Loading

การเคหะฯดิ้นหนีขาดทุน 3 ปีติด ขายที่ดิน-โครงการ ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่า

วันที่ : 14 พฤษภาคม 2552
การเคหะฯดิ้นหนีขาดทุน 3 ปีติด ขายที่ดิน-โครงการ ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย

เหลือเวลาอีก 4 เดือนจะสิ้นปีงบประมาณ 2552เป็น 4 เดือนที่คนการเคหะแห่งชาติตั้งแต่ผู้บริหาร พนักงาน หรือแม้แต่ลูกจ้างชั่วคราว ต้องลุ้นกันอย่างใจหายใจคว่ำ เพราะเวลาที่เหลืออยู่หมายถึงความเป็นความตายของการเคหะแห่งชาติ

ด้วยผลการดำเนินงานที่ขาดทุนจากบ้านเอื้ออาทรติดต่อกันมา 2 ปี ตั้งแต่ปี 2550 ที่ขาดทุน 1,289 ล้านบาท ปี 2551 ขาดทุนอีก 991 ล้านบาท และในปีนี้การเคหะฯ มีสิทธิที่จะขาดทุนอีก 1,000-2,000 ล้านบาท ถ้าผลดำเนินงานยังขาดทุนเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน กระทรวงการคลังจะไม่ค้ำประกันหนี้ให้ และด้วยภาระหนี้ที่มีอยู่ 8 หมื่นล้านบาท จะทำให้การเคหะฯ ล้มละลายทันที

ความพยายามของการเคหะฯ ที่ทำมาตั้งแต่ต้น คือ เสนอแผนฟื้นฟูตัวเอง ด้วยการของบอุดหนุนจากรัฐอีก 6,000 ล้านบาท เพื่อชดเชยดอกเบี้ยจ่าย จากการดำเนินงานที่ล่าช้า ที่ทำให้บ้านเอื้ออาทรแต่ละหน่วยมีภาระจากดอกเบี้ย 1,500 บาทต่อเดือนต่อหลัง รวมถึงการขอให้ครม. ผ่อนคลายเงื่อนไข เปิดช่องให้การเคหะฯ ระบายสต๊อกบ้านเอื้ออาทรได้ง่ายขึ้น เช่น การขอขายยกโครงการ การปรับขึ้นราคาในบางทำเล เป็นต้น แต่สุดท้าย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ทำลายความหวังของการเคหะฯ โดยการส่งแผนฟื้นฟูกลับมาให้การเคหะฯ ทบทวนใหม่ และอนุมัติให้เฉพาะการปรับลดจำนวนจาก 3 แสนหน่วย เหลือ 2.8 แสนหน่วย และยังตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาโครงการบ้านเอื้ออาทร โดยมี ชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย เป็นประธาน โดยกำหนดเวลาไม่เกิน 2 เดือน ค่อยเสนอกลับเข้ามาใหม่ ปัญหาที่ตามติดมาคือ ความไม่แน่นอนว่าแผนที่จะเสนอไปใหม่นั้นจะได้รับการเห็นชอบจากครม. หรือไม่ เพราะอย่าลืมว่าบ้านเอื้ออาทรเป็นของ พรรคไทยรักไทยเดิม แต่รัฐบาลชุดนี้นำโดยพรรคประชาธิปัตย์ ยิ่งสถานภาพทางการเงินของรัฐบาลอยู่ในภาวะถังแตก เงิน 6,000 ล้านบาท รัฐบาลคง ไม่อยากจ่ายถ้าไม่จำเป็น

ดังนั้น การเคหะฯ จึงต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการตัดสินทรัพย์ที่มีอยู่ของการเคหะฯ ได้แก่ ที่ดินสะสมที่บางพลี ร่มเกล้า เชียงใหม่ พัทยา ขายโครงการเช่าที่นวมินทร์ และแหลมฉบัง รวมไปถึงการขึ้นค่าเช่าในบางโครงการอีก 5-10% โดยหากเป็นไปตามแผนที่วางไว้ทุกประการ การเคหะฯ จะได้เงินจากการขายโครงการเช่า 1,000 ล้านบาท ขายที่ดินอีก 1,000 ล้านบาท เพื่อนำมากลบปัญหาขาดทุนที่จะเกิดขึ้นในปีนี้

แต่ก็ใช่ว่าแผนที่คิดไว้จะทำได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะโดยสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน การขายสินทรัพย์ชิ้นใหญ่ที่ต้องใช้เงินทุนสูงระดับ 500-1,000 ล้านบาท ก็ต้องคิดหน้าคิดหลังกันหลายตลบ ส่วนเรื่องของการขึ้นค่าเช่า ก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่แน่นอนว่าต้องมีภาคการเมืองจะเข้ามากดดันการเคหะฯ อย่างแน่นอน หากแผนเฉพาะหน้าเพื่อแก้ปัญหาขาดทุนในปีนี้ของการเคหะฯ มีอันต้องสะดุดลง คงจะหวังได้เพียงอย่างเดียวว่า แผนฟื้นฟูที่นำกลับมาทบทวนใหม่จะได้ข้อสรุปโดยเร็ว และเมื่อส่งเข้าครม.แล้ว จะได้รับความเห็นชอบ ล่าสุด อิสสระ สมชัย รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็แย้มออกมาแล้วว่า ถึงอย่างไรการเคหะฯ ก็ยังต้องการเงินอุดหนุนเพื่อให้รอดพ้นจากการขาดทุนเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน โดยจะของบอุดหนุนเท่าที่จำเป็นเฉพาะปีนี้ 2,000 ล้านบาท จากเดิมที่ขอไป 6,000 ล้านบาท เหลือเพียงแต่ว่าครม.จะชี้ชะตาการเคหะฯ ออกมาในรูปแบบใด ต้องติดตามต่อไป

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ