสียคือ หากกรมที่ดินบริหารจัดการไม่ดีก็จะเกิดปัญหา ส.ค.1 บินไปออกในเขตป่าสงวนแห่งชาติหรือเขตสงวนหวงห้าม ซึ่งที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดอันดามัน เช่น ภูเก็ต พังงา กระบี่ และเมืองท่องเที่ยวสำคัญมีปัญหาการออกเอกสารสิทธิมิชอบในลักษณะนี้เกิดขึ้นจำนวนมาก ซึ่งส่งผลกระทบมาถึงกลุ่มผู้ซื้อที่ดินรายต่อมาด้วย หากมีการดำเนินคดีและ เพิกถอนสิทธิในภายหลัง

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ