Loading

โล๊ะสต๊อกบ้านมือสอง 2 แสนยูนิตภารกิจหลักสมาคมการขาย-ตลา

วันที่ : 18 พฤษภาคม 2552
โล๊ะสต๊อกบ้านมือสอง 2 แสนยูนิตภารกิจหลักสมาคมการขาย-ตลาด

ท่ามกลางภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ปัญหาคนว่างงาน ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้น ล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะบ้านมือสองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นเป็นเพราะว่าทำให้ความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ลดลง เจ้าของบ้านจึงต้องตัดสินใจขายบ้านทิ้ง ขณะที่ไม่มีกำลังซื้อใหม่เข้ามา ส่งผลให้ปัจจุบันมีบ้านมือสองพร้อมขายในระบบมากกว่า 200,000 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ารวมมากกว่า 450,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มที่จะมีบ้านมือสองไหลเข้าสู่ตลาดอีกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยแต่ละปีจะมีบ้านมือสองเข้าสู่ตลาดราว 60,000 – 70,000 ยูนิต ขณะที่ยอดขายกลับลดลงสวนทางกันอย่างมาก ซึ่งประมาณการณ์ได้ว่า ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมายอดขายโดยรวมลดลงมากกว่า 30 % หากเทียบกับช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีก่อน

 

วิศิษฐ์ คุณาทรกุล นายกสมาคมการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า บ้านมือสองที่ทะลักเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างหนัก เพราะเจ้าของบ้านไม่สามารถผ่อนชำระบ้านได้จึงต้องปล่อยให้สถาบันการเงินยึดบ้านและนำออกขายทอดตลาด ซึ่งภาวะเช่นนี้ไม่ส่งผลดีต่อสภาพเศรษฐกิจโดยรวมและธุรกิจบ้านมือสอง ดังนั้นสมาคมฯจึงวางแผนที่จะสกัดการไหลเข้าของบ้านมือสอง

 

โดยจะผลักดันให้รัฐบาลหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและคงที่ระยะยาวมาปล่อยกู้ สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งอาจจะออกพันธบัตรระยะยาว 10 ปี และหากรัฐบาลหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำระยะยาวมาปล่อยกู้ให้ลูกบ้านได้ เชื่อว่าจะแก้ปัญหาหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) และสินทรัพย์รอการขาย (NPA) ได้

 

 “NPA ที่ไหลเข้าสู่ระบบจำนวนมาก ส่วนใหญ่เกิดจากผู้กู้ขาดความสามารถในการผ่อนชำระ เนื่องจากที่อยู่อาศัยเป็นหนี้ระยะยาวแต่การกู้เงินกับไปผูกกับดอกเบี้ยสั้น ซึ่งไม่ถูกต้อง การกู้เงินระยะยาวควรจะผูกไปกับอัตราดอกเบี้ยระยะยาวด้วย

 

สำหรับผู้กู้ที่อยู่ระหว่างผ่อนชำระหากเริ่มมีปัญหาในการผ่อนชำระให้รีบเข้าไปเจรจากับสถาบันการเงินเจ้าหนี้ เพื่อปรับปรุงโครงสร้างหนี้อาจจะยืดเวลาออกไปเพื่อให้ค่าผ่อนต่องวดลดลง

 

 นายกสมาคมฯกล่าวอีกว่า นอกจากการสกัดการไหลเข้าของ NPA แล้วยังมีแผนที่จะระบายสต็อกบ้านมือสองอีกด้วย โดยจะให้เจ้าของบ้านตั้งราคาขายใกล้เคียงกับราคาตลาด ซึ่งอุปสรรคของการขายบ้านมือสองในช่วงที่ผ่านมาส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าเจ้าของตั้งราคาสูงกว่าราคาตลาดประมาณ 10% ขณะเดียวกันจะสร้างกระแสการซื้อที่อยู่อาศัยว่าไม่ใช่เป็นการซื้อเพื่อพักอาศัยเท่านั้น แต่ยังเป็นการซื้อเพื่อลงทุนอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ดอกเบี้ยต่ำเช่นนี้ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จะสร้างผลตอบแทนให้มากกว่าการฝากธนาคารมากเฉลี่ยที่ปีละ 8-10%

 

              ฟากบริษัทตัวแทนนายหน้าก็ต้องปรับตัวเช่นเดียวกัน ซึ่งในเบื้องต้นจะขอความร่วมมือสมาชิกสมาคมฯให้นำข้อมูลมาแลกเปลี่ยนกัน เพื่อลดต้นทุนให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ และนับตั้งแต่เกิดภาวะวิกฤตบริษัทตัวแทนนายหน้าปิดกิจการลงแล้วมากกว่า 50% จากจำนวนไม่ต่ำกว่า 2,000 แห่ง และมีแนวโน้มจะเลิกกิจการเพิ่มขึ้นอีกหากยังไม่ปรับตัว

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ