Loading

กคช.ส่อแห้ว6พันล. เหตุรัฐบาลถังแตก ขายที่หมื่นไร่หาเงิ

วันที่ : 23 เมษายน 2552
กคช.ส่อแห้ว6พันล. เหตุรัฐบาลถังแตก ขายที่หมื่นไร่หาเงิน

กคช. เล็งตัดขายที่ดินกว่าหมื่นไร่ขายเอกชน หาเงินอุดรอยรั่วดอกเบี้ยเกินประมาณการ สางปัญหาขาดทุนจากการดำเนินเงิน3ปีซ้อน หลังส่อแววแห้วเงินช่วยเหลือ 6,000ล้านบาทที่เสนอขอครม. พร้อมเปิดทางเอกชนวางมัดจำเงินก้อน ผ่อนต่อภายหลัง หวังบันทึกเป็นรายได้รับรู้ในปี้ 52 แจงโอกาสขายเงินสดเป็นไปได้ยาก เหตุเศรษฐกิจถดถอย-การเมืองผันผวนเอกชนเน้นรักษาสภาพคล่อง

 

 กรณีการขาดทุนสะสมของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจต่อเนื่อง3ปีซ้อน จะส่งผลให้หนี้ดังกล่าวถูกบันทึกเป็นหนี้สาธารณะ ทำให้รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ให้มีผลการดำเนินงานกลับมามีกำไรให้ได้ในปีนี้นั้น หน่วยงานรัฐวิสาหกิจอย่างการเคหะแห่งชาติ (กคช.) ที่เข้าข่ายประสบปัญหาการขาดทุนจากการดำเนินงานต่อเนื่องเป็นปีที่2แล้ว และหากในปี52นี้ ผลการดำเนินงานยังขาดทุนเป็นปีที่ 3 จะส่งผลให้หนี้ของกคช.จำนวนมากที่เกิดจากการกู้ยืมสถาบันการเงิน เพื่อมาสางโครงการบ้านเอื้ออาทรกว่า 80,000 ล้านบาท ถูกบันทึกเป็นหนี้สาธารณะนั้น

 

                ล่าสุด กคช.ได้เสนอขอเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล 6,000 ล้านบาท เพื่อชำระหนี้ดอกเบี้ยเกินประมาณการ โดยได้เสนอเรื่องไปแล้ว เพียงแต่ในขณะนี้ คณะรัฐมนตรี(ครม.)มีวาระสำคัญหลายเรื่องที่จะต้องพิจารณาอย่างเร่งด่วน ประกอบกับรัฐบาลได้ตัดลดงบลงทุนในปีงบประมาณ 2553 (ต.ค.52-ก.ย.53) เนื่องจากเป้าการจัดเก็บรายได้ลดลง ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้สูงว่า วงเงินที่ขอจากรัฐบาลคงไม่ได้

 

" ปัญหาขณะนี้รัฐบาลมีงบประมาณที่จำกัด ประกอบกับการจัดทำงบประมาณบริหารประเทศในปีนี้ รัฐบาลยังต้องจัดทำงบประมาณแบบขาดดุลไว้กว่า 2 แสนล้านบาท ดังนั้น เชื่อว่าครม.คงชะลอเรื่องดังกล่าวไว้ก่อน แต่ผลจากความล่าช้าดังกล่าว จะทำให้กคช.อาจจะต้องมีผลขาดทุนต่อเนื่องติดต่อเป็นปีที่ 3 หรือหากจะรอดพ้นจากภาวะขาดทุนจากการดำเนินงาน 3ปีซ้อนได้นั้น จะต้องหาแนวทางการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อแก้โจทย์จากจากนโยบายประชานิยมของอดีตรัฐบาลชุดพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต่อไป "แหล่งข่าวกระทรวงการคลังกล่าว

 

                ด้านนายศิริโรจน์ ชาวปากน้ำ ผู้ช่วยผู้ว่าการ กคช. กล่าวยอมรับว่า เรากำลังลุ้นว่า ครม.จะอนุมัติวงเงิน 6,000 ล้านบาทตามที่เสนอไปหรือไม่ นอกจากนี้ ยังเตรียมที่จะเสนอขอให้ครม.อนุมัติแก้ไขข้อกำหนดการขายยกโครงการ และการมอบโอนบ้านได้ทันทีที่ลูกค้าได้รับการอนุมัติเงินกู้จากสถาบันการเงิน จากเดิมจะสามารถมอบโอนได้ในปีที่ 5 ของการผ่อนค่างวด รวมถึงการขออนุมัติให้กคช.สามารถปรับราคาขายบ้านเอื้ออาทรขึ้นลงได้ตามความเหมาะสมในแต่ละทำเลของการพัฒนาโครงการบ้านเอื้อฯ

 

                ปัญหาที่จะตามมาหากครม.ไม่อนุมัติเงินช่วยเหลือจำนวนดังกล่าว จะส่งผลให้กคช.ต่อทำงานหนัก และต้องหาแนวทางแก้ปัญหาดังกล่าวให้ได้ ซึ่งทางคณะกรรมการบริหารกคช.จะมีการหารือและหยิบยกเรื่องดังกล่าวมาหาทางออก

 

 นอกจากนี้ ทางกคช.คงต้องพยายามอย่างเต็มที่ในการตัดขายที่ดินในพอร์ตออกไปให้ได้มากที่สุด ทั้งในส่วนที่รับซื้อแบบเบ็ดเสร็จ(เทิร์คคีย์)ในโครงการบ้านเอื้อฯจำนวน 6,000 ไร่เศษที่มีอยู่ และที่ดินศักยภาพเดิมของกคช.อีกจำนวน 6,000 ไร่เศษ เพื่อหารายได้เข้ามาแก้ไขปัญหาการขาดทุนจากการดำเนินการเป็นปีที่3ให้ได้ อย่างไรก็ตาม ปัญหาในขณะนี้คือ ภาวะเศรษฐกิจถดถอย และการเมืองที่ผันผวน มีผลให้บริษัทเอกชนต้องพยายามรักษาสภาพคล่องในองค์กรให้ดีที่สุด

 

 หากจะขายที่ดินให้เอกชน โดยให้เอกชนซื้อเงินสดนั้น จึงเป็นเรื่องยากและลำบาก แนวทางการแก้ปัญหาคือ ต้องเพิ่มเครื่องมือในการตัดขายที่ดินออกไป เช่น เปิดให้เอกชนจ่ายเป็นเงินมัดจำ 20-30% เป็นเงินก้อนก่อน เพื่อให้กคช.สามารถรับรู้รายได้เข้ามาในปีนี้ ส่วนเงินที่เหลือก็ให้เอกชนสามารถทยอยจ่ายเป็นงวดๆ ซึ่งจะช่วยจูงใจให้เอกชนเข้ามาซื้อที่ดินของกคช.ได้

 

 ในขณะเดียวกัน กคช.ต้องเร่งขายบ้านในสต๊อกที่มีอยู่กว่า 70,000 หน่วยขณะนี้ออกไปให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม การที่ทางกรุงเทพมหานคร(กทม.)รับซื้อบ้านเอื้ออาทรจำนวน10,000 หน่วยเข้าโครงการบ้านยิ้มในขณะนี้ ทำให้กคช.ลดปัญหาการเร่งยอดขายไปได้ส่วนหนึ่ง โดยข้อมูลที่ได้รับ มีผู้จองซื้อสิทธิ์ในโครงการบ้านยิ้มแล้ว 6,000 หน่วย ส่วนที่เหลือคาดว่าจะสามารถปิดการขายได้ทั้งหมดตามระยะเวลาที่เปิดขายของกทม.

 

ก่อนหน้านั้น กคช.สามารถทำยอดขายได้แล้ว 30,000 หน่วย เมื่อนับรวมที่กทม.ซื้อไปอีก 10,000 หน่วย ทำให้มียอดขายรวม 40,000 หน่วย แล้ว

 

 นายศิริโรจน์ กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าในการขายบ้านเอื้ออาทร ล่าสุดหลังจากที่ กคช.จัดทำโครงการตลาดนัดที่อยู่อาศัย 4 ภาค ในช่วงวันที่ 9-19 เม.ย.ที่ผ่านมา มียอดขายรวม 706 หน่วย จากจำนวน 16 โครงการ โดยยอดขายส่วนใหญ่จะมาจากโครงการในต่างจังหวัด ขณะที่ยอดขายโครงการบ้านเอื้ออาทรรอบๆ กทม.นั้น ไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากเหตุการณ์ทางการเมืองส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน

 

 อย่างไรก็ดี เพื่อเร่งยอดขายบ้านเอื้อฯในปีนี้ให้ได้ตามเป้าที่วางไว้ กคช.เตรียมจัดโปรโมชันในงานตลาดนัดบ้านเอื้อฯ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-15 มิ.ย.นี้อีกครั้งหนึ่ง โดยอยู่ระหว่างการดำเนินการ คาดว่าจะสามารถสรุปแนวทางได้ในช่วงปลายเดือนเม.ย.นี้

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ