Loading

ขน900โครงการร่วม บ้านยิ้ม ขรก.-เอกชนเฮ กทม.ชูดอกเบี้ยต่ำ 2.5% เคาะไม่เกิน 1.5 ล้านเปิดจองต้นมิ.ย

วันที่ : 2 มิถุนายน 2552
ขน900โครงการร่วม บ้านยิ้ม ขรก.-เอกชนเฮ กทม.ชูดอกเบี้ยต่ำ 2.5% เคาะไม่เกิน 1.5 ล้านเปิดจองต้นมิ.ย.

ภายหลังเปิดให้ข้าราชการระดับล่างของกรุงเทพมหานคร (กทม.)จองโครงการบ้านยิ้ม 1 โดยร่วมกับการเคหะแห่งชาติ (กคช.)ไปแล้ว และล่าสุดได้มีโครงการบ้านยิ้ม2 ต่อเนื่อง เพื่อจัดหาที่อยู่อาศัยราคาถูกของภาคเอกชนเป็นสวัสดิการให้กับข้าราชการระดับกลาง-สูง ร่วมกับ 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ นั้น

 

ดร.ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม. เปิดเผย""ฐานเศรษฐกิจ""ว่าขณะนี้ กทม. ได้สรุปหลักเกณฑ์ เกี่ยวกับโครงการเอกชนที่จะเข้าร่วมโครงการบ้านยิ้ม 2 ร่วมกับ 3 สมาคม ได้แก่ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอาคารชุดไทย และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ซึ่งจะเปิดให้ข้าราชการกทม.จองโดยไม่จำกัดเงินเดือน ภายในต้นเดือนมิถุนายนนี้

 

ทั้งนี้ ที่อยู่อาศัยที่สามารถเข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย บ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมใหม่ บ้านมือสองทุกประเภท และที่อยู่อาศัยที่ต้องการรีไฟแนนซ์ รวมวงเงิน 7,000 ล้านบาท โดยมีธนาคารที่

สนับสนุนสินเชื่อ ได้แก่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารอิสลาม ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย ส่วนระดับราคาบ้านต้องไม่เกิน 1,500,000 บาท/หน่วย สำหรับอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้จะอยู่ที่ ไม่เกิน 2.5% คงที่ 30 ปี ซึ่งถือว่าต่ำมาก จากเดิมที่กำหนดไว้ที่ 2.75% เท่ากับโครงการบ้านยิ้ม 1 หรือโครงการบ้านเอื้ออาทร ส่วนสาเหตุที่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่ำลงได้ เนื่องจาก ได้เจรจากับธนาคารกรุงไทยเพื่อขอลดหย่อนอัตราดอกเบี้ยลง ในขณะที่ ช่วงนี้หลายธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงตามนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

 

อย่างไรก็ดี หากราคาบ้านเกินกว่า 1,500,000 บาท ส่วนต่างที่เกินมาจะเสียดอกเบี้ยในอัตราปกติหรือ ตาม MLR แต่ถือว่า ขณะเดียวกันกทม.มองว่า เป็นแคมเปญดึงดูดใจทั้งข้าราชการและเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งจะได้เปรียบ เมื่อเทียบกับ อัตราดอกเบี้ยปกติที่ธนาคารพาณิชย์หลัก อาทิ ธนาคารกรุงเทพอยู่ที่ 5.87% กสิกรไทย 5.85 % ฯลฯนอกจากนี้เพื่อให้โครงการขายง่ายขึ้น ได้เสนอให้ 3 สมาคม พิจารณา ปรับลดราคาบ้าน การใช้แคมเปญดอกเบี้ย 0% หรือ การขายบ้านพร้อมเฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ

 

ดร.ธีระชนกล่าวอีกว่า ได้กำหนดเป้าหมายไว้ ไม่เกิน 10,000 หน่วย ซึ่งขณะนี้มี ข้าราชการให้ความสนใจยื่นเรื่องมา เพื่อซื้อบ้านใหม่และบ้านมือ 2 จำนวน 2,300 ราย และของรีไฟแนนซ์ 4,300 ราย

ด้านนายอิสระ บุญยังอุปนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ขณะนี้ มีบริษัทพัฒนาที่ดินทุกรายเข้าร่วมโครงการบ้านยิ้ม 2 ของกทม. จำนวน 800-900 โครงการ (ทั้งบ้านและคอนโดฯ) หรือ ประมาณ 60,000 หน่วย ซึ่งเป็นโครงการที่มีจำนวนหน่วยเหลือขายตั้งแต่ 6 หน่วยขึ้นไปที่มีทำเลอยู่ในเขตกทม.และปริมณฑล ซึ่งโครงการนี้ จะเป็นช่องทางหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นการขายโครงการได้นอกจากการเปิดขายตามปกติ โดยเฉพาะจะได้เปรียบในเรื่องของดอกเบี้ยและ กลุ่มข้าราชการที่มีความมั่นคง อย่างไรก็ดีนอกจากกลุ่มข้าราชการกทม. จะได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำและคงที่ 30 ปีแล้ว กรณี ซื้อบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมใหม่ ยังได้รับการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอน ค่าจดจำนอง ภาษีธุรกิจเฉพาะอีกด้วย

 

เช่นเดียวกับ นายอธิป พีชานนท์ อุปนายกสมาคมอาคารชุดไทย และรองกรรมการผู้จัดการบริษัทศุภาลัย จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า มีผู้ประกอบการสนใจนำบ้านและคอนโดมิเนียมเข้าโครงการจำนวนมาก โดยเฉพาะ บริษัทเอง ได้สนใจนำโครงการเข้าร่วม กว่า 30 โครงการ ซึ่งอยู่ในเขตกทม.แลปริมณฑล โดยระดับราคาขาย ตั้งแต่ 500,000 บาทต่อหน่วย ไปจนถึงราคา 30 ล้านบาท เชื่อว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการขายบ้านของเอกชนได้อีกทางหนึ่ง นอกเหนือจากการขายโครงการตามปกติ โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ และ กลุ่มลูกค้าที่เป็นข้าราชการที่มีความมั่นคง

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ